กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน•ตอนที่ 8

กลิ่นดินหอมหลังฝนตก

ผลงานโดย กระท่อมไผ่ริมธาร
"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเท้าสกปรกก้าวเข้ามาในเขตแปลงผักของฉันอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าฉันไม่เตือนเรื่องใบมีดถางหญ้าในมือเจ้านี่ก็แล้วกันค่ะ!" เสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งกระทบกันดังขึ้น ท่ามกลางละอองฝนโปรยปรายที่ยังคงหลงเหลือกลิ่นอายความชุ่มฉ่ำของดินโคลนหลังพายุผ่านพ้น รินรดาในชุดผ้าฝ้ายสีครามเรียบง่ายแต่ทะมัดทะแมง ยืนหยัดอยู่หน้าแปลงเพาะปลูกด้วยท่าทีสงบนิ่ง ทว่าแววตากลับคมกริบดุจใบมีดโกน เธอกำด้ามจอบในมือแน่น มองร่างของป้าสะใภ้จอมโลภกับลูกสาวที่พยายามจะย่องเข้ามาขโมยเก็บ "คะน้าหิมะ" พันธุ์หายากที่เธอเพิ่งเร่งการเจริญเติบโตด้วยน้ำค้างในมิติลับ ป้าสะใภ้หน้าเสีย ถอยกรูดไปสามก้าวเมื่อเห็นสายตาดุดันที่ส่งมา แม้ภายนอกรินรดาจะดูบอบบางน่าทะนุถนอม แต่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทุกคนในหมู่บ้านต่างประจักษ์แล้วว่า สะใภ้คนใหม่แห่งกระท่อมไม้หอมผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครมาเอาเปรียบฟรีๆ ยิ่งเมื่อครู่ที่เธอเพิ่งโชว์ฝีมือตบหน้าพวกชอบฉวยโอกาสด้วยหลักฐานการค้าขายพืชผลจนหน้าหงาย ไม่มีใครกล้าลองดีกับเธออีก "ยาย... ยายเด็กนี่! แกกล้าขู่ฉันเรอะ!" ป้าสะใภ้แหวออกมาด้วยความแค้นเคือง แต่ก็ไม่กล้าเดินหน้าต่อเมื่อเห็นศิลาที่เพิ่งเดินกลับมาจากชายป่า ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชื้อพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อสมส่วนและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ใบหน้าหล่อเหลาดุดันไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบกวาดมองผู้บุกรุกทั้งสองราวกับพญาเสือที่กำลังมองเหยื่อ ศิลาไม่ได้พูดอะรสักคำ แค่เพียงก้าวเข้ามา stood ยืนบังรินรดาไว้ครึ่งตัว พร้อมกับวางถังใส่สมุนไพรป่าลงบนพื้น เสียงตุบหนักหน่วงนั้นทำเอาสองแม่ลูกตัวสั่นเทา รีบหันหลังวิ่งหนีหายไปลับตาอย่างไม่คิดชีวิต รินรดาผ่อนลมหายใจยาว ความตึงเครียดในแววตาสลายหายไปอย่างรวดเร็ว แทนที่ด้วยความอ่อนโยนเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นสบตากับสามีหนุ่ม "เหนื่อยไหมคะ?" ศิลาเอ่ยถาม เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเป็นเอกลักษณ์ เขาเอื้อมมือหนาที่หยาบกร้านจากการจับอาวุธและทำไร่ มาปัดหยดน้ำฝนที่เกาะอยู่ข้างแก้มใสของภรรยาอย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นนั้นทำให้หัวใจของเชฟสาวอัจฉริยะเต้นระส่ำไม่เป็นจังหวะ เธอมักจะใจแข็งกับคนใจร้ายเสมอ แต่กับผู้ชายคนนี้... เธอกลับแพ้ทางให้ความใส่ใจเงียบๆ ของเขาอยู่เรื่อย "ไม่เหนื่อยเลยค่ะ ได้เห็นแปลงผักหายากโตวันโตคืนแถมยังไล่พวกน่ารำคาญกลับไปได้ ยิ่งรู้สึกสดชื่นต่างหากล่ะคะ" รินรดาอมยิ้มบางๆ ก่อนจะหันไปสำรวจแปลง "คะน้าหิมะ" และ "รากโสมทองคำ" ที่เธอแอบใช้น้ำวิเศษจากมิติในจิตใจรดลงไป เมื่อคืนนี้ฝนเพิ่งตกหนัก ทำให้พลังงานธรรมชาติหนาแน่นเป็นพิเศษ พืชพรรณเหล่านี้จึงเติบโตอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจ ใบสีเขียวเข้มตัดกับเส้นใบสีเงินระยิบระยับส่งกลิ่นหอมเย็นจางๆ ลอยอบอวลไปทั่วบริเวณ เป็นกลิ่นอายของความอุดมสมบูรณ์ที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว ศิลามองใบหน้าเปี่ยมสุขของภรรยา แววตาของอดีตจอมพลฉายประกายความรักความหลงใหลอย่างปิดไม่มิด สำหรับเขาแล้ว สงครามและอำนาจเป็นสิ่งไร้สาระไปถนัดตาเมื่อเทียบกับการได้มายืนมองแปลงผักและทำอาหารร่วมกับผู้หญิงคนนี้ในกระท่อมปลายนา "กลิ่นดินหลังฝนแบบนี้... เหมาะกับการทำอะไรร้อนๆ ทานกันนะคะ" รินรดาเปรยขึ้น ดวงตาเป็นประกายด้วยสัญชาตญาณเชฟ "ฉันว่าจะขุดรากโสมทองคำสดๆ ไปตุ๋นกับไก่บ้านเนื้อแน่นๆ ที่พี่ศิลาหามาได้เมื่อวาน ใส่เห็ดป่าที่เพิ่งเก็บมาสดๆ ร้อนๆ รับรองว่าซดน้ำซุปร้อนๆ แล้วร่างกายจะอบอุ่น ชื่นใจหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งแน่นอนค่ะ" "ตามใจเธอทุกอย่างอยู่แล้วครับ เอ้ย... อยู่แล้วค่ะ" ศิลาเผลอหลุดคำพูดเก่าออกมาจนต้องรีบแก้คำอย่างน่ารัก รินรดาถึงกับหลุดหัวเราะคิกออกมาด้วยความเอ็นดู สามีจอมดุของเธอคนนี้ มักจะมีมุมโก๊ะๆ เวลาอยู่กันตามลำพังเสมอ บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ หลังฝนตกเต็มไปด้วยความสงบสุข กลิ่นหอมของดินชื้นผสานกับกลิ่นไอพืชพรรณธรรมชาติ รินรดาก้มตัวลงบรรจงเก็บเกี่ยวผลผลิตด้วยความทะนุถนอม ทุกสัมผัสเต็มไปด้วยความรักและความใส่ใจ มิติลับในตัวเธอสั่นไหวเบาๆ ส่งไออุ่นหล่อเลี้ยงพืชผลในมือให้สดใหม่ยิ่งขึ้นไปอีกขั้น เธอนำวัตถุดิบทั้งหมดเข้ามาในครัวไม้หอม ลงมือเตรียมเครื่องปรุงด้วยความชำนาญ เสียงมีดกระทบเขียง กลิ่นหอมของขิงแก่ทุบแตก และพริกไทยดำที่ถูกโขลกจนละเอียด คละคลุ้งไปทั่วห้องครัวเล็กๆ เวลาผ่านไปไม่นาน หม้อดินเผาใบบัวที่ตั้งอยู่บนเตาถ่านก็ส่งเสียงเดือดปุดๆ ควันสีขาวพวยพุ่งพร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนของซุปโสมตุ๋นไก่บ้านที่เคี่ยวจนงวด กลิ่นหอมล้ำลึกซับซ้อนทั้งความหวานกลมกล่อมของเนื้อไก่และความสดชื่นของสมุนไพรทะลุผ่านหน้าต่างกระท่อม ลอยไปตามสายลมโชยอ่อน ขจรขจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านจนเพื่อนบ้านที่เดินผ่านไปมาต้องหยุดยืนสูดดมด้วยความอิจฉา รินรดากำลังจะตักซุปใส่ชามกระเบื้องเคลือบเพื่อเตรียมมื้อค่ำแสนอบอุ่นกับศิลา ทว่า... *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระท่อมดังขึ้นรัวเร็วและไร้มารยาท ผิดวิสัยชาวบ้านทั่วไป ตามมาด้วยเสียงทุบประตูปังใหญ่และน้ำเสียงหยาบคายที่ตะโกนเข้ามาขัดจังหวะความสุข "รินรดา! นังสะใภ้ตัวดี! แกซ่อนของดีอะไรไว้ในบ้าน กลิ่นหอมฟุ้งขนาดนี้ ส่งเสบียงทั้งหมดออกมาให้ตระกูลเราเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะพังประตูเข้าไปรื้อค้นให้ราบ!" รอยยิ้มบนใบหน้าของรินรดาเลือนหายไปในพริบตา แววตาเย็นชาคมกริบกลับมาวาบขึ้นอีกครั้ง เธอกำทัพพีในมือแน่น ขณะที่ศิลากำลังจะก้าวไปเปิดประตูด้วยใบหน้าถมึงทึงที่พร้อมจะอัดคนให้จมดิน ทว่า ก่อนที่ศิลาจะได้แตะกลอนประตู มือเรียวบางของรินรดากลับยื่นไปรั้งแขนเขาไว้ พร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ฉาบด้วยความร้ายกาจอย่างเหนือชั้น "เดี๋ยวก่อนค่ะพี่ศิลา..." รินรดากระซิบเสียงเบา ดวงตาส่องประกายเจ้าเล่ห์ "ในเมื่อพวกมันอยากได้ของกินนัก... เราก็ควรจะต้อนรับให้สมเกียรติหน่อยไม่ใช่เหรอคะ?" *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "กระท่อมไผ่ริมธาร" เสมอมานะคะ*
สารจากนักเขียน (กระท่อมไผ่ริมธาร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับดักหัวใจในกระท่อมไม้หอมกับจอมพลหนุ่มผู้หวงสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%