"ถ้าคุณยังจะขยับนิ้วไปแตะภาพเขียนนั้นอีกเพียงมิลลิเมตรเดียว ผมรับรองได้เลยว่ากระดูกนิ้วของคุณจะกลายเป็นเศษหินปูนทันทีที่กลไกใต้พื้นห้องนี้ทำงานครับ พันเอกวิชัย"
เสียงของผมดังก้องไปทั่วโถงหินอับชื้น ตัดผ่านความเงียบสงัดที่กดทับเรามานานหลายชั่วโมง ผมยืนกุมไฟฉายไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างถือสมุดบันทึกหนังที่กรอบเกรียมด้วยกาลเวลา ดวงตาของผมจับจ้องไปที่นิ้วชี้ของชายในเครื่องแบบพรางที่กำลังยื่นเข้าหาภาพวาดผนังรูป 'ดวงตาที่สาม' ซึ่งประดับด้วยอัญมณีสีชาดเปล่งประกายลึกลับ
พันเอกวิชัยชะงักมือทันที เขาหันกลับมามองผมด้วยแววตาที่เรียบเฉย ทว่าแฝงไปด้วยความคุกรุ่นที่พร้อมจะปะทุ เขาไม่ตอบโต้ด้วยอารมณ์ แต่รอยยิ้มมุมปากของเขาทำให้ผมรู้ดีว่า เขาไม่เชื่อคำขู่ของผมจนกว่าจะเห็นศพแรก
"ด็อกเตอร์ธาดา..." พันเอกวิชัยเอ่ยเสียงต่ำ กวาดสายตามองไปรอบผนังที่เต็มไปด้วยภาพวาดเล่าเรื่องอารยธรรมโบราณ "คุณบอกว่านี่คือทางผ่านสู่ห้องเก็บศัสตาวุธ แต่เท่าที่ผมเห็น มันเป็นเพียงภาพเขียนไร้สาระของพวกบูชาเทพเจ้าที่ตายไปเป็นพันปี... หรือคุณแค่กำลังถ่วงเวลาให้พวกทหารของผมหมดความอดทน?"
"ศิลปะบนผนังนี้ไม่ใช่ภาพวาดเพื่อการสักการะ แต่มันคือแผนผังกลไกความดันครับ" รินรดาแทรกขึ้นมา เธอขยับเข้าไปใกล้ผนังหิน ทว่าเว้นระยะห่างตามกฎความปลอดภัยที่ผมเคยย้ำไว้เสมอ นิ้วเรียวของเธอชี้ไปยังร่องรอยการสลักหินที่ดูเหมือนลายเส้นธรรมดา "มองดูสิครับพันเอก ลายเส้นพวกนี้เชื่อมต่อกันด้วยระบบท่อส่งอากาศโบราณ ถ้าคุณไปแตะจุดที่ผิด จังหวะการไหลของแรงดันภายในจะเปลี่ยนไป และสิ่งที่รอเราอยู่ไม่ใช่ขุมทรัพย์ แต่มันคือแก๊สพิษที่ปิดผนึกไว้ในกำแพงหินนี้มานานนับศตวรรษ"
รินรดาสบตากับผม ครู่หนึ่งที่ความกังวลฉายชัดในแววตาของเธอ ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นดี... ภาพวาดตรงหน้าไม่ใช่แค่แผนผัง มันคือ 'บันทึกความทรงจำ' ของอารยธรรมที่สาบสูญไปเพราะการทรยศหักหลัง
ผมก้าวเข้าไปใกล้ผนังมากขึ้น แสงจากไฟฉายสาดกระทบภาพวาดสีชาดบนหินปูน ที่นี่... ในหุบเขาเงาธรณีแห่งนี้ ความจริงที่ถูกฝังไว้กำลังเริ่มปริแตกออก
ภาพนั้นเล่าถึงกษัตริย์องค์หนึ่งที่กำลังถวายเครื่องราชบรรณาการแก่รูปปั้นที่ไม่มีใบหน้า แต่หากสังเกตให้ดี ตรงมุมขวาล่างของภาพ มีสัญลักษณ์ที่คล้ายกับ 'กุญแจ' ซึ่งถูกซ่อนไว้ในลายดอกไม้ที่ดูเรียบง่ายที่สุด ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ความรู้สึกผิดเริ่มเกาะกินใจเมื่อผมนึกถึงภาพในอดีต ภาพของคนรักที่เคยยืนอยู่เคียงข้างผมในจุดที่คล้ายคลึงกันแบบนี้... เธอตายไปเพราะผมตีความภาพวาดนี้ผิดไปเพียงเสี้ยววินาที
"ด็อกเตอร์?" เสียงของรินรดาดึงผมกลับมาจากห้วงคำนึง "คุณเจออะไรบางอย่างใช่ไหม?"
"มันคือรหัสลับของการควบคุมแรงดันครับ" ผมตอบพลางขยับนิ้วไล่ไปตามลวดลายหินโดยไม่สัมผัส "ไม่ใช่ดวงตาที่สาม แต่เป็น 'หยดเลือด' ที่ตกกระทบพื้นในภาพนี้ต่างหากที่เป็นจุดรับแรงดัน... หากเรากดจุดนั้นพร้อมกับจุดที่เป็นรูปคทาในมือของกษัตริย์ ผนังนี้จะเลื่อนออก"
พันเอกวิชัยหัวเราะหึในลำคอ "พิสูจน์ให้เห็นสิ ถ้าเปิดออกไม่ได้ คุณก็รู้ดีว่าชะตากรรมของพวกคุณจะเป็นอย่างไร"
บรรยากาศในโถงหินตึงเครียดจนผมสัมผัสได้ถึงเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรง รินรดาขยับมายืนข้างผม เธอหยิบอุปกรณ์วัดแรงดันขนาดเล็กขึ้นมาเตรียมไว้ เราสบตากันเป็นการส่งสัญญาณครั้งสุดท้าย ผมวางมือลงบนตำแหน่งที่กำหนด—กึ่งกลางระหว่างหยดเลือดและคทา—ผมสูดลมหายใจเข้าลึกจนเต็มปอด
ทันใดนั้น เสียงกลไกหินเสียดสีกันดังสนั่นลั่นโถงราวกับอสุรกายที่ตื่นจากการหลับใหล ผนังหินค่อยๆ เลื่อนออก เผยให้เห็นช่องมืดมิดเบื้องหลัง แต่สิ่งที่ปรากฏออกมากลับไม่ใช่คลังอาวุธอย่างที่พันเอกวิชัยคาดหวัง
ภายในห้องเล็กๆ นั้น มีเพียงแท่นหินวางอยู่แท่นเดียว และบนแท่นนั้น... มีเพียง 'หน้ากากทองคำ' ที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดวางอยู่เพียงชิ้นเดียว
ผมก้าวเข้าไปด้วยความสั่นเทา แสงไฟฉายสาดกระทบพื้นผิวหน้ากากที่สลักลวดลายใบหน้าของสตรีผู้หนึ่ง ดวงตาของหน้ากากนั้นฝังด้วยอัญมณีสีฟ้าใส มันไม่ใช่ของโบราณทั่วไป แต่มันคือสิ่งของที่ผมเคยเห็นในห้องทำงานของบิดาผู้ล่วงลับ... ชายที่หายสาบสูญไปพร้อมกับคณะสำรวจแรกเมื่อยี่สิบปีก่อน
"นั่นมัน..." เสียงรินรดาสั่นเครือ เธอถอยกรูดไปด้านหลัง "ด็อกเตอร์ นั่นมันหน้ากากของคนที่ควรจะตายไปในเหตุการณ์ที่ศูนย์วิจัยไม่ใช่หรือคะ... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?"
พันเอกวิชัยเดินเบียดเข้ามาข้างหน้า ดวงตาของเขาฉายแววโลภโมโทสัน แต่เมื่อเขาเห็นใบหน้าที่ปรากฏบนหน้ากากนั้น ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นสีซีดเผือดราวกับเห็นผี
ผมยื่นมือออกไปหวังจะแตะหน้ากากนั้น ทว่าในวินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส เสียงกลไกที่เงียบไปกลับเริ่มทำงานใหม่อีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่เสียงเปิด แต่เป็นเสียงล็อกที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งโถง ประตูปิดตายสนิท!
ไฟฉายในมือผมดับลงวูบ พร้อมกับความมืดมิดที่เข้าปกคลุม ทว่าในความมืดนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยดังขึ้นมาจากด้านหลังหน้ากากทองคำ—เสียงฝีเท้าของใครบางคนที่ควรจะกลายเป็นกระดูกไปนานแล้ว
"ธาดา... ลูกรัก เจ้ากลับมาหาพ่อช้าไปเสียจริง"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 39
ปริศนาภาพวาดผนัง
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!