“อย่าเพิ่งขยับริน! ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงมิลลิเมตรเดียว กลไกป้องกันภัยที่ซ่อนอยู่ใต้แผ่นหินนั่นจะเปลี่ยนพวกเราให้กลายเป็นเนื้อบดละเอียดในชั่วพริบตา”
ผมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าเฉียบขาด สายตาของผมจดจ้องไปยังรอยแยกของผนังถ้ำที่สั่นไหวอย่างผิดปกติ รินรดานิ่งค้างอยู่ในท่าเตรียมหมอบ เธอค่อยๆ ถอนเท้ากลับมาอย่างระมัดระวัง เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นบนขมับของเธอ ท่ามกลางความมืดมิดในส่วนลึกของหุบเขาเงาธรณี อากาศที่นี่เบาบางและอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของโลหะที่ถูกทิ้งร้างมานานนับพันปี
“อาจารย์ครับ...” รินรดากระซิบ เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อย “เครื่องสแกนของฉันตรวจพบระดับพลังงานที่ผิดปกติ มันไม่ได้มาจากซากปรักหักพัง แต่มันเหมือนกับว่า... มีสิ่งที่มีชีวิตกำลังเต้นตุบๆ อยู่ในผนังห้องโถงตรงหน้าเรานี่เอง”
ผมขยับแว่นสายตาพลางปรับไฟฉายคาดหัว ความสว่างของมันส่องกระทบเข้ากับแท่นศิลาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางห้องโถง มันไม่ใช่แท่นบูชาทั่วไป แต่มันคือโครงสร้างเรขาคณิตที่ดูซับซ้อนเกินกว่าสติปัญญาของมนุษย์ยุคสำริดจะสร้างขึ้นได้ ตรงกลางแท่นนั้นมีวัตถุรูปทรงปริซึมวางอยู่ มันไม่ใช่หินและไม่ใช่โลหะ แต่มันคือผลึกสีครามที่กำลังเปล่งแสงจังหวะช้าๆ เหมือนจังหวะการหายใจของสิ่งมีชีวิต
เราสองคนก้าวเข้าไปใกล้โดยใช้เวลาเกือบสิบนาทีในการข้ามผ่านพื้นหินที่เต็มไปด้วยกับดักกลไกฟันเฟืองที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฝุ่นหนา เมื่อถึงหน้าแท่นศิลา ผมสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ ที่ส่งผ่านมาถึงพื้นรองเท้า มันคือพลังงานมหาศาล... พลังงานที่บริสุทธิ์และทรงพลังยิ่งกว่าเชื้อเพลิงใดๆ ที่ผมเคยรู้จักในโลกยุคปัจจุบัน
“ริน... ดูสัญลักษณ์ที่ฐานสิ” ผมเอื้อมมือไปปัดฝุ่นออกจากแท่นศิลาเบาๆ ลายนูนต่ำรูปดวงตาทั้งเจ็ดเริ่มปรากฏขึ้น มันดูเหมือนรหัสล็อกที่ไม่ได้ใช้กุญแจ หากแต่ใช้ 'กระแสไฟฟ้า' จากร่างกายมนุษย์เป็นตัวกระตุ้น
“มันกำลังดูดกลืนแสงไฟจากอุปกรณ์ของเรา” รินรดาร้องเตือนเมื่อเห็นไฟฉายในมือเริ่มหรี่แสงลงและเปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มตามแสงของผลึก “อาจารย์ อย่าแตะมันนะครับ!”
ผมชะงักมือไปครู่หนึ่ง ความทรงจำอันเจ็บปวดเกี่ยวกับคนที่ผมเคยรักและสูญเสียไปจากการสำรวจครั้งก่อนไหลย้อนกลับมา ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวในอดีตเกือบทำลายชีวิตผมไปครึ่งหนึ่ง แต่ในวันนี้... เบื้องหน้าของผมคือคำตอบของอารยธรรมที่สาบสูญ หากผมหยุดตอนนี้ ความตายของคนเหล่านั้นก็จะกลายเป็นเพียงโศกนาฏกรรมที่ไร้ความหมาย
ผมสูดลมหายใจลึก ก้าวข้ามผ่านความกลัว แล้วเอื้อมมือไปแตะผลึกสีครามนั้นช้าๆ
วินาทีที่ปลายนิ้วสัมผัส ความเย็นเยียบแล่นผ่านเข้าสู่ไขสันหลัง ตามด้วยกระแสไฟฟ้าที่รุนแรงดุจพายุหมุน เสียงหวีดหวิวแหลมสูงดังสะท้อนก้องไปทั่วโถงถ้ำ แสงสีครามระเบิดตัวออกจนห้องทั้งห้องสว่างวาบราวกับถูกดึงเข้าสู่ใจกลางของดวงดาว ร่างกายของผมถูกตรึงไว้ด้วยพลังงานมหาศาล ภาพเหตุการณ์ในอดีตผุดพรายขึ้นมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงกระซิบของภาษาโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดเข้าใจดังก้องอยู่ในโสตประสาท
“อาจารย์! ปล่อยมือครับ!” รินรดาพยายามจะดึงตัวผมออกไป แต่พลังงานรอบแท่นศิลากลับผลักเธอจนกระเด็นไปกระแทกผนัง
ท่ามกลางความสับสนอลหม่านนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของรองเท้าบูททหารก็ดังขึ้นจากทางเข้าห้องโถง ผมพยายามลืมตาที่พร่ามัวมองผ่านแสงสีครามที่แปรปรวน เห็นเงาร่างหนึ่งเดินฝ่าเข้ามาในรัศมีพลังงานนั้นโดยไม่สะทกสะท้าน
“ขอบใจที่เปิดประตูให้ฉันนะ ดร. ธาดา” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยอำนาจและชัยชนะดังขึ้น พันเอกวิชัยเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างแท่นศิลา มือขวาของเขากำปืนพกแน่น ในขณะที่มือซ้ายถืออุปกรณ์เร่งปฏิกิริยาพลังงานที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน
“แก... แกตามมาได้ยังไง” ผมเค้นเสียงถาม ร่างกายยังคงสั่นสะท้านจากกระแสพลังงานที่ยังคงไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือด
วิชัยยิ้มมุมปาก เป็นยิ้มที่ทำให้ผมขนลุกชัน “ฉันไม่ได้ตามพวกแกมาหรอก... ฉันแค่รอให้ 'กุญแจ' ที่มีชีวิตอย่างพวกแกทำงานให้เสร็จต่างหาก และดูเหมือนว่า พลังงานที่แกกำลังปลุกให้ตื่นเนี่ย... มันจะเพียงพอที่จะทำให้โลกทั้งใบต้องคุกเข่าต่อหน้าฉันได้แล้ว”
ทว่าก่อนที่เขาจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น รอยแยกของแท่นศิลาก็เริ่มปริแตกออกอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่พลังงานที่พุ่งพล่านออกมา แต่เสียงกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงโครงสร้างหลักของภูเขาทำให้ฝุ่นผงถล่มลงมาดุจพายุหิมะ
รินรดาที่พยุงตัวขึ้นมาได้รีบตะโกนเสียงหลง “อาจารย์! รีบถอยออกมาเร็ว! พลังงานนั่น... มันไม่ได้กำลังจะถูกเปิดใช้งาน แต่มันกำลังจะระเบิดตัวเอง!”
วิชัยชะงักไป ดวงตาของเขาเบิกกว้างเมื่อเห็นรอยร้าวที่ฐานแท่นศิลาขยายตัวเป็นเส้นใยสีดำมืดมิดที่เริ่มกัดกินความสว่างของผลึก ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทนับสิบก็พุ่งออกมาจากรอยแยกนั้น... ไม่ใช่คน ไม่ใช่เครื่องจักร แต่เป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกพันธนาการไว้ในห้วงเวลาที่ไร้ตัวตน
ความตายที่แท้จริงไม่ได้อยู่ในรูปแบบของกับดัก แต่มันกำลังคืบคลานออกมาจากความมืดที่พวกเราเป็นคนปลุกให้มันตื่นขึ้นมาเอง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับบันทึกนักโบราณคดีในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 29
พลังงานที่ไม่รู้ที่มา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!