"หมอบลง! พื้นกำลังจะแยก!"
เสียงคำรามของพันเอกวิชัยถูกกลืนหายไปในพริบตา กับแรงสั่นสะเทือนระดับริกเตอร์ปลายๆ ที่กระชากวิญญาณคนทั้งคณะให้หลุดลอย ร่างของศ.ดร.ธาดาเซถลาไปกระแทกกับผนังถ้ำศิลาแลง ฝุ่นผงโบราณนับพันปีร่วงหล่นลงมาดั่งหิมะมรณะ กลบกลืนทัศนียภาพจนมืดมิด ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าแผ่นดินไหว กลับเป็นเงาดำมหึมาที่เพิ่งพุ่งผ่านช่องลับเมื่อครู่ มันไม่ใช่สัตว์ประหลาดดึกดำบรรพ์อย่างที่สัญชาตญาณหวาดผวา แต่เป็นมวลลมร้อนจัดและกระแสไอน้ำแรงดันสูงที่พ่นทะลักออกมาจากรอยแยกของเปลือกโลก
"นั่นไม่ใช่สัตว์... มันคือลมหายใจของภูเขาไฟใต้พิภพ!"
รินรดาตะโกนแข่งกับเสียงกัมปนาท มือเรียวคว้าแขนของธาดาที่กำลังจะล้มพับลงไปในร่องหินที่อ้าปากกว้างขึ้นเรื่อยๆ ดวงตาของเธอฉายแววตื่นตระหนกแต่ยังคงสติครบถ้วน ท่ามกลางความโกลาหล ทหารรับจ้างของวิชัยสองนายวิ่งหนีไม่พ้น ร่างของพวกเขาหายลับลงไปในรอยแยกที่แยกตัวออกจากกันพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ถูกกลืนหายไปในความมืดเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
ธาดาหอบหายใจรุนแรง กลิ่นกำมะถันและซัลเฟอร์คละคลุ้งแสบจมูก ภาพเหตุการณ์เมื่ออดีตซ้อนทับเข้ามาในหัวสมองอย่างห้ามไม่อยู่—ภาพโคลนถล่มที่กลืนกินร่างของคนรักไปต่อหน้าต่อตา ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายปีพุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง *'ฉันปกป้องใครไม่ได้เลยสักคน...'*
"ธาดา! ตั้งสติ! มองฉัน!" รินรดาเขย่าร่างเขาเต็มแรง ฝ่ามือของเธอเย็นเฉียบแต่หนักแน่นพอที่จะดึงเขากลับมาจากขอบเหวแห่งความทรงจำอันดำมืด "เราต้องขยับออกจากตรงนี้ ก่อนที่ถ้ำนี่จะถล่มลงมาฝังพวกเราทั้งเป็น!"
พริบตานั้นเอง แรงสั่นสะเทือนก็สงบลงอย่างกะทันหัน ราวกับยักษ์ใหญ่ใต้พิภพเพียงแค่ขยับตัวเตือนสติ แล้วปล่อยให้ความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวเข้าปกคลุมแทนที่ แสงจากไฟฉายคาดศีรษะสาดส่องตัดความมืด เผยให้เห็นสภาพความเสียหาย โถงโบราณสถานชั้นในที่เคยงดงามด้วยภาพสลักนูนต่ำ บัดนี้เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง
วิชัยกัดฟันกรอด คราบเขม่าดินปืนเปื้อนใบหน้าคมเข้ม ดวงตาคมกริบราวกับเหยี่ยวหันมาจ้องมองธาดาด้วยความเคียดแค้น มือหนากระชากปืนไรเฟิลจู่โจมขึ้นเล็งตรงมาที่อกของนักโบราณคดีหนุ่มทันทีโดยไม่ลังเล
"แก... พาพวกเรามาตายในสุสานเฮงซวยนี่เหรอ อาจารย์ธาดา!" วิชัยคำรามเสียงต่ำ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน "ทางออกอยู่ไหน? ถ้าแกไม่อยากสมองไหลคาที่นี่ ก็จดจำเส้นทางแล้วพาออกไปซะ!"
ธาดายันตัวลุกขึ้นช้าๆ ความกลัวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชาและความลุ่มลึกตามแบบฉบับของนักโบราณคดีผู้ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน เขาปัดฝุ่นตามเสื้อผ้า ปรายตาชำเลืองมองกระบอกปืนที่จ่ออยู่ห่างจากหัวใจไม่ถึงคืบโดยไม่มีอาการหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
"ลดปืนลงซะ ผู้พันวิชัย" เสียงของธาดานุ่มทุบแต่นิ่งสนิทจนน่ากลัว "ถ้าคุณยิงผมตอนนี้ นอกจากคุณจะไม่ได้อาวุธโบราณที่คุณอยากได้แล้ว คุณและลูกน้องที่เหลือก็จะกลายเป็นปุ๋ยฝังอยู่ใต้หุบเขาแห่งนี้ไปตลอดกาล เพราะมีเพียงผมคนเดียวที่อ่านภาษารากเหง้าของที่นี่ออก"
วิชัยจ้องหน้าธาดากลับอย่างชั่งใจ กล้ามเนื้อกรามขบเข้าหากันแน่น ความโลภและการเอาชีวิตรอดกำลังตีกันในหัวของนายทหารรับจ้างผู้นี้ ในที่สุดเขาก็กระชากปืนกลับลดลง แต่สายตายังคงอาฆาตมาดร้าย
"แกมีเวลาอีกไม่มากนักหรอก อาจารย์... ถ้าทางข้างหน้าไม่มีทางออก ฉันนี่แหละจะฝังแกไว้คนแรก" วิชัยคำรามขู่ลอดไรฟัน ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องที่เหลือเดินหน้าสำรวจต่อ
รินรดาเดินเข้ามาใกล้ธาดา กระซิบด้วยเสียงอันแผ่วเบาที่แทบจะกลืนไปกับเสียงหยดน้ำ "คุณไหวไหม? เมื่อกี้คุณเกือบแย่..."
"ผมไม่เป็นไร" ธาดาส่ายหน้าช้าๆ สายตาคมกวาดมองไปรอบบริเวณซากปรักหักพังที่เพิ่งถล่มลงมา แสงไฟฉายไปกระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่ฝังอยู่ใต้กองเศษหินศิลาแลง แผ่นโลหะสีทองแดงสะท้อนแสงไฟระยิบระยับ มันไม่ใช่ทองคำ แต่เป็นแผ่นจารึกโลหะผสมโบราณที่หนาและใหญ่กว่าทุกชิ้นที่เคยพบมา
ธาดานั่งคุกเข่าลง ใช้มือเปล่าปัดเศษหินและฝุ่นดินที่ทับถมอยู่ออกอย่างทะนุถนอม รินรดารีบเข้ามาช่วยส่องไฟให้ ใกล้กันนั้น วิชัยและลูกน้องยืนคุมเชิงห่างออกไปราวสิบก้าว
"นี่มัน..." รินรดาอุทานเบาๆ เมื่อเห็นลวดลายและอักษรภาพสลักนูนบนแผ่นโลหะ "มันไม่ใช่บันทึกราชวงศ์ หรือตำนานเทพปกรณัม... แต่มันเหมือนกับ..."
"บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ช่วงสุดท้ายของอารยธรรม" ธาดาต่อประโยคให้ ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อนิ้วมือสัมผัสกับร่องอักษรที่สลักไว้ด้วยความเร่งรีบและประณีตในเวลาเดียวกัน
ภายใต้แสงไฟฉายสีขาวนวล อักษรภาพโบราณนับร้อยตัวเริ่มเปิดเผยความจริงที่ถูกฝังกลบไว้ใต้หน้าประวัติศาสตร์มากว่าสามพันปี ธาดาไล่สายตาอ่านทีละประโยค สมองของเขาประมวลผลภาษาโบราณที่ตายไปแล้วอย่างรวดเร็ว เสียงในหัวของเขาดังก้อง แปลความหมายออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย
*"...เมื่อมหานครแห่งศิลาสั่นสะเทือน แผ่นดินแยกออกเป็นเสี่ยง ภูเขาไฟที่หลับใหลมานานนับพันปีพ่นอัคคีและเถ้าถ่านกลบ
...มิใช่เพราะคำสาปของทวยเทพ...
...มิใช่เพราะสงครามแย่งชิงอำนาจ...
...แต่เป็นเพราะความโลภของมนุษย์ ที่ขุดเจาะลึกลงไปในใจกลางธรณี เพื่อแย่งชิง ‘หัวใจแห่งพลังงาน’ ที่ธรรมชาติสร้างไว้เพื่อค้ำจุนแผ่นดิน จนกระทั่งสมดุลพังทลาย และธรณีก็กลืนกินทุกสิ่งกลับคืนสู่ความว่างเปล่า..."*
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมกลุ่มสำรวจทันทีที่ธแปลความหมายประโยคสุดท้ายจบ ทุกคนต่างนิ่งงัน ขนลุกซู่ไปตามๆ กันเมื่อตระหนักว่า ภัยพิบัติที่ทำให้อารยธรรมอันรุ่งโรจน์นี้ต้องล่มสลายในชั่วข้ามคืน แท้จริงแล้วไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติ แต่มันคือ "หายนะจากน้ำมือมนุษย์" และความพยายามที่จะดึงเอาพลังงานใต้พิภพมาใช้
วิชัยแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เฮอะ! เรื่องเพ้อเจ้อของพวกคนโบราณที่กลัวภัยธรรมชาติ แค่นี้สินะความลับของอารยธรรมที่แกตามหา?"
"คุณยังไม่เข้าใจ..." ธาดาลุกขึ้นยืนช้าๆ หันไปเผชิญหน้ากับวิชัย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกอย่างแท้จริงเป็นครั้งแรก "แผ่นดินไหวเมื่อครู่... แรงดันไอน้ำร้อนจัด... และพลังงานที่เราตรวจวัดได้จากใจกลางหุบเขานี้ มันไม่ได้สงบลงอย่างที่คุณคิด"
ก่อนที่ใครจะได้ทันเอ่ยคำพูดใดต่อ พื้นถ้ำใต้ฝ่าเท้าของพวกเขาก็กลับมาสั่นสะเทือนอีกครั้ง รุนแรงยิ่งกว่าครั้งแรกและครั้งที่ผ่านมาทั้งหมด รอยแยกบนผนังถ้ำขยายตัวออกอย่างรวดเร็วราวกับใยแมงมุม เสียงกรีดร้องของหินผาที่บดอัดเข้าหากันดังสนั่นหวั่นไหว และสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อผนังศิลาแลงด้านหลังของวิชัยพังทลายลงมาอย่างไร้การเตือน
กลุ่มควันสีดำพวยพุ่งออกมาพร้อมกับความร้อนระอุแผดเผา และท่ามกลางกลุ่มควันทึบนั้นเอง ร่างของใครบางคน—หรืออะไรบางคน—ที่สวมชุดเกราะโลหะโบราณขึ้นสนิมเขรอะ แต่งกายด้วยเครื่องทรงของนักบวชชั้นสูงแห่งอารยธรรมสาบสูญ ก็ก้าวเดินออกมาจากความมืดของซากปรักหักพัง พร้อมกับเงาคมกริบของดาบยาวโบราณในมือที่พุ่งตรงมาจ่อที่ลำคอของวิชัยในเสี้ยววินาที!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางสำรวจอารยธรรมสาบสูญไปด้วยกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ — บันทึกนักโบราณคดี
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 8
ความจริงในบันทึก
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!