"ธาดา! อย่ามองตาเขา! หลับตาลงเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนของรินรดาดังแทรกความเงียบงันที่กดทับหัวใจของผมจนเกือบมิด เธอคว้าต้นแขนผมแล้วกระชากอย่างแรงจนตัวผมเซถลาไปกระแทกกับผนังหินเย็นเยียบ รสสัมผัสของกำแพงโบราณที่สั่นสะเทือนตามจังหวะการเลื่อนตัวของโลงแก้วมหาศาลไม่ได้ทำให้ผมเจ็บปวดเท่ากับภาพที่เห็นตรงหน้า
ใบหน้านั้น... ใบหน้าที่ฝังลึกอยู่ในฝันร้ายของผมตลอดห้าปีที่ผ่านมา 'ศิลา' เพื่อนร่วมทีมที่ผมทิ้งเขาไว้ในหลุมศพนิรนามท่ามกลางพายุทราย เขากำลังจ้องมองกลับมา ดวงตาคู่นั้นขุ่นมัวราวกับถูกเคลือบด้วยชั้นหินปูน แต่ทว่าแววตาที่จ้องเขม็งมานั้นกลับเต็มไปด้วยความแค้นที่เหมือนจะแผดเผาจิตวิญญาณผม
"เขา...เขายังไม่ตาย ริน" ผมพึมพำ เสียงสั่นพร่าขณะพยายามประคองสติ
"เขาตายไปนานแล้วธาดา!" รินรดาตวาดตอบ มือของเธอขยับไปที่กระเป๋าอุปกรณ์อย่างคล่องแคล่ว "ดูที่ขั้วต่อของโลงนั่นสิ นั่นไม่ใช่เครื่องช่วยชีวิต แต่มันคือท่อสูบฉีดสารเหลวเขียวๆ ที่เชื่อมต่อกับระบบไฮดรอลิกใต้พื้นถ้ำ! นี่ไม่ใช่การคืนชีพ แต่นี่คือ 'คุกกักขัง' ที่ใช้ร่างมนุษย์เป็นส่วนประกอบของกลไก!"
ยังไม่ทันสิ้นคำ เสียงหวีดหวิวแหลมสูงก็ดังสนั่นไปทั่วโถงนครใต้ดิน ไอระเหยสีขาวขุ่นพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยกของหินใต้ฝ่าเท้า กลิ่นกำมะถันฉุนกึกปะทะเข้ากับจมูกจนผมรู้สึกแสบไปถึงปอด นี่ไม่ใช่แค่ไอน้ำพุร้อนธรรมดา แต่มันคือแก๊สพิษที่อารยธรรมโบราณใช้เพื่อการปกป้องสมบัติ
"ธาดา หมอบลง!" รินรดากระชากหน้ากากกันแก๊สออกจากเป้แล้วกดครอบลงบนใบหน้าผมด้วยความเร่งรีบ "ไอระเหยนี่กัดกร่อนผิวหนังและทำลายระบบประสาทในไม่กี่วินาที ถ้าสูดเข้าไปแม้แต่นิดเดียว เราจะกลายเป็นรูปปั้นในโลงพวกนั้นไปตลอดกาล!"
ผมรีบคว้าหน้ากากอีกชุดครอบให้เธอ ความโกลาหลเริ่มขึ้นเมื่อพื้นดินใต้นครเริ่มแยกตัวออก เสียงกลไกเฟืองยักษ์บดเคี้ยวกันดังกึกก้อง โลงแก้วหลายโลงตกลงไปในบ่อน้ำพุร้อนที่เดือดพล่านด้านล่าง เสียงกรีดร้องที่ฟังดูไม่เหมือนมนุษย์ดังขึ้นจากภายในโลงเหล่านั้น แต่มันไม่ใช่เสียงจากลำคอ... มันเป็นเสียงจากโลหะที่เสียดสีกับกระดูก
"ฟังนะ!" รินรดาตะโกนผ่านหน้ากากเสียงอู้อี้ ขณะที่เธอกดเครื่องสแกนคลื่นความถี่หาทางออก "พันเอกวิชัยกำลังเคลื่อนพลเข้ามาจากฝั่งทิศตะวันตก พวกทหารรับจ้างนั่นกำลังจะเดินเข้าสู่เขตสังหาร ถ้าเราไม่ขวางทางเดินน้ำพุร้อนนี้ไว้ พวกมันจะตาย... และเราจะถูกขังรวมไปกับพวกมันในนี้!"
ผมสูดหายใจลึกผ่านหน้ากาก ปรับโฟกัสสายตาไปที่แผงควบคุมโบราณที่อยู่ตรงกลางแท่นหิน รอยสลักรูปงูเลื้อยพันคบเพลิงดูเหมือนจะบ่งบอกถึงกลไกปิดกั้นระบบไฮดรอลิก แต่ปัญหาคือมันอยู่ห่างจากเราไปร่วมยี่สิบเมตรโดยมี 'โลงแก้ว' จำนวนนับร้อยที่กำลังเลื่อนผ่านเป็นอุปสรรคชิ้นยักษ์
"ผมจะล่อพวกโลงแก้วให้ไปทางขวา คุณหาจังหวะพุ่งไปที่แท่นนั่น!" ผมตัดสินใจเด็ดขาด
"คุณบ้าเหรอ! ถ้าคุณพลาด คุณจะตกลงไปในบ่อกรดนั่นนะ!"
"ผมไม่มีทางเลือก ริน" ผมมองกลับไปที่โลงแก้วใบเดิมที่ศิลานอนอยู่ มือของเขาเริ่มกระตุกและพยายามทุบกระจกจากด้านใน "ผมติดค้างเขากับความตายมามากพอแล้ว ครั้งนี้... ผมต้องทำสิ่งที่ถูกต้อง"
ผมวิ่งฝ่ากลุ่มไอระเหยที่เริ่มหนาแน่นขึ้นจนมองแทบไม่เห็นทาง ผมใช้เหล็กงัดโบราณกระแทกเข้ากับท่อส่งของเหลวที่เชื่อมต่อกับเสาหินข้างทาง น้ำสีเขียวเรืองแสงพุ่งกระจายออกมาเป็นสายแรงดันสูง แรงปะทะทำให้พวกโลงแก้วที่ขวางทางสั่นสะเทือนและเบี่ยงทิศทางออกไปตามแรงกระแทกของเหลว
ผมตะเกียกตะกายไปตามขอบทางเดินที่ลื่นปรื๋อด้วยคราบตะไคร่และสารเคมี สายตาผมเหลือบไปเห็นเงาร่างของพันเอกวิชัยที่นำทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งก้าวเข้ามาในโถง นัยน์ตาของวิชัยวาวโรจน์ด้วยความโลภเมื่อเห็นโลงแก้วเหล่านั้น
"นั่นไงล่ะ! ขุมทรัพย์แห่งการเป็นอมตะ!" วิชัยคำรามสั่งทหาร "เอาโลงนั่นมา! ขนออกไปให้หมด!"
"อย่าแตะต้องมัน!" ผมตะโกนสุดเสียง แต่เสียงของผมกลับถูกกลบด้วยเสียงระเบิดของท่อไอน้ำที่เพิ่งถูกวิชัยยิงกระสุนเข้าใส่โดยไม่ดูตาม้าตาเรือ
ความผิดพลาดมหันต์เกิดขึ้นทันที แรงระเบิดทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยของโถงวิกฤตถึงขีดสุด เพดานถ้ำเริ่มถล่มลงมาเป็นแผ่นหินขนาดมหึมา ไอระเหยสีม่วงเข้มซึ่งเป็นชั้นที่อันตรายที่สุดพุ่งทะลักออกมาจากรอยแยกของผนังแทนที่ไอน้ำสีขาวเดิม
ผมกระโจนข้ามร่องลึกไปคว้ามือรินรดาไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เราทั้งคู่จะร่วงลงสู่เหวเบื้องล่าง แต่ในวินาทีที่แขนของเธอปะทะกับอกผม สายตาผมก็เหลือบไปเห็นภาพที่ทำให้หัวใจแทบหยุดเต้นอีกครั้ง
พันเอกวิชัยถูกกลไกของโลงแก้วใบที่ผมเพิ่งเตะกระเด็นไปเกี่ยวเข้าที่ข้อมือ ร่างของเขาถูกลากถูไปกับพื้นหินและกำลังถูกดึงเข้าสู่ช่องว่างของเพดานที่กำลังจะปิดสนิท ทว่าในโลงใบนั้น... มือของ 'ศิลา' ได้เอื้อมออกมาจากช่องว่างที่แตกละเอียดของกระจก และไม่ได้จะทำร้ายวิชัย แต่มันกลับคว้าคอเสื้อของวิชัยไว้แน่นราวกับจะดึงเขาเข้าไปแทนที่
"ธาดา..." รินรดาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังเงาของผม
ผมหันกลับไปมองช้าๆ สิ่งที่ผมเห็นไม่ใช่แค่โลงแก้วอีกต่อไป แต่กำแพงหินทั้งด้านหลังและด้านหน้ากำลังเปิดออก เผยให้เห็นห้องโถงลับขนาดมหึมาที่บรรจุโลงแก้วไว้นับหมื่นโลง และร่างที่อยู่ภายในทั้งหมด... ล้วนแต่มีใบหน้าเดียวกับคนที่ผมเคยรู้จักและเคยสูญเสียไปในการสำรวจครั้งก่อนๆ ทั้งสิ้น
และที่หน้าโถงนั้น ร่างของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมจำได้แม่นยำว่าเป็นคนรักของผมที่เสียชีวิตไปเมื่อห้าปีก่อน กำลังยืนรออยู่ท่ามกลางไอระเหยพิษ เธอค่อยๆ เปิดหน้ากากของเธอออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้สีเลือดแต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคยส่งมาให้ผม
"ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ธาดา"
ขอขอบคุณที่ติดตามการเดินทางของผมในครั้งนี้นะครับ ทุกคำวิจารณ์และทุกแรงใจเป็นพลังสำคัญในการขุดค้นความจริงครั้งนี้ครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 22
กับดักน้ำพุร้อน
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!