"บอกแล้วไงครับว่าเสียงแจ้งเตือนเมื่อกี้ไม่ใช่เสียงผีหลอกวิญญาณหลอนที่ไหน..."
กวินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท ปลายนี้วกโทรศัพท์เครื่องหรูในมือหมุนวนไปมาเป็นวงกลมราวกับเด็กได้ของเล่นชิ้นใหม่ ขณะที่หน้าจอสว่างวาบโชว์ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันนำทางยอดฮิต พร้อมกับเส้นสีแดงยาวเหยียดที่ถูกปักหมุดเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันบนหน้าจอคอนโซลหน้ารถตู้
"คุณวิน! คุณทำอะไรกับมือถือฉันคะ... เอ้ย! มือถือผม! ตายละ พูดตามคุณจนติดปากเลย!"
พิมพ์รตาถลึงตาใส่จนแทบจะถอดรูปจากไกด์สาวหน้าตายกลายเป็นยักษ์ปักหลั่น มือเรียวคว้าหมับไปที่เบาะข้างคนขับเพื่อจะแย่งโทรศัพท์คืน แต่สถาปนิกหนุ่มกลับไวกว่า เขาชูมันขึ้นสูงเหนือหัว พร้อมกับเอี้ยวตัวหลบไปทางประตูฝั่งซ้ายอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายความหมั่นไส้ระดับสิบกำลังประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้น
"ใจเย็นก่อนสิครับท่านไกด์ หน้าตึงเดี๋ยวริ้วรอยก่อนวัยจะถามหานะครับ ผมก็แค่... หวังดีอยากพาคณะเราไปเปิดหูเปิดตาในที่ที่คนคูลๆ เขาไปกันก็เท่านั้นเอง" กวินลอยหน้าลอยตาตอบ พรางพยักเพยิดไปนอกหน้าต่างรถที่ตอนนี้กำลังเลี้ยวโค้งออกจากเส้นทางหลวงสายหลัก มุ่งหน้าสู่ถนนเส้นรองที่สองข้างทางเต็มไปด้วยทุ่งนาเขียวขจีและแนวต้นไม้สูงใหญ่ร่มรื่น
"เปิดหูเปิดตาอะไรล่ะครับ! แพลนที่เราคุยกันไว้เมื่อคืนคือ 10:15 น. เราต้องถึงจุดชมวิวผาหินงาม เพื่อให้ลูกทัวร์ได้ถ่ายรูปกับหมอกยามสาย แล้ว 11:30 น. เราต้องแวะกินข้าวกลางวันร้านพื้นเมืองที่คุณลุงผู้ใหญ่บ้านแนะนำ แต่ตอนนี้อะไรครับ! นี่มันเลยเวลามาสิบห้านาทีแล้ว และทางที่คุณกำลังพามาเนี่ย มันคือทางไปไหนก็ไม่รู้!"
เสียงหวานที่พยายามกดให้เข้มแต่สั่นด้วยความโกรธตวาดลั่นรถ เติ้ลที่นั่งงีบอยู่เบาะหลังถึงกับสะดุ้งตื่น ตาโตมองซ้ายมองขวาก่อนจะรีบยื่นหน้าขึ้นมาเกาะเบาะหน้า
"เกิดอะไรขึ้นครับพี่พิมพ์ เสียงดังลั่นรถเชียว... เฮ้ย! พี่วิน เรากำลังจะไปไหนเนี่ย ทำไมทางมันดูโรแมนติกจังวะ เหมาะแก่การมาเดตมากเลย" เติ้ลทำจมูกฟุดฟิดทำตัวเป็นกองหน้าระยะเผาขนที่แย่ที่สุดในสถานการณ์นี้
"เงียบไปเลยนะเติ้ล!" พิมพ์หันไปแว้드ใส่ลูกน้องตัวแสบหนึ่งท็อปปิ้ง ก่อนจะหันกลับมาจ้องหน้ากวินด้วยสายตาพิฆาต "คุณกวิน เลี้ยวรถกลับเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นผมจะหักเงินค่าขนมคุณ... เอ้ย ไม่ใช่! ผมจะฟ้องบริษัททัวร์ว่าคุณก่อวินาศกรรมทริป!"
กวินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงทุ้มต่ำนั้นช่างน่าหมั่นไส้ในความรู้สึกของพิมพ์เสียเหลือเกิน เขาไม่ได้มีท่าทีสะดุ้งสะเทือนกับคำขู่เลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเหยียบคันเร่งเบาๆ ให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างนิ่มนวล
"บริษัททัวร์ไหนจะกล้าหักเงินสถาปนิกแถวหน้าผู้เป็นสปอนเซอร์รายใหญ่ของทริปนี้กันล่ะครับคุณพิมพ์รตา อีกอย่างนะ... แพลนเป๊ะๆ ของคุณน่ะ มันน่าเบื่อจะตาย ไม่มีพื้นที่ให้หายใจเอาเสียเลย ชีวิตคนเราบางครั้งมันก็ต้องมีเซอร์ไพรส์กันบ้างสิครับ"
รถตู้คันโตชะลอความเร็วลงเมื่อมาหยุดอยู่หน้าซุ้มประตูไม้ไผ่ที่ถักทออย่างประณีต ป้ายไม้สนสลักตัวหนังสือแฮนด์เมดเก๋ไก๋อ่านได้ความว่า *'บ้านต้นไม้ คาเฟ่ & แกลเลอรี'* ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางสวนป่าร่มรื่น กลิ่นหอมจางๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดลอยอบอวลแตะจมูกทันทีที่กระจกรถถูกเลื่อนลง
กวินดับเครื่องยนต์ หันมามองคนข้างๆ ที่ตอนนี้กำลังเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นใสฉายแววหงุดหงิดปนระอาอย่างปิดไม่มิด
"ลงไปครับ... ผมเลี้ยงกาแฟไถ่โทษที่ทำให้แผนอันศักดิ์สิทธิ์ของคุณพังไม่เป็นท่า" กวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงนิดหน่อย แววตาพราวระยับแฝงความรู้สึกบางอย่างที่พิมพ์ไม่อยากจะตีความมันให้ลึกซึ้ง
"ผมไม่กิน! แล้วก็ไม่ต้องมาทำเป็นใจดีด้วย" พิมพ์กอดอกเชิดหน้าหนี มองออกไปนอกกระจก รถตู้อีกสองคันของลูกทัวร์ขับตามเข้ามาจอดเรียงรายด้านหลัง เสียงประตูรถเปิดออกพร้อมกับเสียงบ่นอุบออของลูกทัวร์บางคนที่เริ่มสงสัยว่าทำไมถึงพามาสถานที่ลึกลับแบบนี้
"พี่พิมพ์ครับ... ไหนๆ ก็มาแล้ว กลิ่นกาแฟมันหอมเตะจมูกขนาดนี้ ลูกทัวร์เริ่มลงมากันหมดแล้วนะพี่" เติ้ลกระซิบสะกิดเบาๆ พิมพ์ถอนหายใจยาวเหยียดอย่างจำยอม เธอสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกสติ ก่อนจะผลักประตูรถก้าวลงไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายที่ชายหนุ่มจอมกวนเป็นคนสร้างขึ้น
บรรยากาศภายในร้านกาแฟตกแต่งด้วยสไตล์อินดัสเทรียลลอฟท์ผสมผสานกับความอบอุ่นของงานไม้ แสงไฟสีส้มอ่อนสาดส่องกระทบกับเฟอร์นิเจอร์วินเทจดูมีรสนิยม ลูกทัวร์กลุ่มใหญ่ต่างพากันตื่นตาตื่นใจกับมุมถ่ายรูปสวยๆ ที่ซ่อนอยู่ทุกมุมตึก จนลืมไปเลยว่าตอนนี้เลยเวลาตามตารางมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
"เห็นไหมครับ... ลูกทัวร์ของคุณดูมีความสุขดีออก ดีกว่าไปยืนหน้าบูดรอถ่ายรูปกับหมอกจางๆ ที่มองไม่เห็นอะไรเลยตั้งเยอะ"
กวินเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างๆ พิมพ์ที่กำลังยืนกอดอกเชิดหน้าถือแท็บเล็ตตรวจเช็กเวลาอยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์ สายตาคมกริบของสถาปนิกหนุ่มกวาดมองใบหน้าด้านข้างของไกด์สาวที่ตอนนี้เริ่มมีเหงื่อซึมบางๆ ตรงขมับ
"คุณนี่มัน... เอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยนะครับคุณกวิน" พิมพ์หันมาต่อว่า เสียงกระซิบลอดไรฟันด้วยความหมั่นเขี้ยว "รู้ไหมว่าผมต้องใช้เวลาสามวันสามคืนในการจัดสรรเวลาทริปนี้ให้ลงตัวที่สุด เพื่อไม่ให้ลูกทัวร์คอมเพลนต์ แล้วคุณก็ทำมันพังในพริบตาเดียว!"
"ผมไม่ได้ทำพังครับ... ผมแค่กำลังสร้าง 'ความทรงจำที่ดีกว่า' ให้พวกเขาต่างหาก" กวินก้าวเข้าไปประชิดตัวขึ้นอีกนิดโดยไม่รู้ตัว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นอายธรรมชาติทำให้พิมพ์ต้องถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยอัตโนมัติจนหลังชนกับเคาน์เตอร์ไม้ "และที่สำคัญ... ผมอยากให้คุณได้พักผ่อนบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาดูนาฬิกาจนลืมมองว่าสองข้างทางมันสวยงามแค่ไหน"
คำพูดนั้นสะดุดความตั้งใจจะเถียงของพิมพ์ลงชั่วขณะ ดวงตากลมโตช้อนขึ้นมองสบตาคนพูดอย่างไม่ทันตั้งตัว ประกายความอ่อนโยนที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่คมนั้นทำเอาหัวใจดวงน้อยที่เต้นเป็นจังหวะงานระบบระเบียบมาตลอดทั้งวัน เกิดรวนเรขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
"ใครบอกว่าผมไม่มอง..." พิมพ์เสียงแผ่วลงโดยอัตโนมัติ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ จนต้องรีบเบนสายตาหนีไปมองเมนูกาแฟบนผนังแทน "ผมแค่... ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็เท่านั้นเอง"
"งั้นตอนนี้... เลิกทำหน้าที่สักสิบนาที แล้วมาทำตามใจผมสักครั้งได้ไหมครับ" กวินยื่นแก้วกาแฟลาเต้ร้อนอาร์ตลาเท่รูปหัวใจเบี้ยวๆ ที่สั่งมาเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยื่นมาตรงหน้าพิมพ์ "กาแฟคาราเมลลาเต้ หวานน้อย... สูตรพิเศษที่คุณชอบไงครับ ลองชิมดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าบางทีการหลุดจากแพลน... มันก็ไม่ได้แย่เสมอไปหรอกนะ"
พิมพ์มองแก้วกาแฟในมือเขา สลับกับใบหน้ายิ้มแย้มที่ดูจริงใจเกินกว่าจะหาคำมาด่าต่อ เธอกำลังจะอ้าปากปฏิเสธและตอกกลับด้วยคำพูดคมคายสักประโยค ทว่า...
*Rรินนน... Rรินนน!*
เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อกั๊กของพิมพ์ดังขึ้นตัดบรรยากาศโรแมนติกที่กำลังก่อตัวขึ้นอย่างกะทันหัน เธอรีบควักมันออกมาดูหน้าจอ ปรากฏชื่อ 'ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ' โชว์หรี่แสงกะพริบอยู่พร้อมกับข้อความสั้นๆ จากแอปพลิเคชันแชตภายในบริษัทที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ...
*[ urgente: พิมพ์รตา ตอนนี้ลูกทัวร์ VIP จากกรุ๊ปใหญ่คอมเพลนต์เรื่องเปลี่ยนเส้นทางกะทันหันโดยไม่แจ้งล่วงหน้า พวกคุณอยู่ไหนกันทำไมยังไม่ถึงจุดชมพักผ่อนตามแพลน! ]*
หัวใจของพิมพ์หล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม รอยยิ้มและบรรยากาศละมุนละไมเมื่อครรลองสลายหายไปในพริบตา เธอเงยหน้าขึ้นมองกวินด้วยสายตาที่เปลี่ยนจากความหงุดหงิดเป็นความตื่นตระหนกสุดขีด
"คุณวิน..." พิมพ์เสียงสั่นระริก ยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้เขาดู "เราซวยกันจริงๆ แล้วล่ะครับ..."
กวินก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อครู่หายวับไปกับตา ใบหน้าหล่อเหลาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมขึ้นมาทันทีเมื่อตระหนักได้ว่าสถานการณ์เริ่มเกินกว่าที่คาดคิดไว้
--------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและก้าวผ่านทุกโค้งอันตรายไปกับเคมีคู่กัดคู่นี้ด้วยกันเสมอนะครับ
ไกด์สาวหน้าตายกับสถาปนิกปากหมาขอท้าชนทั่วไทย•ตอนที่ 2
แผนเที่ยวล่มเพราะตาบ้าคนเดียว
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวหน้าตายกับสถาปนิกปากหมาขอท้าชนทั่วไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!