ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 37

ศัตรูที่กลายเป็นพันธมิตร

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"กระสุนนัดสุดท้ายของปืนกลมือกระบอกนี้ ถ้าผมลั่นไกใส่อาจารย์ มันก็คงเป็นจุดจบของตำนานนักโบราณคดีที่เก่งที่สุดในยุคนี้... แต่ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า เรากำลังสู้เพื่อใครกันแน่" เสียงทุ้มต่ำและสั่นเครือของ 'หมวดคม' ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในโถงหินทรายที่อับชื้น เขาลดปากกระบอกปืนลงจ่อไปที่พื้นหิน ไม่ใช่เป้าหมายอย่าง ศ.ดร. ธาดา อีกต่อไป แสงจากไฟฉายคาดหัวของธาดาส่องกระทบใบหน้าของชายหนุ่มทหารที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและหยาดเหงื่อ ธาดานิ่งงัน เขายืนประจันหน้ากับชายผู้เคยเป็นตัวอันตรายที่สุดในทีมลาดตระเวนของพันเอกวิชัย ความตึงเครียดในอากาศดูเหมือนจะแข็งค้างเหมือนรูปสลักบนผนังถ้ำ ธาดาไม่ขยับตัวแม้แต่น้อย เขาเพียงแค่จ้องมองเข้าไปในดวงตาที่วูบไหวของคมด้วยสายตาที่สงบนิ่งและลุ่มลึก "คุณตัดสินใจได้เฉียบคมมากครับหมวด" ธาดาเอ่ยเสียงเรียบ "คนของวิชัยมักจะถูกสอนให้มองโลกผ่านศูนย์เล็งปืน แต่ดูเหมือนคุณกำลังเริ่มมองเห็นสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากภารกิจ... คุณเห็นอะไรในความมืดนี้บ้าง?" คมแค่นหัวเราะขมขื่น เขาปาดเหงื่อออกจากหน้าผากด้วยหลังมือที่เปื้อนฝุ่นดิน "ผมเห็นเพื่อนของผมถูกสังเวยให้กับกลไกหน้าไม้พวกนี้เมื่อสิบนาทีที่แล้วอาจารย์ วิชัยไม่เคยสั่งให้เรากู้ภัย เขาแค่ให้เราเหยียบศพเพื่อนเพื่อไปถึงเป้าหมาย... นั่นมันไม่ใช่อาวุธ แต่มันคือคำสาป" รินรดาที่ยืนหลบอยู่หลังเสาหินศิลาแลงขยับตัวเข้ามาใกล้ เธอจับจ้องไปที่หมวดคมด้วยความระแวงมือยังคงแตะอยู่ที่ซองปืนข้างตัว "คุณแน่ใจนะครับว่านี่ไม่ใช่แผนล่อลวงของวิชัย? ถ้าคุณหักหลังเราอีกครั้ง กระสุนนัดนั้นอาจจะเปลี่ยนจากพื้นหินมาเป็นหน้าผากของอาจารย์แทน" "ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับคุณรินรดา" คมโยนแม็กกาซีนที่ว่างเปล่าทิ้งลงบนพื้นเสียงดังเคร้ง "พันเอกวิชัยทิ้งพวกผมไว้เป็นตัวล่อในห้องกับดักเขาวงกตนี้ เขารู้ดีว่ากลไกที่นี่ยังไม่ทำงานจนกว่าจะมีเลือดสดๆ ไหลรินลงไปในร่องหิน... เขาสังเวยคนของตัวเองเพื่อเปิดทางไปสู่หอสมุดศิลา" ธาดาขมวดคิ้ว ปมในใจเรื่องการสูญเสียคนรักจากการสำรวจในอดีตผุดวาบขึ้นมาเหมือนแผลเก่าที่ถูกกรีดซ้ำ ความรู้สึกผิดที่เขาแบกไว้ทำให้เขารู้ดีว่า 'อำนาจ' ที่พันเอกวิชัยถวิลหาจะแลกมาด้วยชีวิตคนมากเพียงใด เขาเดินเข้าไปใกล้คมอีกก้าวโดยไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณต้องการทางรอด ผมมีข้อเสนอ" ธาดากล่าวพลางชี้ไปที่อักขระโบราณบนผนังที่เรืองแสงสีฟ้าจางๆ "หุบเขาเงาธรณีไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อฆ่ามนุษย์ แต่มันถูกสร้างมาเพื่อคัดกรอง 'ผู้ปกป้อง' หากเราต้องการหยุดวิชัย เราต้องหยุดกลไกศูนย์กลางที่ห้องโถงพิธีกรรม ก่อนที่เขาจะเข้าถึงคัมภีร์พยากรณ์มหาภัยพิบัติ" "คุณจะให้ผมทำอะไร?" คมถามด้วยเสียงที่หนักแน่นขึ้น "เป็นกุญแจให้เรา" ธาดาตอบพร้อมรอยยิ้มจางๆ "ใช้ทักษะการรบที่คุณมี ฝ่าฟันกับดักในแบบที่ผมคาดไม่ถึง เพราะวิชัยกำลังใช้เส้นทางที่สั้นที่สุด แต่เราจะใช้เส้นทางที่ 'คนตาย' เท่านั้นถึงจะมองเห็น" รินรดาเริ่มเข้าใจกลยุทธ์ของธาดา เธอหยิบแผนที่โบราณขึ้นมาคลี่ออกท่ามกลางแสงไฟสลัว "ถ้าเราผ่านจุดนี้ไปได้โดยใช้เส้นทางระบายน้ำเก่า เราจะตัดหน้าวิชัยไปถึงห้องโถงใหญ่ได้ก่อนห้านาที แต่ต้องผ่านห้องโถงกระจกเงา ซึ่งนั่นคือกับดักทางจิตวิทยาที่ซับซ้อนที่สุด" คมมองดูแผนที่แล้วพยักหน้า "ผมรู้ทางนั้น... เคยเห็นทหารหน่วยลาดตระเวนรุ่นก่อนหายสาบสูญไปทางนั้น ผมคิดว่ามันคือทางตันมาตลอด แต่ถ้าเป็นอย่างที่คุณว่า... มันคือทางลัดที่ไม่มีใครกล้าแตะ" ทั้งสามคนเริ่มเคลื่อนที่ผ่านความมืดมิดของอุโมงค์หิน เสียงน้ำหยดกระทบหินดังก้องสะท้อนไปมาเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัว บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยนจากหินปูนเป็นศิลาสีดำสนิทที่แผ่ไอเย็นเยือกออกมา ทุกย่างก้าวมีความหมาย ธาดาสังเกตเห็นอักษรจารึกที่พื้นซึ่งเขาไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน มันไม่ใช่ภาษาอียิปต์โบราณ ไม่ใช่ขอม ไม่ใช่ทิเบต แต่มันคือภาษาที่ถูกเขียนขึ้นก่อนอารยธรรมหลักของมนุษย์จะอุบัติขึ้น ขณะที่พวกเขาเดินมาถึงหน้าประตูศิลาบานยักษ์ที่แกะสลักรูปงูยักษ์สองตัวพันกัน คมก็หยุดชะงัก สายตาของเขาเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวอย่างเห็นได้ชัด เขาชี้ไปที่รอยเลือดสดๆ ที่ยังคงหยดอยู่บนพื้นหินหน้าประตู "สายไปแล้วครับอาจารย์... วิชัยมาถึงก่อนเรา" คมกระซิบด้วยเสียงสั่นเครือ ธาดารีบดับไฟฉายทันที ทั้งสามหมอบลงข้างเสาหิน ห่างออกไปเบื้องหน้า ประตูศิลาบานยักษ์กำลังเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงกลไกฟันเฟืองโบราณที่ดังครืดคราดเสียดแทงแก้วหู แสงสว่างจ้าจากแฟลร์ทหารพุ่งออกมาจากช่องว่างนั้น ตามด้วยเสียงหัวเราะที่ฟังดูบ้าคลั่งของพันเอกวิชัย "ในที่สุด! ขุมทรัพย์ที่โลกต้องสยบอยู่ใต้ฝ่าเท้าข้า!" ทว่า ทันทีที่วิชัยก้าวพ้นธรณีประตู สิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เสียงกรีดร้องของทหารในสังกัดวิชัยดังระงมไปทั่วโถง ไม่ใช่เพราะพวกเขาสู้กับศัตรู แต่เพราะกำแพงศิลาในห้องโถงนั้นกำลังขยับตัวเข้าหากันราวกับฟันของอสูรร้าย ธาดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นสิ่งที่วิชัยทำลงไป—เขาสั่งให้ทหารใช้ระเบิดทำลายแท่นบูชาหลักเพื่อบังคับเปิดกลไก "หยุดนะวิชัย! นั่นมันการปลุกระบบทำลายล้างตัวเอง!" ธาดาตะโกนออกไปท่ามกลางความโกลาหล วิชัยหันกลับมามองตามเสียง ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่งและอำมหิต เขายกปืนเล็งมาที่จุดที่ธาดาซ่อนตัวอยู่ แต่ก่อนที่นิ้วของเขาจะลั่นไก เงาร่างสีดำประหลาดก็พุ่งออกมาจากเงามืดหลังประตูศิลาที่เพิ่งเปิดออก มันไม่ใช่ทหาร ไม่ใช่มนุษย์ แต่มันคือผู้พิทักษ์ที่หลับใหลมานับพันปีในชุดเกราะสำริดโบราณ ปลายหอกแหลมคมของมันพุ่งทะลุอกทหารคนหนึ่งของวิชัยไปอย่างง่ายดายราวกับแทงผ่านกระดาษ ธาดาถอยหลังกรูดด้วยความตกตะลึง เพราะสิ่งที่เขาเห็นเบื้องหน้าไม่ใช่แค่กับดัก แต่มันคือ... สมาชิกทีมสำรวจของเขาที่หายตัวไปเมื่อห้าปีก่อน—คนรักที่เขาคิดว่าตายไปแล้ว—กำลังยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้พิทักษ์ด้วยดวงตาที่ปราศจากแววตาของมนุษย์! หวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการผจญภัยครั้งนี้ ขอบพระคุณที่ร่วมค้นหาความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%