"อย่าขยับ!"
เสียงตวาดของรินรดาดังก้องขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่ถูกตัดผ่านด้วยลำแสงไฟฉาย ผมหยุดกึก ร่างกายเกร็งค้างอยู่เหนือพื้นหินที่เพิ่งทรุดตัวลงเมื่อครู่ กลิ่นอับชื้นของศตวรรษที่หลับใหลผสมกับกลิ่นไอของดินโคลนและโลหะสนิมเขรอะโชยเข้าปะทะจมูก
เบื้องล่างของพวกเราไม่ใช่ก้นบึ้งที่มืดมิด แต่มันคือห้องโถงพิธีกรรมที่กว้างใหญ่จนคาดไม่ถึง ประกายไฟจากคบเพลิงโบราณที่จุดติดขึ้นเองโดยอัตโนมัติตามกลไกบางอย่าง เผยให้เห็นเสาศิลาแกะสลักรูปอสรพิษพันเกี่ยวเลื้อยขึ้นสู่เพดานที่สูงลิบ
"ธาดา ดูนั่น..." รินรดาชี้ไปยังมุมหนึ่งของห้อง ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตระหนก
ร่างของ 'สมชาย' ช่างภาพหนุ่มประจำทีม นอนแน่นิ่งอยู่บนแท่นหินกลางห้อง ขาของเขาถูกตรึงไว้ด้วยเฟืองเหล็กแหลมคมที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินอย่างแม่นยำและโหดเหี้ยม เลือดสีเข้มไหลนองเป็นทางตัดกับลวดลายเรขาคณิตบนพื้นวิหาร พันเอกวิชัยและลูกน้องทหารรับจ้างอีกสามนายยืนล้อมอยู่ไม่ห่าง มือของพันเอกวิชัยวางอยู่ที่ด้ามปืนพก แววตาของเขาไม่ได้มีความสงสารแม้แต่น้อย มันคือความเย็นชาของนักล่าที่พบว่าเหยื่อไร้ค่าที่จะรักษา
"มันเป็นกลไกป้องกันตัวของวิหาร หรือว่ามีใครบางคนตั้งใจจะเปิดมันกันแน่?" ผมถามพลางขยับตัวลงจากขอบหลุมอย่างระมัดระวัง สัญชาตญาณนักโบราณคดีบอกผมว่า สิ่งที่ฆ่าสมชายไม่ใช่เรื่องบังเอิญ
"หมอนี่แค่โชคร้ายที่ก้าวผิดจังหวะ ดอกเตอร์" พันเอกวิชัยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "หรือบางที... มันอาจจะรู้อะไรบางอย่างที่มากเกินไปจนต้องถูกกำจัดทิ้งก่อนที่ผมจะทันได้รีดเค้นความลับออกมา"
ผมเดินตรงไปยังร่างของสมชาย รินรดาคว้าแขนผมไว้แน่น สายตาของเธอเตือนให้ผมระวังกับดักซ้ำซ้อน ผมทรุดตัวลงตรวจเช็คบาดแผลที่ขาของชายหนุ่ม ไม่ใช่เฟืองปกติ แต่มันคือโลหะผสมสีเงินยวงที่ผมไม่เคยเห็นในบันทึกฉบับใด มันมีรอยสลักอักษรโบราณที่ส่องแสงวาบเป็นจังหวะเหมือนจังหวะหัวใจที่กำลังเต้น
"รินรดา ดูนี่... นี่ไม่ใช่อาวุธโบราณ แต่มันคืออุปกรณ์เชื่อมต่อ" ผมขมวดคิ้ว "สมชายไม่ได้ถูกฆ่าเพราะก้าวผิด แต่มันคือการทำลายหลักฐาน เพราะสิ่งที่เขาถืออยู่ในมือเมื่อครู่ คือกุญแจสำคัญในการไขรหัสลับของหุบเขาแห่งนี้"
"แล้วมันไปไหนล่ะ?" รินรดากวาดสายตาไปรอบห้อง
"อยู่ที่นั่นไง" ผมชี้ไปยังมุมมืดที่ติดกับเสาศิลา เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากเงามืด มันไม่ใช่ทหารของวิชัย และไม่ใช่ใครในทีมของพวกเรา ชายคนนั้นสวมชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่า ใบหน้าซีกซ้ายมีรอยแผลเป็นที่ดูเหมือนสัญลักษณ์โบราณบนกำแพงวิหารไม่มีผิดเพี้ยน
"พวกท่านมาถึงจุดจบเร็วกว่าที่ข้าคิด" ชายแปลกหน้าเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาแหบแห้งเหมือนแผ่นกระดาษที่กรอบเกรียม "วิหารแห่งนี้ไม่ได้ต้องการผู้สำรวจ... มันต้องการ 'เครื่องสังเวย' เพื่อปลุกระบบป้องกันมหาศาลที่พวกท่านกำลังกระหายอยากจะได้ครอบครอง"
พันเอกวิชัยชักปืนขึ้นเล็งไปที่ชายลึกลับทันที "แกเป็นใคร? ส่งของในมือมาให้ฉัน แล้วฉันจะให้แกตายโดยไม่ทรมาน!"
ชายคนนั้นไม่สะทกสะท้าน เขายกมือขึ้นช้าๆ สิ่งที่อยู่ในมือเขาคือแผ่นศิลาขนาดเล็กที่มีแสงสีฟ้าจางๆ เปล่งประกายออกมา "พวกท่านเรียกมันว่าอำนาจ แต่ข้าเรียกมันว่าคำสาป"
ทันใดนั้น พื้นวิหารที่พวกเรายืนอยู่ก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง กลไกฟันเฟืองยักษ์ทั่วทั้งห้องเริ่มหมุนวนด้วยเสียงเสียดสีของโลหะที่ดังบาดแก้วหู รอยแยกบนผนังเริ่มขยายตัวออกเผยให้เห็นห้องลับที่ซ่อนอยู่ภายใน ซึ่งเต็มไปด้วยอาวุธรูปร่างประหลาดที่เรืองแสงไปทั่วทั้งห้อง
"วิชัย... หยุดนะ! ถ้าแกแตะต้องกลไกนั้น วิหารนี้จะพังทลายลงมาทับพวกเราทุกคน!" ผมตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของวิหาร
แต่พันเอกวิชัยกลับไม่ฟัง เขาพุ่งตัวไปหาชายปริศนาด้วยความบ้าคลั่ง ทหารรับจ้างอีกสองคนเปิดฉากยิงใส่เงาสีเทาอย่างดุเดือด กระสุนปืนกระทบกับกลไกโบราณจนเกิดประกายไฟไปทั่ว กระสุนนัดหนึ่งแฉลบไปถูกกลไกควบคุมเสาศิลาหลักของห้อง
เสียง 'คลิก' ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นที่สมชายตกลงไปเริ่มแยกตัวออกเป็นเหวขนาดใหญ่ที่ไม่มีที่สิ้นสุด
ผมคว้าตัวรินรดาไว้แน่นเมื่อพื้นใต้เท้าของพวกเราเริ่มเอียงเทไปทางเหวลึก ท่ามกลางความโกลาหลนั้น ผมเหลือบไปเห็นดวงตาของชายแปลกหน้าคนนั้น เขากำลังมองมาที่ผม... ไม่ใช่ด้วยความโกรธแค้น แต่ด้วยความสมเพช
"ด็อกเตอร์ธาดา..." ชายคนนั้นกระซิบเบาๆ ท่ามกลางเสียงถล่มทลาย "คนรักของคุณไม่ได้หายไปไหน... เธอรอคุณอยู่ที่ใต้ชั้นล่างของนรกแห่งนี้ต่างหาก"
สิ้นคำพูดนั้น เขาก็ปล่อยแผ่นศิลาในมือให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิดเบื้องล่าง พร้อมกับร่างของเขาเองที่กระโดดตามลงไปโดยไม่ลังเล พันเอกวิชัยที่พุ่งตัวไปคว้าศิลานั้นไว้ได้ทันกลับเสียหลักลื่นไถลไปตามพื้นหินที่กำลังเอียงตัวลงสู่ก้นบึ้งของหายนะ
ผมกับรินรดาถูกผลักไปติดอยู่กับขอบกำแพงที่กำลังจะพังทลายลงมา ผมมองลงไปเห็นมือของพันเอกวิชัยเกาะขอบเหวไว้แน่น ในขณะที่แผ่นศิลาในมือเขากำลังสั่นสะท้านอย่างรุนแรงจนเนื้อหนังเริ่มไหม้เกรียม!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับผมในบทที่เข้มข้นนี้ หวังว่าท่านจะยังไม่ลืมคำสาปที่พ่วงมากับสมบัติโบราณนะครับ
บันทึกนักโบราณคดี
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 31
คดีฆาตกรรมปริศนา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!