"ถ้ายังดื้อดึงเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตำน้ำพริกอยู่แบบนี้ มือเรียวๆ คู่นี้คงได้พองคามือจริงๆ เสียก่อนนะคะ"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นเหนือศีรษะ พร้อมกับแรงดึงเบาๆ ที่ข้อมือ
รินรดากะพริบตาปริบๆ เงยหน้าขึ้นจากครกหินใบใหญ่ในห้องครัว สบเข้ากับดวงตาคมกริบของศิลา—อดีตจอมพลผู้เคยยืนบัญชาการรบในสนามรบอันดุเดือด แต่บัดนี้กลับยืนสวมผ้ากันเปื้อนสีซีด ย่อตัวลงนั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้าเธอ มือหนาหยาบกร้านจากการจับอาวุธและถือจอบจับเสียม บัดนี้กำลังแย่งสากหินออกจากมือเธออย่างถือวิสาสะ
"ปล่อยเลยนะศิลา ฉันใกล้จะตำพริกแกงเผ็ดสูตรลับเสร็จแล้ว อีกนิดเดียวเครื่องเทศก็จะเข้ากันดีแล้วค่ะ" รินรดาประท้วงเสียงเบา พยายามยื้อสากในมือไว้ แต่มีหรือที่เรียวแรงของเชฟสาวจะสู้เรี่ยวแรงของอดีตนายทหารร่างสูงใหญ่ได้ เพียงแค่เขาขยับข้อมือนิดเดียว สากหินก็หลุดไปอยู่ในกำมือเขาเสียแล้ว
ศิลาไม่ตอบคำถาม เขาเพียงแต่ทอดถอนหายใจยาวออกมาเบาๆ สายตาคมปลาบที่มักจะใช้มองศัตรู บัดนี้กลับฉายแววอ่อนโยนและ... ความระคนห่วงใยที่ปิดไม่มิด เขาดึงข้อมือของเธอขึ้นมาสำรวจรอยแดงจางๆ ที่เกิดจากการจับสากเป็นเวลานาน นิ้วหยาบเกลี่ยเบาๆ ที่ผิวเนื้อเนียนนุ่มอย่างทะนุถนอม ราวกับเผลอกลัวว่ามันจะบอบช้ำไปมากกว่านี้
บรรยากาศในห้องครัวไม้หอมพลันเงียบสงบลง มีเพียงเสียงกugกะของเตาถ่านด้านหลังและกลิ่นหอมกรุ่นของใบตองย่างไฟอ่อนๆ ลอยอบอวล หัวใจของรินรดากระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่ทันตั้งตัว ความใกล้ชิดที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ทำให้เธอลืมกำแพงความเย็นชาที่เคยสร้างไว้เสียสนิท ตั้งแต่ที่เธอย้ายเข้ามาอยู่ในกระท่อมปลายนาแห่งนี้เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่และฟาดฟันกับญาติจอมสูบเลือดสูบเลือดสูบเนื้อ ศิลาก็ไม่เคยทำตัวเป็นภาระ มีแต่คอยช่วยเหลือ เป็นเกราะกำบัง และอยู่เคียงข้างเธอในทุกๆ สถานการณ์
แต่การที่ผู้ชายร่างสูงใหญ่ ท่าทางดุดันราวกับพญาเสือป่า มานั่งคุกเข่ากุมมือเธอด้วยสายตาหวานซึ้งเช่นนี้... มันชวนให้หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะจนควบคุมไม่ได้เลยจริงๆ
"คุณเป็นถึงเชฟฝีมือฉกาจ สมองของคุณมีไว้คิดค้นสูตรอาหารยอดเยี่ยมและจัดการกับพวกคนใจคดพวกนั้น ไม่ใช่เอามาทรมานกับครกสากพวกนี้จนมือพอง" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่แฝงด้วยความดุเบาๆ "นั่งพักตรงนั้น เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง"
"แต่ว่า..."
"ไม่มีแต่ค่ะ ริน... เชื่อฉันสักครั้ง"
คำว่า "ริน" ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากหยักลึก น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำเป็นเอกลักษณ์ และสรรพนามที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยนั้น ทำให้รินรดาถึงกับพูดไม่ออก เธอนั่งนิ่งมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มที่หันไปจัดการโขลกเครื่องพริกแกงต่อด้วยความคล่องแคล่ว แม้เขาจะดูไม่ค่อยคุ้นเคยกับการทำอาหารพื้นบ้านนัก แต่ด้วยความที่เป็นคนเรียนรู้เร็วและมีความตั้งใจ ทุกการเคลื่อนไหวจึงดูจริงจังและน่ามองเสียจนเธอละสายตาไม่ได้
รินรดาลอบอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกอย่างประหลาด นี่สินะ... สิ่งที่เรียกว่าความอบอุ่นของคำว่า 'ครอบครัว' ที่เธอไม่เคยได้รับมานานแสนนานนับตั้งแต่แม่ผู้ให้กำเนิดจากไป
ภายในมิติลับในห้วงความคิด รินรดาแอบหยิบน้ำค้างทิพย์สวรรค์ที่ได้จากการอัปเกรดแปลงเกษตรออกมาหนึ่งหยด ผสมลงในน้ำสะอาดแล้วยื่นส่งให้ชายหนุ่มที่กำลังงละม้ายกับการตำพริกแกงจนเหงื่อซึม
"ดื่มน้ำก่อนค่ะ เหนื่อยแย่เลยสินะจอมพลผู้เกรียงไกร" เธอแซ้าเย้าด้วยดวงתพเป็นประกายระยิบระยับ
ศิลาชะงักมือ หันมารับจอกน้ำจากมือเธอ ดวงตาคมกริบมองลึกเข้ามาในดวงตาของเธอราวกับจะอ่านทะลุถึงก้นบึ้งของหัวใจ เขาจัดการดื่มน้ำจนหมดจด ก่อนจะวางจอกลงบนโต๊ะไม้ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่าที่ทำเอารินรดาต้องกลั้นหายใจ
"ต่อให้ต้องเหนื่อยกว่านี้เป็นร้อยเท่า... ถ้าแลกกับการได้เห็นรอยยิ้มของคุณ และได้ปกป้องคุณจากพวกเศษสวะพวกนั้น... ศิลาคนนี้ก็ยอมทำทั้งสิ้นค่ะ"
คำพูดหวานเลี่ยนที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากผู้ชายมาดขรึมคนนี้ ทำเอาหน้ารินรดาร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอยกมือขึ้นจับแก้มตัวเองที่คงจะแดงก่ำไม่แพ้พริกแกงในครกแน่ๆ
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความหวานละมุนนั้นกลับต้องสะดุดลง เมื่อจู่ๆ เสียงเคาะประตูรั้วไม้ไผ่ด้านนอกก็ดังขึ้นรัวๆ ตามด้วยเสียงตะโกนโหวตเหวกโวยวายที่คุ้นหูจนน่ารำคาญ
"อีริน! อีรินตัวดี! แกหลบหัวอยู่ที่ไหน ออกมาเปิดประตูเดี๋ยวนี้ย่ะ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของป้าสะใภ้จอมโลภปรากฏขึ้น พร้อมกับเสียงทุบประตูดังปังๆ ทำลายบรรยากาศอันสงบสุขของกระท่อมไม้หอมจนย่อยยับ
รินรดาหุบยิ้มทันที แววตาที่เคยมีความอ่อนหวานเมื่อครู่ พลันเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและคมกริบดั่งใบมีดโกน เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะหันไปสบตากับศิลาที่ยืนขึ้นตามมาติดๆ
ศิลาไม่ได้พูดอะไร ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยอบอุ่นเมื่อครู่ กลับคืนสู่ความเยียบเย็นดุจน้ำแข็งไส ดวงตาคมกริบฉายแววอันตรายราวกับพญาเสือที่ถูกรบกวนเวลานอน เขาเอื้อมมือมาแตะไหล่บางของเธอเบาๆ เป็นเชิงบอกว่า *'ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉัน'*
รินรดากลับส่ายหน้าเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบที่พร้อมจะขุดหลุมฝังศพให้ใครก็ตามที่บังAอาจมาหาเรื่องถึงถิ่น
"ไม่ต้องหค่ะคุณศิลา... ป้าสะใภ้คงจะทนไม่ได้ที่เห็นล็อตแรกของเราขายดิบขายดีจนกำไรทะลักจนต้องวิ่งมาหาเรื่องถึงที่ วันนี้แหละ... ฉันจะทำให้แกตาสว่างกลับไปแทบไม่ทันเลยทีเดียว"
เธอเดินนำหน้าออกไปที่ประตูรั้ว โดยมีร่างสูงใหญ่ของศิลาเดินตามประกบติดไม่ห่างราวกับเงาตามตัว บรรยากาศรอบกายเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
เมื่อรินรดาปลดกลอนประตูไม้ไผ่แล้วผลักออก ภาพของป้าสะใภ้หน้าเลือดและลูกพี่ลูกน้องจอมเกียจคร้านที่ยืนเท้าสะเอวทำหน้าถมึงทึงก็ปรากฏแก่สายตา ทว่า... ยังไม่ทันที่ป้าสะใภ้จะได้อ้าปากพ่นคำด่าทอหยาบคายออกมา ศิลาก็เป็นฝ่ายก้าวออกไปบังหน้าเธอไว้ครึ่งหนึ่ง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจที่กดดันจนอีกฝ่ายถึงกับหน้าถอดสี
"ถ้ายังไม่อยากกระดูกหักกลับไป... ไสหัวออกไปจากเขตบ้านของฉันเดี๋ยวนี้"
ป้าสะใภ้อ้าปากค้าง ตาลานด้วยความตกใจเมื่อเผชิญหน้ากับรังสีอำมหิตของอดีตจอมพล ทว่าก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น สายตาของป้าสะใภ้ก็เหลือบไปเห็นบางสิ่งด้านหลังศิลา... สิ่งที่ทำให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ!
บนโต๊ะไม้กลางลานบ้าน... ห่อใบตองสีเขียวสดส่งกลิ่นหอมหวลตลบอบอวลไปทั่วสารทิศ เป็นกลิ่นหอมของ 'แกงป่าปลาแม่น้ำสูตรพิเศษ' ที่ผสมผสานกับสมุนไพรป่าหายาก รสชาติเข้มข้นที่แม้แต่คนตาบอดก็ยังต้องน้ำลายสอ และข้างๆ กันนั้น คือกองเงินสดปึกใหญ่ที่ได้จากการขายสินค้าล็อตแรกในตลาดมืด... ซึ่งมีมูลค่ามากกว่ารายได้ทั้งปีของครอบครัวป้าสะใภ้รวมกันเสียอีก!
ป้าสะใภ้เบิกตากว้างจนแทบถล่น มือสั่นเทาชี้ไปที่กองเงินและหม้อแกง ก่อนจะหันมามองรินรดาด้วยสายตาโลภโมฆะที่ฉายชัดเจนยิ่งกว่าเดิม
"อี... อีริน! แก... แกไปเอาเงินนี่มาจากไหน! แล้วนั่น... นั่นมันกลิ่นอะไร ทำไมมันถึงหอมขนาดนั้น!" ป้าสะใภ้แผדเสียงแหลมสูงด้วยความริษยาจนตัวสั่น
รินรดาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาสวยเฉี่ยววาวโรจน์ด้วยความสะใจ เธอค่อยๆ ก้าวเท้าออกมาจากด้านหลังของศิลา เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยด้วยท่าทางเหนือกว่า
"อยากรู้เหรอคะป้าสะใภ้..." รินรดายิ้มหวานหยด แต่แววตากลับเย็นยะเยือก "น่าเสียดายจังค่ะ... เพราะต่อให้แกอยากรู้จนตัวตาย แกก็ไม่มีสิทธิ์ได้แตะต้องมันแม้แต่บาทเดียว... และที่สำคัญ..."
เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองร่างอ้วนทุ้ยของป้าสะใภ้ด้วยความสมเพช ก่อนจะเอ่ยประโยคต่อมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ทำเอาคนฟังถึงกับเข่าทรุด
"เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาบุกรุกและข่มขู่กรรโชกทรัพย์ได้เลยค่ะ... เพราะฉันฟ้องพวกแกแน่!"
*(ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ)*
กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน•ตอนที่ 9
เมื่อศิลาถอดหน้ากากเย็นชา
ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!