"บอกแล้วไงครับว่าเบาะริมหน้าต่างน่ะเป็นสิทธิ์ของคนที่จองตั๋วเลขคี่ก่อน... คุณกวินครับ กรุณาถอยก้นหนักๆ ของคุณออกจากที่นั่งผมด้วยครับ"
น้ำเสียงของพิมพ์รตาเรียบสนทนาราวกับหุ่นยนต์ติดแอร์ แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรง The Matrix นั้น ร้อนแรงพอจะหลอมละลายคอนโซลหน้ารถตู้ VIP คันโฉบให้ละลายเป็นจุลได้ในพริบตา
"อะไรกันครับคุณไกด์หน้าตาย ตัวเล็กแค่นี้ทำไมหวงพื้นที่จังล่ะครับ เบาะตั้งกว้าง นั่งเบียดกันนิดเบียดกันหน่อย เผื่อแผ่นดินไหวเราจะได้กอดกันกลมได้ทันทีไงครับ... อีกอย่าง ผมเมารถครับ ขืนให้นั่งริมทางเดิน มีหวังผมได้พุ่งใส่กระเป๋าแบรนด์เนมของคุณแน่ๆ" กวินลอยหน้าลอยตาตอบ เขายังคงทิ้งน้ำหนักตัวลงบนเบาะริมหน้าต่างตัวเก่งด้วยท่าทีสบายอารมณ์ ไหล่กว้างๆ เอนพิงพนักพิงแถมยังยกแขนขึ้นพาดเบาะราวกับเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว
"ถ้าคุณเมาเรือ... เอ้ย เมารถ ตั้งแต่รถยังไม่ทันสตาร์ทเครื่องออกจากขนส่ง ผมแนะนำให้คุณลงไปเดินเท้าข้ามจังหวัดครับ เชิญ!" พิมพ์รตากัดฟันกรอด นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ประตูรถตู้ที่ยังเปิดอ้าซ่า พร้อมส่งยิ้มหวานหยดแบบที่ถ้าเป็นนางร้ายในละครหลังข่าว พระเอกคงโดนตบหัวทิ่มไปแล้ว
เติ้ลที่นั่งอยู่เบาะแถวหลังสุด ถือถุงกาแฟเย็นโบราณในมือ ดูดเสียงดังจ๊วบก่อนจะกลั้นขำจนตัวโยน เขายื่นหน้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างศึกชิงนาง... เอ้ย ศึกชิงที่นั่ง พร้อมกับทำหน้าที่ผู้ช่วยไกด์จำเป็นที่อยากลาออกจากงานทุกๆ สามนาที
"เอ่อ ใจเย็นๆ ครับคุณพิมพ์ คุณวินครับ รถตู้คันนี้เบาะมันกว้างเท่ากันหมดนะครับ นั่งตรงไหนก็เห็นวิวข้างทางเหมือนกัน... เอาอย่างนี้ไหมครับ เพื่อความสงบสุขของกองคาราวาน คุณพิมพ์นั่งริมหน้าต่างฝั่งซ้าย ส่วนคุณวินนั่งริมหน้าต่างฝั่งขวา... แยกย้ายครับ แยกย้าย เดี๋ยวทริปเปิดตัวกาญจนบุรีของเราจะล่มตั้งแต่ยังไม่พ้นปริมณฑลนะครับ"
คำตัดสินของเติ้ลทำเอาคู่กรณีทั้งสองหันขวับมามองพร้อมกันด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย ชนิดที่เรียกว่าถ้าสายตามีดอทคอม กวินกับพิมพ์รตาคงสับกันเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว แต่สุดท้ายด้วยความที่เวลาเป็นเงินเป็นทองและแพลนเที่ยวที่พิมพ์รตาตารางแน่นเอี๊ยดเป็นระเบียบวินัยทหาร เธอกจึงยอมสะบัดก้นนั่งกระแทกลงที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างจำใจ
เครื่องยนต์ดีเซลคำรามเบาๆ ก่อนที่รถตู้จะเคลื่อนตัวออกจากสถานีขนส่งมุ่งหน้าสู่ถนนสายเพชรเกษม บรรยากาศภายในรถตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ มีเพียงเสียงเพลงบรรเลงเบาๆ จากคลับวิทยุที่เปิดคลอเพื่อผ่อนคลาย แต่ทว่า... บรรยากาศรอบตัวของสถาปนิกปากหมากับไกด์สาวหน้าตายกลับอัดแน่นไปด้วยกระแสไฟฟ้าสถิตที่พร้อมจะช็อตใส่กันได้ทุกเมื่อ
กวินหันหน้ามองทัศนียภาพนอกหน้าต่าง แวบหนึ่งดวงตาคมกริบเหลือบกลับมามองหน้าจอสมาร์ทโฟนในมือ ข้อความแชตจากหน้าจอเมื่อครู่ยังคงติดค้างอยู่ในหัว สมองของเขากำลังประมวลผลถึงความผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน สถานการณ์ที่เขาคิดว่าแค่มาเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจและแกล้งแซวไกด์สาวเล่นแก้เบื่อ เริ่มมีกลิ่นอายของความลับบางอย่างซ่อนอยู่เบื้องหลังรอยยิ้มเป๊ะๆ ของเธอกลุ่มนี้แล้ว
*กริ๊ง...* เสียงแจ้งเตือนข้อความในแชตกลุ่มทัวร์ดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของกวิน
**[Tle_Assistant]:** *ประกาศจากกองอำนวยการครับ เนื่องจากเส้นทางที่เรากำลังจะไปมีจุดก่อสร้างทางหลวง แพลนที่เราจะแวะคาเฟ่ริมน้ำตอนบ่าย อาจจะต้องเลื่อนขึ้นมาเร็วขึ้น 30 นาทีนะครับคุณพิมพ์ ไหวไหมครับ?*
พิมพ์รตาที่นั่งกอดอกหลับตาทำสมาธิอยู่ฝั่งตรงข้าม ลืมตาขึ้นทันที มือเรียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ตอบกลับด้วยความเร็วแสง ชนิดที่นิ้วแทบพันกัน
**[Phim_GuidePro]:** *ไม่ได้ค่ะ! แพลนทุกอย่างถูกคำนวณมาอย่างดี ถ้าเลื่อนขึ้น 30 นาที เวลาที่เราจะใช้ถ่ายรูปกับสถาปัตยกรรมสะพานประวัติศาสตร์จะหายไป และมันจะกระทบกับเวลาอาหารเย็น ซึ่งจะทำให้ร้านอาหารที่เราจองไว้บล็อกที่นั่งไว้หลุดจองทันทีค่ะ! เติ้ลเช็กกับทางกรมทางหลวงหรือยังว่าเขาก่อสร้างถึงกิโลเมตรไหน?*
กวินอมยิ้มมุมปากเมื่อเห็นความจริงจังขั้นสุดยอดของคนตรงข้าม เขาเอียงตัวเข้าไปใกล้ทางเดินเล็กน้อย เอ่ยปากแซวด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่ตั้งใจให้ได้ยินกันแค่สองคน
"คุณนี่นะ... ใช้ชีวิตเหมือนชีวิตนี้เหลือเวลาอีกสามวันจะสิ้นโลก ระเบียบจัดขนาดนี้ เวลาไปเดตกับใคร ไม่ทำตาราง Excel แจกเขาด้วยเหรอครับว่านาทีไหนต้องจับมือ นาทีไหนต้องหอมแก้ม?"
พิมพ์รตาหันขวับมามอง ขมวดคิ้วมุ่นจนแทบจะเป็นปม
"เรื่องของฉันค่ะ! ชีวิตฉัน แพลนของฉัน ลูกค้าจ่ายเงินมาเพื่อให้ฉันพาเที่ยวอย่างมีความสุขและตรงเวลา ไม่ใช่มานั่งลุ้นว่าช่างก่อสร้างจะเทปูนเสร็จเมื่อไหร่... ถ้าคุณไม่มีอะไรทำประโยชน์ กรุณานอนหลับตาแล้วปิดปากสนิทๆ ไปเลยค่ะคุณกวิน!"
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้... ระวังจะตกหลุมรักผมเข้าสักวันนะครับ คุณไกด์" กวินกระซิบเสียงต่ำ เจือแววหยหยันที่แฝงความขี้เล่นเอาไว้อย่างแพรวพราว
"ฝันไปเถอะค่ะ!" พิมพ์รตาสะบัดหน้าหนี หันขวับไปมองนอกหน้าต่างทันทีเพื่อซ่อนใบหน้าร้อนผ่าวที่จู่ๆ ก็เห่อแดงขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะไปกับประโยคกำกวมเมื่อครู่เสียอย่างนั้น เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพื่อสงบสติอารมณ์
ทว่า ในขณะที่รถตู้กำลังวิ่งด้วยความเร็วคงที่บนทางหลวงแผ่นดิน จู่ๆ โชเฟอร์ก็เหยียบเบรกกะทันหันจนตัวรถโคลงเคลง แรงเหวี่ยงทำให้กระเป๋าเป้ใบใหญ่ที่วางอยู่บนชั้นวางของเหนือศีรษะหลุดออกจากล็อก พุ่งตรงดิ่งลงมาหาร่างของพิมพ์รตาที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่พอดี!
"ระวัง!"
เสียงทุ้มต่ำของกวินตะโกนลั่นรถ พร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งพรวดข้ามเบาะทางเดินมาอย่างไร้ความลังเล สองแขนแข็งแกร่งคว้าหมับเข้าที่เอวบางของพิมพ์รตาแล้วดึงรั้งเข้าหาตัวอย่างแรง แรงกระแทกทำให้ทั้งคู่ล้มลงไปกองกับเบาะฝั่งติดหน้าต่างด้วยกันทั้งคู่ โดยมีร่างหนาของกวินทับอยู่ด้านบน ส่วนพิมพ์รตานอนตาสว่างค้างอยู่ใต้ร่างของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าหากันในระยะประชิดจนแทบไม่มีช่องว่าง
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นแดดอ่อนๆ ลอยเข้าจมูกพิมพ์รตา สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่กวินเองก็ชะงักค้างไปเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากปลายจมูกของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังจ้องมองริมฝีปากเม้มแน่นของเธอด้วยประกายบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะหยั่งถึง
"เอ่อ... คือว่า..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกจากปากของกวิน เสียงหัวใจของเขากำลังเต้นโครมครามแข่งกับเครื่องยนต์รถ
ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือที่คว่ำอยู่บนเบาะข้างกายของกวินก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนไลน์เด้งขึ้นโชว์หรี่ๆ ให้เห็นตัวอักษรชัดเจนเต็มตา—
**[Unknown Sender]:** *ระวังตัวไว้ให้ดี ไอ้กวิน... แพลนที่มึงกำลังตามหา มันไม่ได้มีแค่เรื่องเที่ยว แต่มันคือกับดัก!*
ดวงตาของกวินหรี่แคบลง รอยยิ้มกวนประสาทหายวับไปจากใบหน้าทันที แทนที่ด้วยความเคร่งเครียดดุดันที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปเป็นคนละคน พิมพ์รตาที่นอนอยู่ใต้ร่างสัมผัสได้ถึงความเกร็งเข้มของกล้ามเนื้อแผ่นอกเขา เธอขมวดคิ้วสงสัยกำลังจะอ้าปากถาม แต่กวินกลับรีบยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้เบาๆ สายตาคมกวาดมองไปรอบรถตู้ที่ยังคงวิ่งไปข้างหน้าอย่างราบรื่นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ก่อนที่เขาจะโน้มใบลงกระซิบข้างหูเธอด้วยเสียงที่เบาหวิวราวกับเสียงกระซิบของสายลม แต่กลับชัดเจนก้องกังวานในความรู้สึกของเธอว่า—
"อย่าเพิ่งขยับ... และอย่าเพิ่งถามอะไรทั้งสิ้น ทริปนี้... ดูท่าทางจะไม่ได้มีแค่เราสามคนซะแล้วล่ะครับคุณพิมพ์"
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งเสียงเชียร์คู่กัดคู่นี้มาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ แบกเป้ท่องโลก
ไกด์สาวหน้าตายกับสถาปนิกปากหมาขอท้าชนทั่วไทย•ตอนที่ 3
สงครามน้ำลายริมหน้าต่างรถตู้
ผลงานโดย แบกเป้ท่องโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบกเป้ท่องโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ไกด์สาวหน้าตายกับสถาปนิกปากหมาขอท้าชนทั่วไทย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!