ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 16

ข้ามแม่น้ำมรณะ

ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
“ถ้าก้าวพลาดไปเพียงนิ้วเดียว แรงดันน้ำในร่องหินนี้จะบดขยี้กระดูกทุกท่อนในร่างกายของพวกคุณให้แหลกละเอียดภายในสามวินาทีครับ… และเชื่อผมเถอะว่า ไม่มีใครอยากลองพิสูจน์ทฤษฎีนั้นด้วยตัวเองหรอก” น้ำเสียงของผมราบเรียบ แต่มันเด็ดขาดพอที่จะทำให้เสียงฝีเท้าเบื้องหลังหยุดชะงักลงทันที ศาสตราจารย์ ดร. ธาดา ขยับแว่นสายตาที่ขึ้นฝ้าจากไอน้ำของเบื้องหน้า มือข้างหนึ่งกำเชือกเส้นหนาที่ทำจากเส้นใยป่านโบราณจนข้อต่อขึ้นสีขาวซีด เบื้องหน้าของเราคือ “แม่น้ำสุสาน” สายน้ำสีดำสนิทที่ไหลเชี่ยวผ่านโตรกผาหินบะซอลต์ มันไม่ใช่สายน้ำธรรมดา แต่เป็นระบบชลประทานมรณะที่ถูกออกแบบโดยสถาปนิกของอารยธรรมโบราณ เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดล่วงล้ำเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลัง กลิ่นอับชื้นของโคลนตมผสมผสานกับกลิ่นคาวสนิมเหล็กอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่มืดสลัว แสงจากคบเพลิงส่องกระทบผิวน้ำเกิดเป็นเงาประหลาดไหววับคล้ายเงาร่างนับร้อยกำลังแหวกว่ายอยู่เบื้องล่าง “อาจารย์ธาดาพูดไม่ผิดหรอกครับ ดร.ธาดาเคยทำพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งที่หุบเขาโมกข์ไม่ใช่หรือครับ? ความรู้สึกที่ต้องยืนมองคนใกล้ตัวจมหายไปในกระแสน้ำเชี่ยว… มันคงเป็นแผลเป็นที่ไม่มีวันจางหายสินะครับ” เสียงทุ้มต่ำติดจะเยาะหยันดังมาจากความมืดด้านหลัง พันเอกวิชัยก้าวออกมาจากเงาหินพร้อมรอยยิ้มเยือกเย็นที่มุมปาก นายทหารรับจ้างผู้นี้ไม่เคยสนใจว่าประวัติศาสตร์เบื้องหน้าจะมีคุณค่าทางโบราณคดีมากเพียงใด สิ่งเดียวที่เขาสนใจคือเทคโนโลยีทำลายล้างที่ซ่อนอยู่ปลายทาง ปืนพกออโตเมติกในมือของเขาไม่ได้มีไว้เพื่อป้องกันตัว แต่มันมีไว้เพื่อกดดันให้พวกเราเดินหน้าไปสู่ความตายต่างหาก ผมเหลือบมองวิชัยด้วยหางตา หัวใจเต้นกระหน่ำด้วยความโกรธที่ถูกจุดขึ้นมาใหม่ ภาพของเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อนวาบเข้ามาในหัว—วินาทีที่ผมเอื้อมมือไม่ถึง ร่างของคนรักที่ดิ่งลงสู่ก้นเหว สายน้ำที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากชีวิตผม รินรดาที่ยืนอยู่ข้างๆ สังเกตเห็นความผิดปกติในแววตาของผม นางเอื้อมมือมาแตะแขนผมเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นและมั่นคงนั้นดึงสติของผมให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน “อย่าปล่อยให้ความเกลียดชังมาบดบังการคำนวณของเราค่ะอาจารย์” รินรดากระซิบเบาๆ น้ำเสียงของเธอหนักแน่นและเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “เราต้องข้ามไปให้ได้ก่อนที่พวกมันจะตามมาทัน” เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ โตรกผา วิเคราะห์กลไกการไหลของกระแสน้ำผ่านคานหินยักษ์ที่สลักลวดลายรูปงูยักษ์อวตาร รินรดาผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกลไกโบราณเริ่มหยิบเครื่องมือทองเหลืองออกมาจากกระเป๋าเป้ เธอขยับเข้าไปใกล้ขอบเหวที่น้ำซัดสาดอย่างไม่เกรงกลัวอันตราย “ดูร่องหินนั่นสิคะอาจารย์ มันไม่ใช่แม่น้ำธรรมชาติ แต่มันคือรางน้ำเลื่อนไฮดรอลิกโบราณ ถ้าเราปล่อยแพไม้ไผ่ลงไปตามจังหวะที่น้ำวนเปิดออก เราจะอาศัยแรงเหวี่ยงข้ามไปยังฝั่งตรงข้ามได้โดยไม่ต้องว่ายน้ำฝ่ากระแสที่อันตรายนั้น” รินรดาชี้ให้เห็นกลไกที่ซ่อนอยู่ใต้ผิวน้ำ ซึ่งหากมองด้วยตาเปล่าจะไม่มีทางสังเกตเห็นเลย “ฉลาดมากครับคุณรินรดา สมกับที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลไกโบราณ” พันเอกวิชัยหัวเราะในลำคอ “แต่ถ้าแพนั่นรับน้ำหนักพวกเราไม่ไหวล่ะ? หรือถ้าจังหวะเวลาเกิดคลาดเคลื่อนขึ้นมา… ใครจะเป็นคนเสียสละลงไปทดสอบคนแรกดีล่ะครับ?” ลูกน้องของวิชัยสองคนก้าวออกมายืนประกบด้านหลัง ท่าทีคุกคามเห็นได้ชัดเจน พวกเขาไม่ได้มองเราเป็นเพื่อนร่วมทาง แต่มองเป็นเครื่องมือมีชีวิตที่จะพาพวกเขาไปถึงสมบัติ ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ ระงับความรู้สึกพลุ่งพล่านในอก ปรับน้ำเสียงให้กลับมาสุขุมเยือกเย็นตามวิสัยของนักโบราณคดีที่ผ่านสนามเพลาะมรณะมาโชกโชน “ไม่ต้องให้ใครเสียสละหรอกครับพันเอก” ผมหันไปสบตากับวิชัยตรงๆ “เพราะถ้าแพนี้ล่ม พวกเราทุกคนในที่นี้ก็จะจมอยู่ใต้สายน้ำเดียวกัน ไม่มีใครรอดไปรายงานใครได้ทั้งสิ้น… รวมถึงความลับเรื่องอาวุธที่คุณตามหาด้วย” วิชัยหุบยิ้มลงทันที ดวงตาคมกริบจ้องมองผมราวกับต้องการจะทะลวงเข้าไปในความคิด ผมหันกลับมาหารินรดา พยักหน้าให้เธอน้อยๆ เป็นสัญญาณว่าเราต้องลงมือทันที รินรดาเริ่มใช้ค้อนเหล็กเคาะลงบนสลักหินตามจังหวะการไหลของน้ำ เสียงโลหะกระทบกับหินดังสะท้อนก้องไปทั่วโตรกผา ราวกับเป็นการปลุกอสูรกายที่หลับใหลอยู่เบื้องล่างให้ตื่นขึ้น ครืดดดดดดด! เสียงกลไกหินโบราณขยับตัวบดAขยี้กันดังสนั่นหวั่นไหว ผิวน้ำสีดำสนิทเริ่มเกิดฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นวงกว้าง กลลิ่นอายความตายพวยพุ่งขึ้นมาจากก้นแม่น้ำ ร่างเงาสواریเบื้องล่างเริ่มขยับเขยื้อนเคลื่อนไหว มันไม่ใช่แค่กระแสน้ำเชี่ยว แต่มีบางสิ่งที่มีชีวิต—บางสิ่งที่ใหญ่โตและน่าสะพรึงกลัวกำลังแหวกว่ายตรงมายังแพไม้ไผ่ที่เรากำลังจะก้าวขึ้นไป! รินรดาหน้าถอดสีเล็กน้อยเมื่อเงาดำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นใต้ผิวน้ำ ห่างจากจุดที่เรายืนอยู่ไม่ถึงสิบเมตร ดวงตาสสีเหลืองอำพันคู่หนึ่งโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาจ้องมองพวกเราด้วยความกระหายเลือด “อาจารย์คะ… นั่นมันไม่ใช่สัตว์น้ำธรรมดาค่ะ!” รินรดาอุทานเสียงหลง มือที่ถือเครื่องมือสั่นเทาเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะได้เอ่ยปากเตือนอะไร เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง “ถ้ามันอยากกินเนื้อนัก งั้นเราก็ส่งใครสักคนให้มันกินก่อนก็แล้วกัน!” วิชัยพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูง มือหยาบกร้านคว้าเข้าที่ไหล่ของรินรดาแล้วผลักเธอร่างเซถลาไปยังขอบเหวที่อยู่ติดกับกระแสน้ำเชี่ยวโดยไม่มีการลังเล! “รินรดา!” ผมตะโกนสุดเสียง ร่างกายเคลื่อนไหวเร็วกว่าความคิด ทิ้งความกลัวและอดีตทั้งหมดไว้เบื้องหลัง ผมพุ่งตัวเข้าไปคว้าข้อมือของเธอไว้ได้ทันก่อนที่เธอจะร่วงหล่นลงสู่กระแสน้ำมรณะ แต่น้ำหนักตัวของเราทั้งคู่ทำให้แพไม้ไผ่ที่ผูกไว้สะเทือนอย่างรุนแรง และร่างของผมกำลังลื่นไถลลงไปตามโคลนตมที่เปียกลื่น ในวินาทีที่ความเป็นความตายอยู่ห่างกันแค่เส้นด้ายนั้นเอง ผิวน้ำเบื้องหน้าก็ระเบิดออก น้ำสีดำกระเซ็นสาดกระจายไปทั่วบริเวณ พร้อมกับการปรากฏตัวของกรงเล็บขนาดยักษ์ที่พุ่งขึ้นมาจากความมืด ตรงเข้าคว้าข้อเท้าของวิชัยที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่บนฝั่ง ลากร่างของนายทหารรับจ้างผู้ทะเยอทะยานดิ่งจมหายลงไปในกระแสน้ำมรณะท่ามกลางเสียงกรีดร้องโหยหวนที่ขาดหายไปในพริบตา! ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางสำรวจความลับแห่งหุบเขาเงาธรณีไปกับผมในบทนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%