ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 20

ปฐมบทแห่งความสูญเสีย

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“ถอยออกมา รินรดา! อย่าก้าวไปตรงนั้น!” เสียงตะโกนของผมก้องสะท้อนไปตามผนังหินที่สลักลวดลายอสรพิษนับพันตัว มันไม่ใช่เสียงตะโกนด้วยความโกรธ แต่มันคือเสียงที่รวบรวมเอาความหวาดกลัวทั้งหมดในชีวิตของผมมาไว้ในประโยคเดียว ทว่า รินรดากลับหยุดนิ่ง เท้าของเธอค้างอยู่เหนือแผ่นหินที่ดูผิดแปลกไปจากปกติเพียงมิลลิเมตรเดียว เบื้องล่างของช่องว่างระหว่างแผ่นหินนั้นไม่ใช่พื้นดิน แต่เป็นความมืดมิดที่ดูดกลืนทุกสรรพสิ่ง “ถ้าฉันถอย ธาดา... กลไกตรงนี้ก็จะล็อกตาย” รินรดาหันมามองผม ดวงตาของเธอไม่ได้สั่นไหวด้วยความกลัว แต่มันฉายแววแน่วแน่จนน่าใจหาย “กรงเหล็กข้างหลังนั่นกำลังจะขยับเข้ามาอีกรอบ ถ้าเราไม่หยุดมันตอนนี้ พันเอกวิชัยและลูกน้องมันจะตามมาทันในไม่ถึงห้านาที” ผมกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน เสียงรองเท้าคอมแบทของกลุ่มทหารรับจ้างดังกระทบพื้นหินจากทางเดินด้านบนใกล้เข้ามาทุกที พันเอกวิชัยไม่ได้มาเพื่อสำรวจ แต่มันมาเพื่อกวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้าเพื่อกุญแจสู่พลังโบราณที่ซ่อนอยู่ในหุบเขาแห่งนี้ “ผมไม่สนกลไก! ผมไม่สนว่าวิชัยจะเอาอะไรไป! สิ่งเดียวที่ผมสนคือคุณต้องรอด!” ผมก้าวเข้าไปหาเธออย่างลืมตัว โดยไม่สนว่าแผ่นหินใต้เท้าผมจะทำงานอย่างไร “อย่าเข้ามา!” เธอตวาดเสียงแข็ง แววตาที่เคยอ่อนโยนบัดนี้เปลี่ยนเป็นดุดัน “คุณก็รู้ว่าถ้าไม่มีฉันที่นี่ คุณจะไม่มีวันอ่านรหัสในห้องโถงชั้นในออก และถ้าคุณไปที่นั่นไม่ได้ ความตายของพวกเราที่ผ่านมาทั้งหมดก็จะไม่มีความหมาย!” “ความหมายงั้นหรือ?” ผมหัวเราะเยาะในลำคอ เสียงนั้นสั่นพร่าด้วยความเจ็บปวด “ริน... คุณจำเหตุการณ์ที่เนปาลได้ไหม? ตอนที่ผมสูญเสียคนสำคัญไปเพราะผมมัวแต่หลงใหลในตัวอักษรบนผนังนั่นน่ะ? ผมสาบานกับตัวเองแล้วว่าจะไม่ให้ใครต้องมาสังเวยให้กับอารยธรรมที่ตายไปแล้วอีกเด็ดขาด แม้แต่คุณ” จังหวะนั้นเอง เสียงคำรามของกลไกโบราณก็ดังสนั่นหวั่นไหว พื้นหินที่รินรดายืนอยู่เริ่มทรุดตัวลงอย่างช้าๆ รอยแยกขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นทันที เธอเสียการทรงตัว ร่างบางโงนเงนก่อนจะร่วงลงสู่ความว่างเปล่าเบื้องล่าง “ริน!” ผมพุ่งตัวออกไปเหมือนคนสิ้นสติ ปลายนิ้วสัมผัสกับชายเสื้อของเธอได้เพียงแผ่วเบา ร่างของเธอดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของรอยแยกที่มืดมิด ผมไม่ลังเลที่จะทิ้งตัวตามลงไป โดยใช้เชือกนิรภัยที่พกติดตัวคว้าขอบหินที่ยื่นออกมาได้ทันการ เราทั้งคู่ห้อยต่องแต่งอยู่กลางความมืดมิด มีเพียงแสงไฟจากไฟฉายคาดหัวที่สั่นไหวไปมา รินรดาเงยหน้าขึ้นมองผม ใบหน้าของเธอเปื้อนฝุ่นแต่ยังคงความงดงามที่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “ธาดา... คุณมันบ้าที่สุด” “ผมรู้ตัวดีครับ” ผมตอบพลางออกแรงดึงสุดชีวิตเพื่อพยุงตัวเธอขึ้นมา “แต่ถ้าความบ้ามันช่วยให้คนข้างๆ ผมปลอดภัย ผมก็ยินดีที่จะเป็นคนบ้าตลอดไป” ขณะที่เราพยายามปีนกลับขึ้นไป เสียงรองเท้าหนักๆ ก็หยุดลงเหนือรอยแยกที่ผมเพิ่งตกลงมา แสงไฟฉายสว่างจ้าส่องลงมายังจุดที่เราอยู่ ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเข้มก้มลงมองมาด้วยแววตาเย็นเยียบเหมือนสัตว์นักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุม พันเอกวิชัยถือปืนกระบอกยาวในมือพร้อมรอยยิ้มที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ “ดร.ธาดา... ผมต้องขอชมเชยในความรักของพวกคุณจริงๆ” เสียงของพันเอกวิชัยทุ้มต่ำและกังวานในความเงียบ “แต่คุณคงลืมไปว่า ในหุบเขาเงาธรณีแห่งนี้ ‘ความเมตตา’ ไม่เคยถูกบันทึกไว้ในตำราประวัติศาสตร์เล่มไหน” เขายกเท้าขึ้นแล้วเหยียบลงบนกลไกที่เป็นจุดยึดสายเชือกของผมอย่างแรง เสียงหินลั่นดังเปรี๊ยะราวกับจะแตกสลาย รินรดามองหน้าผมด้วยความตระหนก ส่วนผมมองไปที่มือของวิชัยที่กำลังเอื้อมมาหยิบสมุดบันทึกเล่มเก่าของผมที่หล่นอยู่ตรงหน้าเขา “คืนนั้น... ที่คุณคิดว่าคุณเสียทุกคนไปเพราะความผิดพลาด” วิชัยกระซิบ พลางเปิดสมุดบันทึกหน้าสุดท้ายที่เขียนด้วยลายมือของผม “ความจริงแล้ว... ผมไม่ได้มาเพื่อฆ่าคุณ แต่ผมมาเพื่อเอาคืนในสิ่งที่พ่อของคุณขโมยไปจากผมเมื่อสามสิบปีก่อน” เขากดไกปืนเข้าที่ขอบหินใกล้ๆ มือผม ทำให้เศษหินกระเด็นใส่จนผมต้องปล่อยมือข้างหนึ่งออก แต่ในจังหวะที่วิชัยกำลังจะหัวเราะอย่างผู้ชนะนั้นเอง เสียงกลไกโบราณใต้เท้าของเขากลับแปรเปลี่ยนไป มันไม่ได้ดังครืดคราดอย่างเดิม แต่กลับดังเป็นจังหวะเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัว รอยแยกที่เราห้อยอยู่นี้ไม่ใช่ทางตัน แต่มันคือช่องระบายอากาศของกลไกชิ้นยักษ์ที่วิชัยเพิ่งกระตุ้นด้วยความเขลา แผ่นหินที่วิชัยยืนอยู่เริ่มแยกตัวออก พื้นดินสั่นสะเทือนจนเขาล้มลงพร้อมกับปืนที่หลุดมือ รินรดาคว้าข้อมือผมไว้แน่นขณะที่ทุกอย่างรอบตัวเรากำลังถล่มทลายลงไปสู่ส่วนลึกของวิหาร “ธาดา! ถ้าเราต้องตาย... อย่างน้อยวันนี้ฉันก็ได้รู้ว่า...” เธอยังพูดไม่จบ ความมืดมิดทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่เราจนมองไม่เห็นแม้แต่นิ้วมือตัวเอง เสียงสุดท้ายที่ผมได้ยินไม่ใช่เสียงวิชัยร้องโวยวาย แต่เป็นเสียงกระซิบที่คุ้นเคยจากเงามืดเบื้องล่าง มันเป็นภาษาโบราณที่ผมใช้เวลาทั้งชีวิตศึกษา แต่มันกลับเปล่งออกมาจากปากของรินรดาด้วยความชำนาญที่ผมไม่เคยรู้มาก่อน “ขอบคุณที่เดินทางสำรวจความลับแห่งหุบเขาเงาธรณีไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ”
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%