"ถ้าคุณก้าวเท้าไปอีกก้าวเดียว ผมรับรองว่ากลไกที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหินนั่นจะทำให้ร่างคุณแหลกละเอียดเป็นผุยผงภายในสามวินาที"
เสียงทุ้มต่ำของธาดาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของโถงทางเดินหินบะซอลต์ รินรดาชะงักฝีเท้าทันที เธอไม่ได้หันกลับมามอง แต่ปลายนิ้วที่แตะอยู่บนผนังเย็นเฉียบสั่นไหวเล็กน้อย สายตาของเธอจ้องเขม็งไปที่รอยแยกบนพื้นหินที่มีคราบตะไคร่เกาะแน่น แต่มองทะลุผ่านความมืดออกไปจะเห็นฟันเฟืองทองแดงที่ขึ้นสนิมเขรอะขวางทางอยู่
"คุณธาดา..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว "รอยตีนกาบนฝุ่นนั่น... ไม่ใช่ของคณะสำรวจเรา"
ธาดาขยับตัวเข้ามาใกล้ แสงไฟจากตะเกียงคาดหัวของเขาฉายสาดไปที่พื้นหิน เขาโน้มตัวลงต่ำอย่างระมัดระวัง หัวใจของชายหนุ่มเต้นรัวด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากปกติ ไม่ใช่เพราะความกลัวต่อกับดัก แต่เป็นเพราะสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้า—วัตถุชิ้นเล็กๆ ที่ถูกทิ้งไว้ข้างซากอิฐที่พังทลาย
มันคือเข็มกลัดเงินสลักรูปนกฟีนิกซ์ ซึ่งเป็นเครื่องประดับประจำตัวที่เขาเคยซื้อให้ 'พิมพ์มาดา' ก่อนการเดินทางครั้งโศกนาฏกรรมเมื่อห้าปีก่อน
ธาดายื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมาอย่างทะนุถนอม นิ้วของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ เขาจำได้แม่นว่าพิมพ์มาดาไม่เคยถอดมันออกเลยแม้แต่วินาทีเดียว แม้แต่ในตอนที่เธอหายสาบสูญไปในหุบเขาเงาธรณีแห่งนี้
"เธอมาที่นี่..." เสียงของธาดาสั่นเครือราวกับมีก้อนแข็งจุกอยู่ที่ลำคอ "พิมพ์มาดา เธอเคยมาที่จุดนี้"
รินรดาสังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของธาดา เธอค่อยๆ ขยับตัวถอยกลับมาหาเขาพลางวางมือบนไหล่ของชายหนุ่มอย่างปลอบประโลม "ศ.ดร.ธาดาครับ ตั้งสติก่อนครับ ถ้าเธอยังมีชีวิตอยู่ในตอนนั้น หรือถ้ามีใครบางคนจงใจทิ้งสิ่งนี้ไว้เพื่อล่อเรามาที่นี่... การแตกตื่นตอนนี้จะทำให้เราพลาดเบาะแสสำคัญ"
ธาดากำเข็มกลัดในมือแน่นจนโลหะกดฝังลงในเนื้อหนัง ความเจ็บปวดจากความทรงจำแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดา พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ แม้ข้างในจะพายุโหมกระหน่ำเพียงใด เขาก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษที่ต้องรักษาความมั่นคงเพื่อทีม
"ขอบคุณครับรินรดา ผม... ผมแค่ไม่คิดว่าจะได้เจอสิ่งนี้อีก" ธาดาสูดหายใจลึก "ดูรอยถลอกบนผนังนั่นสิครับ มันดูเหมือนรอยขูดขีดที่เกิดจากการดึงอุปกรณ์บางอย่างออกไปอย่างรีบร้อน"
เขาใช้ไฟฉายส่องไปที่ผนังหิน พบว่ามีสัญลักษณ์รูปดวงตาถูกสลักไว้อย่างลวกๆ แต่มันไม่ใช่สัญลักษณ์โบราณ มันคือรหัสที่เขากับพิมพ์มาดาเคยใช้กันสองคนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย... รหัสที่หมายถึง 'ความลับถูกเปิดเผย'
"พันเอกวิชัยกำลังตามหลังเรามา" รินรดากระซิบพลางหันไปมองความมืดด้านหลัง "ถ้าพวกนั้นเห็นเข็มกลัดชิ้นนี้ หรือรู้ว่าเราพบเบาะแสที่เชื่อมโยงกับพิมพ์มาดา พวกนั้นจะใช้เรื่องนี้เป็นตัวประกันบีบให้คุณยอมจำนน"
"นั่นคือสิ่งที่มันต้องการครับ" ธาดาตอบพร้อมกับเก็บเข็มกลัดเข้ากระเป๋าเสื้ออย่างมิดชิด "มันไม่ได้ต้องการแค่สมบัติโบราณ แต่มันต้องการ 'กุญแจ' ที่อยู่ในความทรงจำของพิมพ์มาดา... และดูเหมือนว่ากุญแจนั้นอาจไม่ได้หายไปกับเธอ แต่ถูกซ่อนไว้ที่ไหนสักแห่งในสถานที่แห่งนี้"
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินต่อ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกองกำลังทหารรับจ้างก็ดังก้องขึ้นจากอุโมงค์เบื้องหลัง พร้อมกับเสียงกดปุ่มวิทยุสื่อสารที่แทรกเข้ามาในโสตประสาท
"ด็อกเตอร์ธาดาครับ... ผมว่าเราไม่ต้องแอบกันแล้วล่ะ" เสียงพันเอกวิชัยดังสะท้อนผ่านเครื่องขยายเสียงในความมืด "ผมพบร่องรอยบางอย่างที่ทางเข้าถ้ำ และผมเชื่อว่าคุณคงอยากให้ผมเห็นมันก่อนที่คุณจะทำลายหลักฐานนะ"
ธาดาหยุดกะทันหัน เขาหันไปสบตารินรดา ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าของทั้งคู่ เขาตัดสินใจทันทีโดยไม่ลังเล "เราต้องแยกกันตรงนี้ครับ รินรดา คุณไปที่หอสังเกตการณ์ด้านบน ส่วนผมจะล่อพวกมันไปทางห้องโถงพิธีกรรม"
"ไม่ค่ะ! ฉันไม่ทิ้งคุณไว้กับพวกสัตว์ป่าพวกนั้นแน่" รินรดาปฏิเสธเสียงแข็ง
"นี่ไม่ใช่เรื่องของความกล้าหาญ แต่เป็นเรื่องของความเป็นความตายของความลับที่เรากำลังตามหาอยู่" ธาดาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอ "ถ้าผมไม่กลับมา... ให้คุณเปิดบันทึกเล่มสุดท้ายที่ผมทิ้งไว้ในกระเป๋าเป้ของผม ในนั้นมีพิกัดที่พิมพ์มาดาเคยทิ้งไว้ให้ผมเมื่อห้าปีก่อน"
รินรดานิ่งอึ้ง หัวใจของเธอหล่นวูบ เธอรู้ดีว่าธาดาไม่ได้แค่ล่อศัตรู แตเขากำลังเตรียมตัวเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาหนีมาตลอดห้าปี
ทว่าในวินาทีที่ธาดากำลังจะก้าวออกไปจากมุมมืด เสียงหัวเราะเย็นเยียบก็ดังขึ้นจากเบื้องบนเพดานถ้ำ ไม่ใช่เสียงของพันเอกวิชัย แต่เป็นเสียงของผู้หญิงที่ธาดาจำได้ขึ้นใจ เสียงของพิมพ์มาดาที่ควรจะตายไปนานแล้ว
"ธาดา... นึกว่านายจะฉลาดกว่านี้เสียอีก"
เงาร่างหนึ่งทิ้งตัวลงมาจากความมืดขวางหน้าธาดาไว้ แสงไฟฉายสาดไปกระทบใบหน้าของหญิงสาวที่สวมชุดรัดกุมแบบนักสำรวจ ดวงตาของเธอว่างเปล่าและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นที่ข้างแก้ม เธอไม่ได้มาคนเดียว แต่ในมือของเธอกลับถืออาวุธโบราณที่เรืองแสงสีครามออกมาอย่างน่าสะพรึงกลัว!
เหตุการณ์พลิกผันเกินกว่าที่ธาดาจะคาดคิด ร่างกายของเขานิ่งค้าง ราวกับเวลาถูกหยุดไว้ตรงหน้าความทรงจำที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจโบราณสถานไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 11
ร่องรอยของผู้มาก่อน
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!