"รินรดา... นั่นคุณกำลังพูดภาษาอะไร"
คำถามของผมถูกกลืนหายไปในความเงียบงันที่สั่นประสาท เสียงกระซิบของเธอเมื่อครู่ไม่ใช่ภาษาที่มนุษย์ยุคปัจจุบันควรจะสื่อสารได้ มันมีจังหวะของการถอนหายใจและเสียงสั่นเครือคล้ายโลหะกระทบกันที่ลึกสุดหยั่ง เหมือนกับเสียงที่ผมเคยได้ยินเพียงในความฝันยามหลับใหลใต้เงามืดของโบราณสถาน
ความมืดมิดที่เข้าจู่โจมเราเมื่อครู่เริ่มมลายหายไป ราวกับผ้าม่านที่ถูกกระชากออกอย่างรวดเร็ว กลิ่นอับชื้นของดินและกลิ่นสาบของซากสิ่งมีชีวิตที่ตายไปนับพันปีจางลง แทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่บาดลึกถึงกระดูกสันหลัง
"ธาดา... มองดูข้างหน้าสิ" เสียงของรินรดาแผ่วเบาจนแทบจะเป็นเสียงลม แต่มันสั่นไหวด้วยความตื่นตะลึง
ผมค่อยๆ ปรับสายตาที่พร่ามัว สิ่งที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ เรายืนอยู่บนชะง่อนผาหินสีนิลที่ยื่นออกไปสู่ความเวิ้งว้างขนาดมหึมา เบื้องล่างห่างออกไปหลายร้อยเมตรคือนครที่สาบสูญ—มหานครใต้เงาธรณีที่ถูกปิดตายจากโลกภายนอกมานานนับพันปี
มันไม่ใช่ซากปรักหักพังอย่างที่ผมคาดการณ์ไว้ แต่มันคือเมืองที่ยังมีชีวิต... ในเชิงสถาปัตยกรรม อาคารทรงพีระมิดยอดตัดเรียงรายลดหลั่นกันราวกับเขี้ยวของอสูรกาย แสงสีฟ้าหม่นจางๆ ที่เกิดจากผลึกแร่ประหลาดตามผนังถ้ำส่องประกายวูบวาบเหมือนชีพจรของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ ใจกลางเมืองมีหอคอยทรงกระบอกสูงตระหง่านที่ดูราวกับแท่นบูชาที่ไม่มีวันดับ
"นี่มัน... เกินกว่าที่ประวัติศาสตร์จะบันทึกไว้เสียอีก" ผมพึมพำ มือที่ถือไฟฉายสั่นเทาเล็กน้อย
"ศาสตราจารย์ครับ... อย่าเพิ่งดื่มด่ำกับความสวยงามนั่นจนลืมไปว่าเราไม่ได้มาเดินชมพิพิธภัณฑ์" เสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของพันเอกวิชัยดังขึ้นจากด้านหลัง เขาเดินเข้ามาใกล้จนผมสัมผัสได้ถึงแรงกดดันจากกระบอกปืนที่เหน็บอยู่ที่เอวของเขา
วิชัยดูเหมือนจะไม่ได้ตกใจกับภาพเบื้องหน้ามากนัก เขามองมันด้วยสายตาของนักล่าที่พบเหยื่อชิ้นโต "รินรดาบอกทางสิ กลไกเปิดทางเข้าเมืองอยู่ตรงไหน... อย่าให้ผมต้องเสียเวลาใช้กำลังกับคุณอีกเลย"
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เธอไม่ได้หันไปมองวิชัย แต่สายตาของเธอจับจ้องไปยังหอคอยใจกลางเมืองด้วยแววตาที่ผมอ่านไม่ออก มันไม่ใช่ความกลัว แต่มันดูเหมือนความโหยหา
"ทางเข้าไม่ได้อยู่ที่ประตูเมืองหรอกพันเอก" รินรดาเอ่ยขึ้นพลางก้าวเดินไปตามขอบผาอย่างมั่นคง "มันอยู่ที่ 'ลมหายใจ' ของนครนี้ หากคุณต้องการอาวุธที่พร่ำเพ้อถึง คุณต้องเข้าใจก่อนว่าเมืองนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อกักขัง ไม่ใช่เพื่อการรบ"
"เลิกพูดจาเป็นปริศนาเสียที!" วิชัยตะคอก พลางกระชากแขนรินรดาจนเธอเซ "ฉันมีเวลาไม่มาก ถ้าเครื่องจักรโบราณนั่นใช้งานไม่ได้ ฉันจะเปลี่ยนหัวกะโหลกพวกคุณให้กลายเป็นเครื่องสังเวยแทน!"
ผมรีบขยับเข้าไปขวาง "ใจเย็นก่อนวิชัย! ถ้าคุณทำร้ายเธอ เราจะไม่มีวันไขปริศนากลไกที่นี่ได้ รินรดาเป็นคนเดียวที่เข้าใจภาษาของที่นี่ ร่างกายของเธอ... เธอเปลี่ยนไปตั้งแต่ตอนที่เราเข้าสู่ความมืดมิดนั่น"
วิชัยชะงัก สายตาเขาสแกนใบหน้าของรินรดาอย่างละเอียด ทันใดนั้นเขาก็ถอยกรูดด้วยความตกใจ รอยสักสีดำที่ดูคล้ายอักขระโบราณกำลังค่อยๆ คืบคลานขึ้นมาจากลำคอของรินรดาและลามไปถึงขมับขวาของเธอ มันส่องแสงเรืองรองเป็นจังหวะเดียวกับแสงสีฟ้าของเมืองเบื้องล่าง
รินรดาหันกลับมามองพวกเรา ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากสีน้ำตาลเข้มเป็นสีเงินประกายหม่น เธอไม่ได้แยแสต่อความป่าเถื่อนของวิชัย แต่เธอกลับยิ้มออกมา... รอยยิ้มที่ดูเศร้าสร้อยและเปี่ยมไปด้วยอำนาจบางอย่าง
"มันตื่นขึ้นแล้ว" เธอเอ่ยเป็นภาษาโบราณอีกครั้ง ก่อนจะหันไปทางเหวลึกแล้วกางแขนออก "นครแห่งนี้ไม่ได้รอผู้พิชิต... มันกำลังรอคอย 'เจ้าของ' ที่แท้จริงกลับมาสังเวยเลือดเพื่อปลุกกลไกทำลายล้างที่หลับใหลอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเรา"
ทันใดนั้น พื้นหินที่เรายืนอยู่ก็เริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกลไกเฟืองเหล็กขนาดมหาศาลขบกันดังสนั่นไปทั่วหุบเขา เสียงนั้นไม่ได้มาจากหิน แต่มันมาจากผนังถ้ำรอบตัวเราที่กำลังเคลื่อนที่เปิดออก เผยให้เห็นบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในความมืดมิดเหนือหัวของเรา...
สิ่งที่รินรดาเรียกว่า 'เจ้าของ' ไม่ใช่รูปปั้น แต่มันคือโลงแก้วขนาดยักษ์นับร้อยโลงที่กำลังค่อยๆ เลื่อนลงมาจากเพดานถ้ำ และในโลงที่ใกล้ที่สุด... ผมเห็นใบหน้าหนึ่งที่ทำให้หัวใจของผมหยุดเต้น มันเป็นใบหน้าของคนที่ผมเคยสูญเสียไปในการสำรวจครั้งก่อน... ใบหน้าที่กำลังลืมตาขึ้นมองมาที่ผมอย่างช้าๆ
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับผมในความมืดมิดครั้งนี้ครับ โดยบันทึกนักโบราณคดี
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 21
นครที่สาบสูญปรากฏ
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!