ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 26

การเผชิญหน้าครั้งที่หนึ่ง

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“กระสุนนัดสุดท้ายของผมไม่ได้มีไว้ให้คุณหรอกนะ พันเอกวิชัย แต่มันมีไว้สำหรับทำลายกลไกที่กั้นขวางความโลภของคุณต่างหาก” เสียงของผมดังก้องไปทั่วโถงหินสลักรูปอสรพิษที่กำลังบิดตัวรับน้ำหนักของเพดานสูงตระหง่าน บรรยากาศภายในห้องเก็บสมบัติชั้นในของหุบเขาเงาธรณีบีบคั้นจนแทบหยุดหายใจ กลิ่นอับชื้นของศิลาโบราณปะทะกับกลิ่นควันปืนจางๆ ที่ยังตกค้างอยู่จากการปะทะเมื่อครู่ ผมกระชับปืนพกในมือแน่น ในขณะที่รินรดาซึ่งหมอบอยู่หลังแท่นหินแกะสลักด้านข้างส่งสายตาเชิงเตือนมาให้ พันเอกวิชัยก้าวออกมาจากเงามืดของเสาต้นมหึมา รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏบนใบหน้าที่เต็มไปด้วยแผลเป็นจากการกรำศึก เขาไม่ได้ดูเกรงกลัวต่อสถานการณ์คับขันแม้แต่น้อย มือข้างหนึ่งของเขายังคงถือปืนไรเฟิลจู่โจมที่ติดตั้งกล้องเล็งความร้อนไว้พร้อมสรรพ “ศ.ดร. ธาดา คุณช่างเป็นนักวิชาการที่น่ารำคาญจริงๆ” วิชัยกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าแฝงไปด้วยอำนาจ “คุณคิดว่าความรู้ด้านภาษาอักษรรูนที่คุณมี จะช่วยให้คุณรอดพ้นจากอำนาจของเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยกว่านี้ไปได้งั้นหรือ? อารยธรรมที่สาบสูญไปแล้วไม่มีสิทธิ์หวงแหนสมบัติไว้หรอกครับ สิ่งเหล่านั้นควรอยู่ในมือของผู้ที่รู้จักใช้มันเพื่อสร้างระเบียบโลกใหม่” “ระเบียบโลกใหม่?” ผมแค่นหัวเราะ แม้ในใจจะคำนวณระยะห่างระหว่างเรากับทางออกที่ถูกปิดตายด้วยกลไกโบราณ “ถ้าการสร้างระเบียบของคุณหมายถึงการละทิ้งจริยธรรมและปลุกอาวุธที่ฆ่าคนมานับล้านให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมเกรงว่าผมคงไม่มีวันยอมให้คุณก้าวผ่านประตูหินบานนี้ไปได้” รินรดาขยับกายอย่างเงียบเชียบ เธอกระซิบผ่านไรฟัน “ธาดา... กลไกตรงแท่นบูชาเริ่มทำงานแล้ว ถ้าเราไม่รีบหยุดเฟืองตัวที่สามที่อยู่ใต้เท้าเขา พื้นห้องนี้จะทรุดตัวลง เราจะตกลงไปในร่องลึกที่เต็มไปด้วยหนามพิษ” ผมมองไปที่พื้นหินที่เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ ฝุ่นผงร่วงกราวลงมาจากเพดาน วิชัยยังคงจ้องมองมาที่ผมเหมือนสัตว์ป่าที่กำลังเล่นกับเหยื่อ เขารู้เรื่องกลไกนี้ดีพอๆ กับเรา แต่นั่นไม่ใช่เป้าหมายหลักของเขา “ผมให้เวลาคุณสามนาที ศาตราจารย์” วิชัยลดปืนลงเล็กน้อย “ถอดรหัสแผ่นศิลาที่ผนังนั่นเสีย แล้วเปิดทางไปสู่หอคอยบรรพกาล ถ้าคุณทำ ผมจะไว้ชีวิตคุณและผู้หญิงของคุณ แต่ถ้าไม่... ผมจะทำให้คุณเห็นว่าการสำรวจครั้งสุดท้ายของคุณมันจบลงแบบไหน” ภาพใบหน้าของคนรักที่จากไปในเหตุการณ์ถล่มของโบราณสถานเมื่อปีก่อนผุดขึ้นมาในมโนภาพ ความรู้สึกผิดที่ผมเคยเก็บกดไว้เริ่มปะทุเป็นความเดือดดาล ผมจ้องกลับไปที่ดวงตาของพันเอกวิชัยด้วยสายตาที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน “คุณไม่ได้ต้องการแค่สมบัติ วิชัย” ผมพูดพลางขยับตัวช้าๆ ไปทางแผงกลไกที่สลักไว้ด้วยอักษรภาพ “คุณต้องการ ‘กุญแจ’ ที่จะควบคุมกลไกป้องกันตัวของทั้งหุบเขานี้ คุณต้องการเปลี่ยนที่นี่ให้กลายเป็นป้อมปราการสังหาร แต่น่าเสียดาย... อักษรเหล่านี้ไม่ได้เขียนไว้เพื่อให้คนกระหายเลือดอย่างคุณอ่านออก” ทันใดนั้น ผมขว้างอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนที่รินรดาส่งให้ลงไปบนพื้นหิน เครื่องส่งสัญญาณเสียงแหลมสูงจนวิชัยต้องชะงักและเบี่ยงปืนไปตามสัญชาตญาณ นั่นคือจังหวะที่ผมรอคอย “ริน! กดคันโยกที่สอง!” ผมตะโกนลั่น รินรดาอาศัยจังหวะชุลมุนพุ่งตัวออกไปจากที่กำบัง มือของเธอคว้าจับคันโยกเหล็กโบราณที่ฝังอยู่กับผนัง แรงเหวี่ยงของเธอทำให้กลไกเฟืองที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นห้องหมุนกลับทิศทาง พื้นหินที่วิชัยยืนอยู่เริ่มเอียงลาดลงอย่างรวดเร็ว เขาสบถลั่น พยายามจะยิงสกัดแต่กระสุนพลาดเป้าไปปะทะกับผนังจนเกิดประกายไฟ “แกคิดจะฝังตัวตายไปพร้อมกับฉันเรอะ!” วิชัยแผดเสียง “เปล่าหรอก” ผมตอบขณะรีบคว้าข้อมือรินรดาให้ถอยมาด้านหลัง “ผมแค่จะแสดงให้คุณเห็นว่า อารยธรรมนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อถูกครอบครอง แต่มีไว้เพื่อให้ผู้ที่เคารพมันรอดพ้นจากหายนะ!” เสียงกลไกขัดข้องดังก้องไปทั่ว หินยักษ์ที่ปิดกั้นทางเข้าเริ่มเลื่อนเปิดออกช้าๆ แต่มันไม่ใช่การเปิดทางออกไปสู่ข้างนอก แต่มันกลับเผยให้เห็นโถงทางเดินลับที่ทอดยาวลงสู่ใจกลางของหุบเขาที่มืดมิดกว่าเดิม ทันใดนั้นเอง แสงสีฟ้าหม่นที่สั่นไหวเหมือนดวงวิญญาณก็สว่างวาบขึ้นจากใจกลางห้อง วัตถุบางอย่างที่ถูกเก็บซ่อนไว้หลังกำแพงที่เพิ่งพังทลายลงมาค่อยๆ ปรากฏแก่สายตา มันไม่ใช่สมบัติล้ำค่าหรืออาวุธสงคราม แต่มันคือร่างของชายคนหนึ่งที่นั่งสงบนิ่งอยู่บนบัลลังก์ศิลา ร่างนั้นยังคงสภาพสมบูรณ์ราวกับเพิ่งสิ้นลมไปไม่กี่นาที ที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... สร้อยคอที่แขวนอยู่บนลำคอของร่างนั้น เป็นสัญลักษณ์เดียวกับที่คนรักของผมสวมใส่ก่อนจะหายสาบสูญไปในเหตุการณ์ถล่มเมื่อปีก่อนอย่างไม่มีวันกลับ! วิชัยนิ่งงัน มือของเขาสั่นระริกขณะลดปืนลง สายตาเขาไม่ได้จับจ้องที่ผมอีกต่อไป แต่จ้องเขม็งไปที่ร่างบนบัลลังก์นั้นด้วยความหวาดกลัวที่ปิดไม่มิด “นั่น... มันเป็นไปไม่ได้” วิชัยพึมพำด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือที่สุดเท่าที่ผมเคยได้ยินมา “รหัสพันธุกรรมแบบนั้น... มันไม่ใช่ของคนในยุคนี้” ผมก้าวเข้าไปใกล้ร่างนั้นอย่างไม่รู้ตัว ความรู้สึกเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังเมื่อมือของร่างบนบัลลังก์ค่อยๆ ยกขึ้นชี้ตรงมาที่ผม พร้อมกับเสียงกระซิบที่ไม่ได้ออกมาจากปาก แต่ดังขึ้นในโสตประสาทของผมเพียงผู้เดียว *“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ดร. ธาดา”* ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจไปกับผมในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%