"อย่าขยับครับอาจารย์... ห้ามแม้แต่จะผ่อนลมหายใจแรงเกินไป"
เสียงกระซิบที่ลอดผ่านไรฟันของรินรดาแหบพร่าและเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อที่ซึมตามขมับ เส้นผมสีเข้มชื้นเหงื่อลู่แนบแก้มเนียน ท่ามกลางความมืดสลัวของห้องโถงศิลาโบราณใต้หุบเขาเงาธรณี แสงไฟฉายคาดหัวของเธอส่องกระทบวัตถุโลหะสีเขียวเข้มขึ้นสนิมขอด ที่ถูกฝังกลบไว้อย่างแนบเนียนใต้แผ่นศิลาจารึกอารยธรรมสาบสูญ มันไม่ใช่กลไกธรรมดา แต่เป็นกับระเบิดแรงสูงยุคสงครามโลกที่ถูกนำมาดัดแปลงเข้ากับสลักกลไกอักษรภาพโบราณของชนเผ่าลึกลับอย่างลงตัวและเหี้ยมเกรียม
ผมกลืนน้ำฝาดเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก ในฐานะนักโบราณคดีที่ผ่านความตายมาหลายครั้งหลายหน ผมรู้ดีว่าเศษเสี้ยววินาทีนี้มีค่ามากกว่าประวัติศาสตร์นับพันปีที่พวกเราเพิ่งขุดค้นพบ ศ.ดร. ธาดาอย่างผม ทำได้เพียงยืนนิ่งสนิทเป็นหุ่นปั้น ปล่อยให้สายตาจับจ้องแผ่นหลังของหญิงสาวผู้เป็นทั้งเพื่อนร่วมทางและผู้กุมชะตากรรมของพวกเราทุกคนในวินาทีนี้
เบื้องหลังของเราไม่ไกลนัก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงสนทนาหยาบกระด้างของกองกำลังพันเอกวิชัยกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที พวกมันกำลังไล่ล่าเราเพื่อแย่งชิงศิลาถอดรหัส และห้องโถงแห่งนี้คือทางตันเดียวที่เราหนีพ้น รินรดาไม่มีเวลาแม้แต่จะหยิบเครื่องมือแพทย์หรืออุปกรณ์กู้ระเบิดมาตรฐาน เธอมีเพียงคีมปากจระเข้ขนาดเล็กในกระเป๋าคาดเอว และมีดพับอเนกประสงค์เล่มเดียว
"ริน... ไหวไหมครับ" ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ เกรงว่าคลื่นเสียงเพียงน้อยนิดจะไปสั่นสะเทือนกลไกมรณะ
รินรดาไม่ตอบ เธอไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ดวงตาคู่คมจดจ้องอยู่ที่สปริงเหล็กขึ้นสนิมและฟันเฟืองหินที่ขบกันอยู่ เธอใช้ปลายมีดเขี่ยฝุ่นละอองที่สะสมมานับพันปีออกอย่างระมัดระวัง นิ้วเรียวยาวสั่นเทาเล็กน้อย—ความกลัวเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ แม้แต่คนที่ใจเด็ดที่สุดก็ย่อมมีความหวั่นไหวเมื่อเผชิญหน้ากับความตายแบบประชิดตัวเช่นนี้
"ฉันเกลียดวิศวกรรมของพวกคนโบราณ..." รินรดากล่าวลอดไรฟัน เสียงของเธอสั่นเครือเล็กน้อยแต่เด็ดเดี่ยว "พวกมันบ้าคลั่งเกินไป... เอาเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผสมผสานกับกับดักบูชายัญ บัดซบจริง ๆ มันถูกตั้งเงื่อนไขไว้สองชั้น ถ้าตัดสายไฟผิดเส้น แรงสั่นสะเทือนจะไปกระตุ้นสลักหินด้านล่าง... ตึกถล่มลงมาทับเราตายคาที่แน่ๆ"
ผมขยับสายตาสำรวจรอบกาย ผนังศิลาเริ่มมีเศษฝุ่นร่วงกาวลงมาจากแรงสั่นสะเทือนภายนอก เสียงรองเท้าคอมแบตของลูกน้องพันเอกวิชัยดังสะท้อนก้องผ่านอุโมงค์แคบเข้ามาเรื่อยๆ "พวกมันมาถึงโถงแยกแล้วครับริน เราเหลือเวลาอีกไม่ถึงสามนาที"
"เงียบก่อนค่ะ... เอ๊ย... เงียบก่อนค่ะ... ผมหมายถึง เงียบก่อนครับ!" รินรดาเผลออุทานออกมาด้วยความเครียด เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายผิดสไตล์ผม ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อดึงสติกลับมาควบคุมสถานการณ์เฉพาะหน้า
บรรยากาศในห้องโถงกดดันจนแทบจะบีบกระดูกให้แหลกสลาย กลิ่นอับชื้นของดินปืนเก่าแก่ผสมผสานกับกลิ่นเหงื่อไคลและกลิ่นสนิมเหล็กคละคลุ้งอยู่ในความมืด มีเพียงเสียงหัวใจของผมที่เต้นโครมครามรากับกลองศึก รำลึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ผมเคยสูญเสียคนรักไปจากการสำรวจลักษณะเดียวกันนี้ ภาพซ้อนทับของความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอกจนเจ็บแปลบ ผมไม่อาจสูญเสียใครไปได้อีกแล้ว... โดยเฉพาะเธอ
"ธาดา..." รินรดาเรียกชื่อผมเป็นครั้งแรกในสถานการณ์วิกฤต น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจังและราบเรียบอย่างน่าประหลาด "จำตอนที่เราถอดรหัสแผ่นศิลาบทที่สามได้ไหม ที่พูดถึง 'ลมหายใจแห่งเทพเจ้า' น่ะ"
ผมขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด ทบทวนความรู้ภาษาโบราณที่เพิ่งแปลไปเมื่อสองชั่วโมงก่อน "จำได้ครับ... มันคือสมดุลแห่งน้ำหนัก ไม่ใช่แรงดึง"
"ถูกต้อง..." รินรดาพยักหน้าน้อยๆ สายตายังคงไม่ละไปจากกลไก "นี่ไม่ใช่ระเบิดเวลาแบบอิเล็กทรอนิกส์ แต่มันทำงานด้วยระบบแรงโน้มถ่วงและไฮดรอลิกโบราณ... ถ้าฉันตัดสายชนวนสีแดงนี้ แรงดันน้ำมันใต้แผ่นศิลาจะพุ่งสูงขึ้น และถ้าไม่มีอะไรไปถ่วงน้ำหนักแทนที่ตรงนี้ มันก็จะระเบิดทันที"
"แล้วเราจะเอาอะไรมาถ่วงน้ำหนักแทนล่ะครับ น้ำหนักตัวคนมันมากเกินไป..." ผมมองซ้ายมองขวา ไม่มีวัตถุใดในห้องนี้ที่มีน้ำหนักใกล้เคียงกับกลไกดังกล่าวเลย
"กระเป๋าเป้ของคุณ..." รินรดาชำเลืองมองเป้สนามที่สะพายอยู่บนหลังผม "ข้างในมีตำราโบราณแผ่นศิลาจำลองน้ำหนักเกือบสิบกิโลกรัมใช่ไหมครับ"
ผมพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิด "ใช่ครับ น้ำหนักพอดีเป๊ะ"
"ดีมาก..." รินรดากลืนน้ำลายลงคออีกครั้ง เธอวางตำแหน่งมีดพับลงบนลวดทองแดงเส้นเล็กจิ๋วที่เชื่อมต่อกับสลักชนวน "เมื่อฉันนับหนึ่งถึงสาม ให้คุณค่อยๆ ถอดเป้ออก แล้ววางลงบนจุดที่ฉันชี้ด้วยความนุ่มนวลที่สุด ห้ามกระชากเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ"
"เข้าใจแล้วครับ ลงมือเลย" ผมเตรียมพร้อม กล้ามเนื้อทุกส่วนเกร็งขึงพร้อมรับมือกับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
"หนึ่ง..." เสียงของรินรดานุ่มนวลแต่หนักแน่นก้องอยู่ในความเงียบ
แสงไฟฉายส่องให้เห็นเหงื่อหยดหนึ่งไหลย้อยจากปลายคางของเธอร่วงลงกระทบพื้นศิลาเสียงดัง *แปะ*
"สอง..."
นิ้วมือของเธอกดใบคัตเตอร์ลงไปบนลวดทองแดง เส้นลวดเริ่มส่งเสียงกรอบแกรบเบาๆ ใต้แรงกด ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุดจนอากาศรอบตัวแทบจะกลายเป็นสุญญากาศ
"สาม!"
*ฉับ!*
เสียงโลหะเฉือนกันดังขึ้นพร้อมกับเสียงลมฟշссษ์ที่พ่นออกมาจากท่อไฮดรอลิกโบราณ ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ผมไม่รอช้า ถอดเป้สนามออกจากหลังแล้วค่อยๆ วางลงบนจุดที่รินรดากำหนดไว้อย่างแม่นยำดั่งจับวาง เสียงฟันเฟืองหินขบกันดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินใต้เท้าสั่นสะเทือนราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อม ฝุ่นผงร่วงกาวลงมากลบศีรษะของเราจนมองไม่เห็นทาง
ทว่า... เสียงระเบิดที่คาดคิดไว้กลับไม่เกิดขึ้น!
กลไกทั้งหมดหยุดชะงักลง เสียงฟันเฟืองเงียบสงบลงเหลือเพียงเสียงหอบหายใจรัวเร็วของเราทั้งสองคน รินรดาทรุดตัวลงนั่งกับพื้นศิลาด้วยความหมดแรง ใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างโล่งอก ขณะที่ผมรีบก้าวเข้าไปประคองร่างที่อ่อนระโหยนั้นขึ้นมาทันที
"เรา... รอดแล้วค่ะ... เอ๊ย... เรา... รอดแล้วครับ" รินรดาหัวเราะทั้งน้ำตาเมื่อรู้ตัวว่าเผลอพูดผิดอีกรอบ
"ทำได้ดีมากครับ คุณคือนักวิศวกรรมที่เก่งที่สุดเท่าที่ผมเคยพบมา" ผมเอ่ยชมจากใจจริง พร้อมกับใช้มือปัดฝุ่นตามไหล่ให้เธออย่างเบามือ
แต่ความโล่งใจนั้นอยู่ได้ไม่ถึงห้าวินาที
เสียงฝีเท้าของกองกำลังพันเอกวิชัยที่หยุดชะงักไปชั่วครู่เมื่อเกิดแรงสั่นสะเทือน บัดนี้กลับดังขึ้นอีกครั้ง... และมันไม่ได้มาจากทางด้านหลังที่เราถอยร่นมา แต่เสียงเหล่านั้นกำลังดังก้องมาจาก "ประตูทางออกด้านหน้า" ที่เรากำลังจะเดินไปถึง!
แสงไฟฉายหลายดวงสาดส่องทะลุผ่านความมืดเข้ามาในห้องโถงศิลา พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่คุ้นเคยดังสะท้อนก้องผนังหินทึบ
"เก่งมาก... ดร.ธาดา และคุณรินรดา ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ผมปล่อยให้พวกคุณเดินนำทางมาจนถึงห้องสมบัติลับแห่งนี้" น้ำเสียงเย็นเยียบของพันเอกวิชัยดังขึ้นท่ามกลางความมืด พร้อมกับปากกระบอกปืนไรเฟิลจู่โจมที่เล็งตรงมายังหน้าอกของผมอย่างแม่นยำ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 44
ภารกิจกู้ระเบิด
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!