กลิ่นสนิมเหล็กคลุ้งผสมกับไอระเหยของกำมะถันจนแสบจมูก ดาบโบราณที่จ่ออยู่บนลำคอของพันเอกวิชัยสั่นไหวเล็กน้อยตามแรงหอบหายใจของร่างในชุดเกราะ รอยบากบนโลหะบอกเล่าถึงกาลเวลาที่ล่วงเลยมานับพันปี แต่คมดาบนั้นกลับยังคงความเย็นเยียบและคมกริบจนหยาดเลือดสีแดงสดหยดหนึ่งไหลซึมลงมาตามแนวด้ามดาบ
วิชัยไม่ได้สะทกสะท้าน แม้จะตกอยู่ในสภาวะเฉียดตาย แต่มุมปากของเขากลับกระตุกยิ้มอย่างหยามหยัน
"รอนานนักหรือไง...ไอ้นักบวชผุพัง" วิชัยเอ่ยเสียงต่ำพลางเหลือบมองธาดาที่ยืนตัวแข็งอยู่ห่างออกไปไม่กี่ก้าว "ศาสตราจารย์ครับ ถึงเวลาที่ต้องตัดสินใจแล้ว ว่าจะให้บันทึกนั่นตกไปอยู่ในมือของสิ่งที่ตายไปแล้ว หรือจะมอบให้คนที่มีอำนาจพอจะชำระประวัติศาสตร์กันแน่?"
ธาดาบีบสมุดบันทึกหนังแกะในมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด เขาจ้องมองภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่ตีรวน ศ.ดร. ธาดาไม่ใช่คนขลาดกลัว แต่สิ่งที่เขากำลังเผชิญไม่ใช่เรื่องของประวัติศาสตร์อีกต่อไป แต่มันคือการพยายามยื้อแย่งอำนาจมืดที่มนุษย์ไม่ควรครอบครอง
"คุณไม่เข้าใจวิชัย" ธาดากล่าวเสียงเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อย "สิ่งที่อยู่ในหุบเขานี้ไม่ใช่สมบัติ แต่มันคือคำสาปที่ถูกผนึกไว้ด้วยเลือดบรรพบุรุษ ถ้าคุณเปิดมันออก คุณไม่ได้เพียงแค่ขุดเอาอาวุธขึ้นมา แต่คุณกำลังปลุกนรกที่ครั้งหนึ่งเคยลบอารยธรรมทั้งมวลให้หายไปจากหน้าประวัติศาสตร์"
"นรกคือที่ที่ผมคุ้นเคยดีกว่าสวรรค์ของพวกนักวิชาการโลกสวยแบบคุณเยอะ" วิชัยแค่นหัวเราะ ก่อนจะตวัดสายตาไปทางรินรดาที่กำลังง่วนอยู่กับการปรับแต่งกลไกบางอย่างที่ผนังหินด้านหลัง "รินรดา อย่าเสียเวลาเลย ของพวกนั้นมันพังไปตั้งแต่ยุคพระเจ้าเหาแล้ว"
รินรดาไม่ได้เงยหน้าขึ้น สายตาของเธอจดจ่ออยู่กับเฟืองโลหะที่ขัดตัวกันอยู่ภายในซอกหิน นิ้วเรียวของเธอขยับอย่างรวดเร็วและแม่นยำ "ถ้ามันพังจริง คุณคงไม่พาคนมาตายทิ้งที่นี่เป็นสิบหรอกนะพันเอก" เธอสวนกลับโดยไม่หยุดมือ "และอีกอย่าง... ดาบที่คอคุณน่ะ มันไม่ได้กำลังจะฟันคุณ แต่มันกำลังอ่านค่าชีพจรคุณอยู่ต่างหากล่ะ"
ทันใดนั้น ร่างในชุดเกราะที่ยืนนิ่งสงบพลันสะท้านเฮือก เปลวไฟสีน้ำเงินปะทุขึ้นจากรอยแตกของเกราะสนิม แสงนั้นรุนแรงจนทุกคนต้องหรี่ตาหนี ดาบในมือของนักบวชโบราณไม่ได้จ่อที่คอวิชัยอีกต่อไป แต่กลับปักลงบนพื้นศิลาจนเกิดรอยร้าวลึก
วิชัยอาศัยจังหวะชุลมุนชักปืนพกสั้นออกมา เล็งไปที่ธาดา "ส่งบันทึกมา! ผมไม่มีเวลาเล่นเกมโบราณคดีกับพวกคุณแล้ว!"
ธาดาถอยหลังไปหนึ่งก้าว เท้าของเขาเหยียบลงบนแผ่นหินที่ดูผิดปกติ เสียงกลไกเฟืองเหล็กดังครืดคราดขึ้นใต้ฝ่าเท้า บรรยากาศในห้องโถงเปลี่ยนไปในทันที ความกดอากาศพุ่งสูงขึ้นจนหูอื้ออึง ผนังหินรอบด้านเริ่มเลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นกงล้อขนาดมหึมาที่หมุนวนอย่างบ้าคลั่ง
"หยุดเดี๋ยวนี้วิชัย!" ธาดาตะโกนแข่งกับเสียงคำรามของจักรกล "ถ้าคุณทำให้ระบบนี้ทำงาน มันจะช็อตโครงสร้างทั้งหมดของหุบเขา คุณอยากให้พวกเราถูกฝังทั้งเป็นที่นี่หรือไง!"
วิชัยชะงัก นิ้วของเขายังแตะอยู่ที่ไกปืน เขามองไปรอบๆ ผนังที่เคยเป็นหินเรียบเนียนเริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นกำแพงแก้วใส เผยให้เห็นห้องเก็บอาวุธที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตกธาตุเหลวที่ไหลเวียนอยู่ใต้ดิน มันไม่ใช่ทองคำ มันไม่ใช่เครื่องประดับ แต่มันคือบรรดาเครื่องจักรสังหารรูปร่างแปลกตาที่ยังคงมีประกายไฟวิ่งผ่านวงจร
"นั่นไง... ในที่สุด" วิชัยพึมพำ ดวงตาของเขาฉายแววบ้าคลั่ง "อำนาจที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในหนังสือเล่มนั้น แต่มันอยู่ในหุบเขานี้"
เขาละปืนจากธาดาแล้วหันไปทางผนังแก้วด้วยความลุ่มหลง แต่นักบวชชุดเกราะโบราณกลับขยับตัวรวดเร็วราวกับสายฟ้า มันพุ่งตัวเข้าขวางระหว่างวิชัยกับอาวุธโบราณ เสียงดาบกระทบกับปืนพกของวิชัยดังกึกก้องจนสะท้านไปถึงหัวใจ
รินรดาคว้าแขนธาดาไว้ "ธาดา! บันทึกนั่น! หน้าที่ 42! ที่คุณเคยบอกว่ามันเป็นคำสั่งปิดผนึก... ตอนนี้แหละ!"
ธาดาเปิดสมุดบันทึกมือสั่น หน้ากระดาษเก่าคร่ำเต็มไปด้วยอักขระที่เขาสงสัยมาตลอดชีวิตว่าหมายถึงอะไร แต่ในวินาทีที่แสงจากเครื่องจักรอาบไล้ลงบนตัวอักษร อักขระเหล่านั้นก็เริ่มเปลี่ยนรูปร่าง ราวกับสิ่งมีชีวิต
เขามองเห็นรหัสที่ต้องใช้ เสียงของวิชัยที่กำลังตะโกนสั่งให้ลูกน้องที่ซุ่มอยู่ด้านนอกพังประตูเข้ามา และเสียงคำรามของนักบวชโบราณที่เริ่มแปรเปลี่ยนเป็นภาษาที่ฟังดูเหมือนบทสวดมนต์แห่งความตาย
ธาดาสูดหายใจเข้าลึก จ้องมองไปยังกลไกตรงหน้า มือของเขาเริ่มกดลงบนปุ่มอักขระบนผนังตามลำดับที่บันทึกระบุไว้... หนึ่ง สอง สาม...
ทันใดนั้น ทุกอย่างรอบตัวก็หยุดนิ่งสนิท
เสียงเครื่องจักรเงียบหายไป เสียงฝีเท้าของทหารรับจ้างข้างนอกขาดหายไปอย่างกะทันหัน เหลือเพียงความเงียบงันที่เย็นเยือกจนแทบหยุดหายใจ วิชัยหันกลับมามองธาดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความโลภเป็นความหวาดกลัวอย่างขีดสุด เพราะบนใบหน้าของนักบวชโบราณที่เคยปกปิดด้วยหน้ากากสนิมนั้น บัดนี้ได้เผยให้เห็น...
ใบหน้าของใครบางคนที่ธาดารู้จักดีที่สุดในโลก ใบหน้าที่ควรจะตายไปตั้งแต่การสำรวจเมื่อห้าปีก่อน
"รินรดา..." ธาดาเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำตาคลอเบ้าเมื่อจ้องมองดวงตาสีครามที่คุ้นเคยภายใต้ชุดเกราะนั้น "เป็นไปไม่ได้..."
บันทึกนักโบราณคดีขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับผมในตอนนี้ครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 9
เผชิญหน้ากับศัตรู
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!