ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 38

ความหวังริบหรี่

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
เสียงขวดน้ำพลาสติกที่ถูกบีบจนแฟบแบนดัง “แกรบ” เบาๆ ท่ามกลางความเงียบงันในโถงหินอับชื้น เป็นเสียงที่บีบหัวใจยิ่งกว่าเสียงคำรามของสัตว์ร้ายเสียอีก ศ.ดร. ธาดา จ้องมองหยดน้ำหยดสุดท้ายที่ไหลรินลงคออย่างเชื่องช้า ดวงตาของเขาซูบตอบแต่ยังคงทอประกายแห่งการวิเคราะห์ขณะที่เขาวางขวดเปล่าลงบนพื้นหินทรายอย่างแผ่วเบา รินรดานั่งห่างออกไปไม่กี่ก้าว เธอพยายามแกะกลไกฟันเฟืองของแผ่นศิลาที่ปิดกั้นเส้นทางเบื้องหน้า แต่ปลายนิ้วที่สั่นเทาจากการขาดน้ำทำให้จังหวะการขยับของเธอดูติดขัด “หยุดเถอะริน... พลังงานของคุณสำคัญกว่าการเปิดประตูบานนี้ในตอนนี้” ธาดาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบพร่า ทว่ายังคงความนุ่มนวลและสุขุม รินรดาไม่ตอบ เธอเม้มริมฝีปากที่แตกแห้งจนเป็นแผลลึก สายตาจดจ่ออยู่กับรอยสลักรูปงูที่ขดตัวเป็นวงกลม “ถ้าเราไม่ออกไปจากที่นี่ภายในคืนนี้ ร่างกายของพวกเราจะไม่เหลือแม้แต่แรงจะคลานด้วยซ้ำ อาจารย์คะ... ฉันขอโทษ แต่ฉันหยุดไม่ได้” “ความตายไม่ได้มาเยือนเพราะเราเปิดประตูไม่ได้ แต่มันจะมาเยือนถ้าคุณหมดสติไปกลางทาง” ธาดาขยับกายเข้าไปใกล้ มือของเขาเอื้อมไปแตะไหล่หญิงสาวแผ่วเบา สัมผัสถึงความร้อนจากไข้ที่เริ่มรุมเร้า “เสบียงเหลือไม่ถึงมื้อแล้ว วิชัยและพรรคพวกก็คงกำลังไล่ล่าเราผ่านเขาวงกตนี้มาติดๆ เราต้องถนอมแรงไว้เป็นทางเลือกสุดท้าย” “ทางเลือกสุดท้ายคืออะไรคะ?” รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาของเธอฉายแววตัดพ้อ “ยอมจำนนให้วิชัย หรือตายอยู่ใต้หุบเขานี้?” ธาดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าออกมา พลิกดูแผนผังที่เคยคัดลอกไว้จากวิหารชั้นนอก ความรู้สึกผิดถาโถมเข้ามาในอกทุกครั้งที่เขานึกถึงใบหน้าของคนรักที่จากไป ความล้มเหลวครั้งนั้นคือเงาที่คอยหลอกหลอนเขาเสมอ แต่ครั้งนี้เขาจะไม่ยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย “ผมจะไม่ยอมให้คุณเป็นอะไรไปเด็ดขาด” ธาดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าหนักแน่น “ริน... ฟังผมนะ โครงสร้างของวิหารนี้ไม่ใช่แค่ทางผ่าน แต่เป็นนาฬิกาทรายขนาดมหึมา ทุกครั้งที่ฟันเฟืองขยับ น้ำจากชั้นหินปูนจะถูกถ่ายเท นี่ไม่ใช่กลไกเปิดประตู แต่มันคือระบบปั๊มน้ำโบราณ” รินรดาชะงัก เธอเริ่มเข้าใจสิ่งที่เขาสื่อ ดวงตาเริ่มกวาดมองไปตามแนวผนังที่เธอคิดว่าเป็นเพียงงานศิลปะ แต่แท้จริงแล้วมันคือท่อส่งน้ำ “ถ้าอาจารย์พูดถูก... เราไม่ต้องเปิดทางผ่าน แต่เราต้องทำให้ระบบมัน ‘สำลัก’ ออกมา” ขณะที่ทั้งสองกำลังเผชิญกับความตายที่คืบคลานเข้ามา เสียงฝีเท้าหนักๆ ของรองเท้าบูทก็ดังก้องมาจากอุโมงค์เบื้องหลัง พันเอกวิชัยและลูกสมุนอีกสองคนก้าวพ้นเงามืดเข้ามาในห้องโถง ปืนไรเฟิลในมือของวิชัยเล็งตรงมายังพวกเขา แสงไฟฉายสาดส่องกระทบใบหน้าของชายผู้น่าเกรงขามที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน “ดูเหมือนธรรมชาติจะใจร้ายกับพวกคุณเหลือเกินนะ ธาดา” วิชัยกล่าวพลางหัวเราะในลำคอ “ไม่ต้องพยายามหาทางออกหรอก เพราะต่อให้เปิดออกไปได้ คุณก็ไม่มีทางรอดพ้นจากอาณาเขตของผมไปได้อยู่ดี” ธาดาไม่หันไปมอง เขาเพียงแค่มองหน้าศัตรูผ่านเงาสะท้อนจากแผ่นหิน “พันเอกครับ... คุณอยากได้อาวุธจากอารยธรรมนี้ไม่ใช่หรือ? แต่คุณลืมไปอย่างหนึ่ง ความมั่งคั่งของโบราณสถานไม่ได้อยู่ที่ทองคำ แต่อยู่ที่การรอดชีวิตเพื่อกลับไปเล่าเรื่องราวของมันให้โลกได้รับรู้” “น่าซึ้งใจ” วิชัยเดินเข้ามาใกล้ขึ้น “แต่ผมเลือกที่จะให้มันเป็นแค่เรื่องเล่าที่ฝังไปพร้อมกับศพของพวกคุณมากกว่า” ทว่าในจังหวะที่วิชัยก้าวเข้ามาในระยะที่ศิลาถูกสลัก รินรดาก็ลงมือ เธอใช้ค้อนเหล็กเล่มเล็กกระแทกเข้าไปที่จุดศูนย์กลางของรูปงูตัวนั้นอย่างจัง ไม่ใช่เพื่อเปิดประตู แต่เพื่อทำลายแกนกลางที่ยึดติดกับระบบไหลเวียนน้ำ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวราวกับแผ่นดินจะถล่มลงมา พื้นหินที่พวกเขายืนอยู่เกิดรอยร้าวขนาดใหญ่ น้ำโคลนสีน้ำตาลเข้มเริ่มพุ่งออกมาจากช่องว่างบนผนังอย่างรุนแรงจนท่วมมิดข้อเท้าในพริบตา วิชัยเสียหลักล้มลงปืนหลุดมือไปไกล ในความโกลาหล ธาดาคว้ามือรินรดาไว้แน่น “ตอนนี้แหละ!” ทั้งสองวิ่งฝ่ากระแสน้ำที่พุ่งทะลักเข้าไปยังช่องว่างที่เพิ่งเปิดออกจากการถล่มของหิน ทว่าเมื่อก้าวข้ามผ่านประตูไปได้ สายตาของธาดาก็ต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง สิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่ทางออกสู่แสงสว่าง แต่มันคือห้องโถงมหึมาที่เต็มไปด้วยโครงกระดูกมนุษย์นับร้อยที่นั่งก้มกราบอยู่หน้าแท่นบูชาหิน และที่ใจกลางแท่นบูชานั้น มีร่างหนึ่งนั่งอยู่... เป็นร่างที่สวมชุดนักโบราณคดีสภาพคุ้นตา เขากำลังถือแผ่นศิลาจารึกที่ธาดาตามหามาตลอดชีวิตเอาไว้ในมือ มือที่สั่นเทาของร่างนั้นเริ่มขยับช้าๆ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าของพวกเขา “อาจารย์... นั่นมัน...” รินรดาเสียงสั่นจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ร่างนั้นหันกลับมาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของเขาคือเงาสะท้อนของธาดาในกระจกที่ดูแก่ชราและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น เขาเอ่ยคำพูดออกมาเป็นภาษาโบราณที่ธาดาจดจำได้ดีที่สุด... ภาษาที่เขาสัญญาว่าจะไม่ใช้อีกตลอดชีวิต หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการผจญภัยครั้งนี้ ขอบพระคุณที่ร่วมค้นหาความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%