ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 30

วิหารกลางน้ำ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"ถ้าคุณก้าวพลาดเพียงนิ้วเดียว อาวุธที่พันเอกวิชัยถวิลหานั่นแหละที่จะกลายเป็นโลงศพฝังร่างเราทั้งคู่ลงใต้บาดาล" เสียงกระซิบของรินรดาดังแผ่วท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับวิญญาณ ผมขยับแว่นสายตาที่พร่ามัวไปด้วยละอองความชื้น ขณะจดจ้องไปยังกลไกเฟืองทองเหลืองเก่าแก่ที่จมอยู่ใต้ผิวน้ำนิ่งสนิทราวกับกระจกดำเบื้องหน้า เรากำลังยืนอยู่บนแท่นหินแคบๆ ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมาเพียงไม่กี่คืบภายใน 'วิหารกลางน้ำ' โครงสร้างที่ดูราวกับถูกสร้างขึ้นเพื่อท้าทายกฎเกณฑ์ทางวิศวกรรมของยุคสมัย ศ.ดร. ธาดา ขยับตัวอย่างระมัดระวัง ความเย็นเยียบของอากาศในโถงหินทรงโดมสูงชันนี้แทรกซึมผ่านเสื้อผ้าลามเลียไปถึงกระดูก สัมผัสถึงไอเย็นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของกาลเวลาและกลิ่นดินโคลนที่ถูกกักขังมานับพันปี เขาเบือนหน้าจากเฟืองกลไกมองไปยังรินรดา ดวงตาของเธอสะท้อนแสงไฟฉายวูบวาบ แฝงไปด้วยความกังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเด็ดเดี่ยว "วิชัยไม่ใช่คนโง่ ริน" ผมกล่าวพลางหยิบเครื่องมือตรวจวัดคลื่นความถี่ออกมา "เขาคงจ่อปากกระบอกปืนอยู่ที่ปากทางเข้าวิหารแล้วในตอนนี้ หากเราไม่รีบถอดรหัสลับนี้เพื่อเปิดประตูห้องโถงชั้นใน เราก็ไม่ต่างอะไรกับหนูที่รอวันถูกรมควัน" "แล้วถ้าคำจารึกนั่นมันไม่ใช่รหัสผ่านล่ะครับศาสตราจารย์?" รินรดาถาม สลับกับใช้ไฟฉายส่องไปที่ผนังหินที่มีรอยสลักอักขระแปลกประหลาด "ถ้ามันเป็นคำสาปแช่งที่พวกเขาทิ้งไว้เพื่อจัดการกับผู้บุกรุกโดยเฉพาะล่ะ? เรากำลังจะปลุกอะไรบางอย่างขึ้นมาหรือเปล่า?" ผมไม่ตอบ แต่สายตาจับจ้องไปที่อักษรโบราณที่คล้ายกับหยดน้ำตา หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะที่คุ้นเคย จังหวะของการค้นพบที่มักจะตามมาด้วยความสูญเสียเสมอ ภาพของคนรักที่จากไปในการสำรวจครั้งก่อนผุดวาบขึ้นในห้วงคำนึง ความรู้สึกผิดที่ยังคงกัดกินใจเหมือนปลวกที่แทะกินเนื้อไม้โบราณ แต่วินาทีนี้ผมไม่อาจปล่อยให้ความกลัวครอบงำ "โบราณสถานแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อป้องกันศัตรูภายนอก แต่มันถูกสร้างมาเพื่อ 'กักเก็บ' อะไรบางอย่างที่อันตรายยิ่งกว่า" ผมสูดหายใจลึก ก้าวเท้าไปข้างหน้าอย่างมั่นคง นิ้วมือที่สั่นเทาเล็กน้อยแตะลงบนสัญลักษณ์รูปคลื่นน้ำบนแผ่นหิน *คลิก...* เสียงกลไกภายในกำแพงวิหารขยับตัวราวกับสัตว์ร้ายที่ตื่นจากการหลับใหล เสียงฟันเฟืองบดเข้าหากันดังกึกก้องสะท้อนไปทั่วห้องโถงกลางน้ำ น้ำในสระรอบตัวเราเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่น แรงดันมหาศาลทำให้แท่นหินที่เรายืนอยู่สั่นสะเทือน รินรดาคว้าแขนผมไว้แน่น สายตาของเธอเบิกกว้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังผนังที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก หลังกำแพงนั้นไม่ใช่ห้องสมุดหรือคลังสมบัติ แต่มันคือช่องว่างมืดมิดที่ลึกสุดหยั่ง ราวกับรอยแยกของโลกที่ถูกเชื่อมต่อเข้ากับมิติอื่น และกลางห้องนั้นมีสิ่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่—แท่นบูชาสีดำสนิทที่ดูดกลืนแสงไฟฉายของเราจนหมดสิ้น บนนั้นมีกล่องหีบเล็กๆ ที่ทำจากโลหะที่ไม่รู้จัก ส่องประกายสีฟ้าหม่นเหมือนดวงดาวที่ใกล้ดับแสง "นั่นไง..." ผมพึมพำ น้ำเสียงแห้งผาก "ศาสตราจารย์! หมอบลง!" รินรดาร้องเตือนพร้อมกับกระชากร่างผมให้ทรุดลงต่ำ ในเสี้ยววินาทีก่อนที่กระสุนนัดแรกจากปากกระบอกปืนเก็บเสียงจะพุ่งผ่านตำแหน่งศีรษะเราไปกระทบผนังหินจนสะเก็ดหินกระจาย เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มทหารรับจ้างดังขึ้นที่โถงทางเดินด้านนอก แสงไฟฉายสว่างวาบตัดกับความมืดมิด พันเอกวิชัยก้าวเข้ามาในโถงวิหารด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าแววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความกระหายอำนาจที่ซ่อนไม่มิด เขาไม่ได้สนใจร่องรอยการต่อสู้ สนใจเพียงสิ่งเดียวที่วางอยู่บนแท่นบูชาตรงหน้าเรา "ขอบพระคุณที่กรุณาเปิดประตูให้พวกเรานะครับ ศ.ดร. ธาดา" วิชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาก้าวผ่านผิวน้ำที่เริ่มนิ่งสงบลงช้าๆ "ผมเฝ้ารอเวลานี้มานาน... เวลาที่อารยธรรมโบราณจะมอบกุญแจสู่การเปลี่ยนแปลงโลกมาไว้ในมือผม" ผมขยับกายลุกขึ้น ยืนขวางหน้าแท่นบูชานั้นไว้ แม้รู้ว่าปืนในมือเขาสามารถเด็ดชีพผมได้ในชั่วพริบตา "คุณไม่เข้าใจหรอกวิชัย สิ่งที่คุณต้องการมันไม่ใช่แค่เครื่องมือทางทหาร แต่มันคือจุดจบของทุกสิ่งที่มนุษย์รู้จัก หากคุณแตะต้องมัน..." "ผมไม่สนว่ามันคืออะไร" วิชัยตัดบท นิ้วชี้แตะที่ไกปืน "ขยับไป... หรือให้ผมต้องทำให้คุณขยับด้วยกระสุน?" ขณะที่วิชัยกำลังก้าวเข้ามาใกล้ระยะอันตราย ทันใดนั้น กล่องหีบสีฟ้าหม่นบนแท่นบูชาก็เริ่มสั่นไหวอย่างรุนแรง เสียงครวญครางดังก้องออกมาจากใจกลางวิหาร ไม่ใช่เสียงของกลไก แต่เป็นเสียงของ 'บางอย่าง' ที่มีชีวิต ผิวหนังบนแท่นบูชาเริ่มเปลี่ยนสภาพกลายเป็นของเหลวสีดำหนืดข้นที่ไหลทะลักออกมาดั่งเลือดที่พุ่งกระฉูดจากแผลฉกรรจ์ ทหารรับจ้างข้างหลังวิชัยเริ่มกรีดร้องเมื่อเงาสีดำเหล่านั้นโอบรัดร่างของพวกเขาดึงลงสู่ความมืดมิดใต้ผิวน้ำ วิชัยชะงักงัน ดวงตาเบิกโพลงด้วยความตระหนกก่อนจะหันกลับมามองผมอย่างขอความช่วยเหลือ แต่ในวินาทีนั้นเอง ผมกลับเห็นเงาสะท้อนในกระจกบานใหญ่ที่โผล่ขึ้นมาจากใต้พื้นน้ำ... มันไม่ใช่เงาของผม ไม่ใช่เงาของรินรดา แต่มันคือใบหน้าของคนรักที่ผมสูญเสียไปเมื่อหลายปีก่อน กำลังแสยะยิ้มออกมาจากความตาย รินรดากระซิบด้วยเสียงที่สั่นพร่าที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยิน "ศาสตราจารย์... นั่นมันไม่ใช่ภาพหลอนใช่ไหมคะ?" คำถามนั้นยังไม่ทันจางหาย พื้นวิหารทั้งหมดยุบตัวลงสู่ก้นบึ้งของมหาสมุทรแห่งความลับที่เราเพิ่งปลุกมันขึ้นมา ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับบันทึกนักโบราณคดีในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%