ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 23

รหัสแห่งธาตุ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
"เสียงนั้น... ไม่ใช่เสียงของมนุษย์ และแน่นอนว่ามันไม่ใช่เสียงของเครื่องจักรที่คุณกำลังตามหาอยู่หรอกครับ พันเอกวิชัย" ผมเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับอยู่ในห้องโถงใต้ดิน เสียงฝีเท้าของพันเอกวิชัยหยุดชะงักลงตรงหน้าประตูหินสลักลวดลายประหลาด เขาค่อยๆ หันกลับมามองผมด้วยแววตาที่เย็นเยียบดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปืนพกในมือของเขาไม่ได้ลดระดับลงเลยแม้แต่นิดเดียว "ถ้าไม่ใช่คน แล้วจะเป็นอะไรไปได้อีกล่ะ ธาดา? อย่าลืมว่าเวลามีจำกัด และผมก็ไม่ได้มีความอดทนมากพอที่จะรอให้คุณมานั่งไขปริศนาด้วยการเพ้อเจ้อ" พันเอกวิชัยแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ "ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ธาดา" คำพูดประโยคสุดท้ายของเขาทำเอาหัวใจของผมกระตุกวูบ เสียงนั้น... มันคือเสียงของคนรักที่จากไปเมื่อสามปีก่อน ไม่ผิดเพี้ยน แต่มันดังออกมาจากลำโพงจิ๋วที่ติดอยู่บนมุมห้องที่มืดมิด "นั่นเป็นแค่กลลวงทางจิตวิทยาที่ฝังอยู่ในระบบป้องกันของวิหารแห่งนี้ครับ" รินรดาแทรกขึ้น เธอขยับตัวเข้ามาใกล้ผม พลางใช้สายตาสำรวจร่องรอยคราบออกไซด์สีเขียวอมฟ้าที่เคลือบบนผนังหิน "ธาดา... ดูที่รอยเชื่อมพวกนี้สิ มันไม่ใช่การก่อสร้างธรรมดา แต่มันคือการทำปฏิกิริยาเคมีด้วยความร้อนสูงเพื่อผนึกศิลาเข้าด้วยกัน" ผมพยักหน้า ก่อนจะหยิบเอาอุปกรณ์วิเคราะห์ธาตุขนาดพกพาออกมาจากกระเป๋า แสงไฟสีฟ้าจากหน้าจอดิจิทัลฉายลงบนผนังหิน เผยให้เห็นรหัสลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชั้นคราบสกปรกหลายพันปี "นี่ไม่ใช่แค่ประตูกลธรรมดา แต่มันคือ 'ตู้ปฏิกิริยาเคมีขนาดมหึมา' ครับ" ผมอธิบายขณะที่นิ้วสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นและกังวล "ชาวอารยธรรมนี้มีความรู้เรื่องการเปลี่ยนสถานะของสารเคมีเพื่อสร้างพลังงาน หากเราใส่สารผิดชนิดเข้าไป กลไกที่จะถูกกระตุ้นไม่ใช่การเปิดประตู แต่เป็นการทำลายล้างด้วยกรดเข้มข้นที่จะกัดกร่อนทุกอย่างในห้องนี้จนไม่เหลือแม้แต่กระดูก" "ถ้างั้นก็รีบทำให้ถูกวิธีเสียที" พันเอกวิชัยคำราม เขาสั่งให้ลูกน้องเดินหน้าเข้ามาใกล้ "ถ้าคุณไม่อยากให้คนข้างหลังผมต้องกลายเป็นศพเฝ้าสมบัติ ก็จัดการกับไอ้รหัสนั่นเดี๋ยวนี้" ผมหลับตาลงนึกถึงแผนผังธาตุโบราณที่เคยพบในบันทึกของศาสตราจารย์อาวุโส อารยธรรมหุบเขาเงาธรณีไม่ได้บูชาเทพเจ้าด้วยทองคำ แต่พวกเขายึดถือ 'ความบริสุทธิ์ของธาตุ' เป็นที่ตั้ง ในห้องนี้มีแท่นบูชาห้าจุด แต่ละจุดมีร่องรอยของสารตกค้างต่างชนิดกัน "ริน... สารละลายสีใสในโถที่สามนั่น ถ้าผมจำไม่ผิด มันคือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นสูง ผสมกับเศษเหล็กอาบปรอท เพื่อสร้างแรงดันไอน้ำใช่ไหมครับ?" รินรดาสบตากับผม แววตาของเธอแฝงความหนักใจ "ถ้าเราผสมมันเข้ากับสารประกอบในแท่นที่สอง... มันจะเกิดปฏิกิริยาคายความร้อนรุนแรง ถ้าคำนวณสัดส่วนพลาดนิดเดียว แรงระเบิดจะทำให้เพดานถล่มลงมาทับเราทุกคน" "ไม่มีเวลาให้ลังเลแล้วครับ" ผมตัดสินใจหยิบขวดแก้วคริสตัลขึ้นมา บรรจงเทของเหลวหนืดสีทองลงในช่องรับพลังงานตามรหัสที่ถอดได้จากอักษรภาพบนผนัง ทันใดนั้น เสียงกลไกเฟืองโลหะขัดกันดังลั่นสนั่นหวั่นไหวไปทั่วโถง ผนังหินที่เคยปิดสนิทเริ่มสั่นสะเทือน ควันสีขาวพวยพุ่งออกมาจากรอยแยก กลิ่นของกำมะถันและโอโซนตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ ทุกคนต่างก้มหลบด้วยความตระหนก ยกเว้นเพียงผมที่จ้องมองไปยังแท่นศิลาด้วยความใจจดใจจ่อ ทว่า... สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ใช่การเปิดออกของประตู แสงสีแดงวาบขึ้นจากพื้นดิน มันไม่ใช่กลไกเปิดทาง แต่เป็นสัญญาณของระบบป้องกันภัยขั้นสูงสุดที่ถูกกระตุ้นขึ้นมา พื้นห้องที่พวกเรายืนอยู่เริ่มแยกออกจากกัน เผยให้เห็นเหวที่ลึกสุดหยั่งเบื้องล่าง และเสียงของคนรักของผมก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ใช่เสียงบันทึก แต่มันฟังดูเหมือนเสียงกระซิบที่ข้างหูจริงๆ "คุณกลับมาหาฉันแล้วจริงๆ ด้วย... ธาดา" ในวินาทีที่พื้นดินใต้ฝ่าเท้าทรุดตัวลง พันเอกวิชัยคว้าแขนผมไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด แต่ทว่าลูกน้องของเขาสองคนกลับร่วงหล่นลงไปในความมืดพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่หายวับไปกับอากาศธาตุ และเมื่อผมเงยหน้าขึ้นมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า ผนังหินที่เคยเป็นทางผ่านกลับไม่ได้เปิดออก แต่มันค่อยๆ เปลี่ยนรูปเป็นบานกระจกเงาขนาดยักษ์ที่สะท้อนภาพ... ไม่ใช่ภาพของพวกเรา แต่เป็นภาพห้องโถงนี้ในสภาพที่เต็มไปด้วยซากศพของคณะสำรวจเมื่อสามปีก่อน และหนึ่งในนั้น... กำลังเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผม ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ บันทึกนักโบราณคดี
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%