กลิ่นอับชื้นของศิลาแลงและควันดินปืนจาง ๆ ลอยอวลอยู่ในความมืดมิดเบื้องล่าง โถงโบราณสถานชั้นในสุดของมหานครใต้พิภพแห่งนี้เงียบสงัดเสียจนได้ยินเสียงหยดน้ำกระทบพื้นหินเป็นจังหวะราวกับนาฬิกาแห่งความตาย
“หยุดอยู่ตรงนั้นแหละครับศาสตราจารย์... ขยับอีกก้าวเดียว สิ่งที่คุณกับผมเพียรพยายามขุดค้นมาตลอดหลายเดือน จะกลายเป็นเศษฝุ่นธุลีในพริบตาเดียว”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นและรอยยิ้มเยาะดังขึ้นจากมุมมืดของเสาศิลาแกะสลักรูปอสุรกาย พันเอกวิชัยยืนไขว่ห้างพิงผนังโบราณ มือข้างหนึ่งถือรีโมตคอนโทรลขนาดเล็กที่ปรากฏไฟสีแดงกะพริบถี่เป็นระยะ ดวงตาของนายทหารผู้กระหายอำนาจคู่นั้นสะท้อนประกายความบ้าคลั่งอย่างปิดไม่มิด
ศ.ดร. ธาดา ชะงักฝีเท้าลงทันที ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ช่วงขณะหนึ่ง สายตาคมกวาดมองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนกที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้ใบหน้าอันสุขุม รินรดาที่ก้าวตามมาติด ๆ ถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าวเมื่อเธอกวาดสายตาไปเห็นวัตถุแปลกปลอมที่พันธนาการอยู่กับฐานเสาศิลาทุกต้นในห้องโถงกว้างนี้
แท่งวัตถุดำสนิทถูกพันด้วยเทปพันสายไฟสีดำสนิท ต่อโยงกับวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ซ่อนอย่างแนบเนียนไปกับลวดลายสลักนูนต่ำของอารยธรรมโบราณ มันไม่ใช่กลไกจากอดีต แต่มันคือเทคโนโลยีการทำลายล้างยุคปัจจุบัน—ระเบิดแสวงเครื่องแรงดันสูง ที่ถูกติดตั้งไว้ตามจุดค้ำยันโครงสร้างสำคัญของมหานครใต้ดินแห่งนี้อย่างเป็นระบบ
“คุณบ้าไปแล้วหรือครับวิชัย... เมืองนี้ไม่ได้มีแค่สมบัติที่คุณอยากได้ แต่มันคือประวัติศาสตร์นับพันปี มรดกของมนุษยชาติ!” ธาดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พยายามควบคุมสั่นเทาในน้ำเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกมา สายตาของเขาเหลือบมองสายชนวนที่โยงใยไปทั่วบริเวณ
“ประวัติศาสตร์งั้นหรือครับ?” วิชัยหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก “สิ่งที่คนอย่างพวกคุณเรียกว่ามรดก มันก็เป็นแค่เศษซากของพวกแพ้สงครามในอดีต... ถ้าผมเอาออกไปไม่ได้ ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์ได้ครอบครองมันทั้งนั้น รวมถึงชีวิตของพวกคุณด้วย”
รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนห่อเลือด สมองอันปราดเปรื่องของเธอในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมกลไกกำลังคำนวณอย่างบ้าคลั่ง ดวงตากวาดมองความถี่ของสัญญาณไฟกระพริบและจุดเชื่อมต่อของสายไฟ “คุณไม่ได้แค่ติดไว้ที่เสาพวกนี้ใช่ไหมคะ... เอ่อ, ครับ... คุณวางมันไว้ทั่วทั้งเมืองใต้ดินนี้เลยสินะ”
วิชัยเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาฉายแววชื่นชมความฉลาดของหญิงสาวตรงหน้า “สมเป็นคุณรินรดาครับ มองปราดเดียวก็รู้... ถูกต้องครับ ผมใช้เวลาสามวันที่พวกคุณมัวแต่แกะสลักศิลาอ่านตัวอักษรโบราณพวกนั้น เดินสายไฟและวางระเบิดพวกนี้ไว้ทุกจุดยุทธศาสตร์ ทั้งคานรับน้ำหนัก โถงบูชา หรือแม้แต่ทางออกหลัก ทุกตารางเมตรของเมืองนี้อยู่บนฝ่ามือผมแล้ว”
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ บรรยากาศภายในห้องโถงกดดันจนแทบหายใจไม่ออก ธาดายืนนิ่ง ข้อมูลทั้งหมดประมวลผลในหัวอย่างรวดเร็ว ปมในใจเรื่องอดีตที่เคยสูญเสียคนรักไปจากการสำรวจที่ผิดพลาดผุดขึ้นมาหลอนอีกครั้ง ความรู้สึกผิดที่ไม่อาจปกป้องใครได้กำลังกัดกินหัวใจ แต่ครั้งนี้เขาจะยอมให้ประวัติศาสตร์และชีวิตของเพื่อนร่วมทางต้องจบลงด้วยน้ำมือของคนชั่วไม่ได้เป็นอันขาด
นิ้วมือของธาดากำแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาว เขาสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ “คุณต้องการอะไรกันแน่วิชัย... อำนาจ เงินทอง หรือกองกำลัง? บอกข้อเสนอของคุณมาสิครับ”
วิชัยยิ้มกริ่ม เดินเข้ามาใกล้แสงไฟจากคบเพลิงโบราณ ร่างในชุดเครื่องแบบสนามดูทรงอำนาจและน่ากลัวยิ่งกว่าอสูรกายบนเสาศิลา “ง่ายมากครับศาสตราจารย์... ส่งบันทึกการแปลศิลาจารึกบทสุดท้ายและรหัสผ่านเข้าถึงห้องคลังอาวุธลับให้ผม แล้วผมจะยอมให้พวกคุณเดินขึ้นบันไดกลับไปรับแสงตะวันข้างบน... แต่ถ้าไม่...”
นิ้วโป้งของวิชัยแตะค้างอยู่เหนือปุ่มสีแดงบนรีโมตคอนโทรล รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เราก็คงต้องฝังร่างไปพร้อมกับความลับของอารยธรรมนี้ด้วยกันทั้งหมด”
ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เหงื่อกาฬผุดซึมตามขมับของธาดาและรินรดา สายตาของทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องเอื้อnเอ่ยคำใด ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่านี่คือเดิมพันครั้งสุดท้ายของชีวิต
ทว่า—
ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนคิดว่าสถานการณ์เดินทางมาถึงทางตันอย่างไร้ทางออก เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดเบื้องหลังวิชัย เสียงเหล็กกระทบกันของอาวุธปืนยาวดังชัดเจน ทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งก้าวพรวดพราดเข้ามา แต่สีหน้าของพวกมันกลับไม่ใช่ความฮึกเหิม ทว่าเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกราวกับเห็นผีสาง
“ผู้พันครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!” ลูกน้องคนสนิทของวิชัยวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาตะโกนรายงาน “ทางเข้าหลักที่เราใช้ลำเลียงเสบียง... มัน... มันถูกถล่มปิดตายด้วยหินถล่มขนาดใหญ่จากแรงระเบิดภายนอกแล้วครับ! และ... และตอนนี้มีเสียงเครื่องจักรหนักกำลังเคลื่อนตัวอยู่เหนือหัวเรา เสียงมันดังมาจากหน้าผาหินปูนด้านบน... มีคนอื่นกำลังเจาะอุโมงค์เข้ามาครับ!”
วิชัยหุบยิ้มทันที สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นความฉงนปนเกรี้ยวกราด “ใครวะ? ใครกล้ามาแย่งพื้นที่ตอนนี้!”
ในจังหวะชุลมุนที่วิชัยหันไปมองลูกน้องด้วยความตกใจ ธาดาไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย รินรดาอาศัยความเงียบและรวดเร็วพุ่งตัวหลบหลังเสาศิลา พร้อมกับที่ธาดาพุ่งเข้าชาร์จใส่ร่างของวิชัยอย่างไม่กลัวตายเพื่อแย่งรีโมตในมือ!
พวกเรากำลังเผชิญหน้ากับเกมที่ซับซ้อนกว่าที่คิด และความลับที่ซ่อนอยู่ในเงาดำกำลังจะถูกกระชากหน้ากากออกมาในอีกไม่กี่อึดใจนี้... โปรดติดตามตอนต่อไปนะครับ
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางขุดค้นความจริงไปกับบันทึกนักโบราณคดีนะครับ
ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี•ตอนที่ 43
ความลับที่ซ่อนในเงา
ผลงานโดย บันทึกนักโบราณคดี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บันทึกนักโบราณคดี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ปริศนาอารยธรรมสาบสูญ: หุบเขาเงาธรณี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!