"หน้าจอแสดงผลการซื้อขายหุ้นของตระกูลวรภัทรดิ่งลงไปสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในเวลาไม่ถึงสามนาทีครับท่านประธาน!"
เสียงรายงานที่สั่นเครือของเลขาธิการหน้าห้องดังทะลุผ่านโทรศัพท์มือถือราคาแพงมาจนถึงหูของชายหนุ่มผู้กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังแท้ภายในห้องทำงานหรูหรา
คุณชายเจตน์ขมวดคิ้วแน่นจนรอยย่นหว่างคิ้วแทบจะผูกกันเป็นปม ดวงตาคมกริบที่เคยเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและมั่นอกมั่นใจ บัดนี้กลับฉายแววตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด เขากำโทรศัพท์ในมือแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด
"แกพูดว่าอะไรนะ! หุ้นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับท็อปเท็นของประเทศร่วงลงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในสามนาทีเนี่ยนะ? เป็นไปได้ยังไง! ตลาดเพิ่งจะเปิดทำการได้แค่ครึ่งชั่วโมงด้วยซ้ำ ใครมันบังجาญกล้าทุบหุ้นของตระกูลวรภัทรกันวะ!" เจตน์ตวาดลั่นห้องจนลูกน้องสะดุ้งโหยง
"เรา... เรายังไม่ทราบชื่อผู้ซื้อรายใหญ่ครับท่าน แต่คำสั่งซื้อขายทั้งหมดถูกส่งผ่านบัญชีบล็อกเทรดลึกลับจากต่างประเทศ แรงเทขายหลักล้านหุ้นหลั่งไหลเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก ฝ่ายบริหารความเสี่ยงกำลังพยายามพยุงราคาอยู่ แต่กระแสเงินสดในมือเราตอนนี้ไม่พอรับแรงกระแทกครับ... ถ้าปล่อยไว้อีกสิบนาที มูลค่าบริษัทจะหายไปเป็นพันล้านนะครับ!"
เจตน์ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธเกรี้ยวและหวาดกลัวผสมปนเปกัน
เขารู้ดีว่าตระกูลวรภัทรไม่ได้มีศัตรูธรรมดา แม้ภายนอกพวกเขาจะดูยิ่งใหญ่คับฟ้า แต่เบื้องหลังกลับมีหนี้สินจากการลงทุนโครงการยักษ์ใหญ่ค้ำคออยู่ หากหุ้นร่วงลงจนหลุดแนวรับสำคัญ เจ้าหนี้สถาบันการเงินจะแห่กันเข้ามาเรียกหลักประกันคืนทันที และนั่นหมายถึงการล่มสลายของอาณาจักรตระกูลวรภัทรภายในชั่วข้ามคืน
"สืบสิ! ไปสืบมาให้ได้ว่าใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ ทุ่มเงินเท่าไหร่ก็ได้ ซื้อหุ้นคืนเดี๋ยวนี้!" เจตน์ตะคอกใส่สายก่อนจะกดตัดทิ้งอย่างหัวเสีย
เขากวาดตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่ที่มองเห็นวิวเมืองหลวงอันกว้างไกล ความรู้สึกเย็นวาบแล่นพล่านไปตามสันหลังอย่างน่าประหลาด ความมั่นใจที่เคยมีว่าตนเองคือผู้กำหนดเกมในโลกใบนี้เริ่มสั่นคลอน ราวกับว่ามีเงาขนาดมหึมาของใครบางคนกำลังจ้องมองลงมาจากเบื้องบน และพร้อมจะบดขยี้เขาให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ
ในขณะเดียวกัน ห่างออกไปหลายร้อยกิโลเมตรภายในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางย่านธุรกิจ บรรยากาศกลับเต็มไปด้วยความสงบและอบอุ่น
กรณ์นั่งไขว่ห้างจิบกาแฟดริปอุ่น ๆ บนเก้าอี้โยกริมระเบียง สายตาทอดมองกราฟราคาหุ้นที่กำลังดิ่งเหวผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเครื่องบาง แสงไฟสีแดงระยิบระยับที่กระพริบเตือนบนหน้าจอนั้นช่างดูงดงามในสายตาของอดีตเกมเมอร์ผู้เคยถูกเหยียบย่ำจนจมดิน
มินาเดินถือผ้าห่มผืนนุ่มมาคลุมไหล่ให้เขาอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏบนใบหน้าหวานซึ้ง เธอชำเลืองมองหน้าจอแท็บเล็ตก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความสะใจไว้ลึก ๆ
"ดูเหมือนว่าปลาตัวใหญ่จะเริ่มดิ้นพล่านแล้วสินะคะ... เอ๊ย... นะครับ" มินารีบเปลี่ยนคำลงท้ายอย่างเขินอายเมื่อเผลอใช้คำติดปาก กรณ์หัวเราะในลำคอเบา ๆ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวนุ่มของภรรยาขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างทะนุถนอม
"ไม่ต้องรีบเปลี่ยนหรอกที่รักครับ เรียกแบบไหนผมก็ชอบทั้งนั้น... อีกอย่าง นี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น ความเจ็บปวดที่เจตน์และครอบครัวมันเคยฝากไว้กับเราในอดีต มันเทียบไม่ได้เลยกับเงินไม่กี่พันล้านที่กำลังละลายหายไปตอนนี้หรอกครับ" กรณ์กล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แววตากลับเย็นเยียบราวน้ำแข็ง
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ในวันที่กรณ์ล้มละลายจากแผนการสกปรกของตระกูลวรภัทร จนต้องกลายเป็น "ผู้กล้าตกอับ" ที่แม้แต่เงินจะซื้อข้าวกินยังไม่มี เจตน์คือคนที่ยืนหัวเราะเยาะอยู่บนกองซากความฝันของเขา พร้อมกับแย่งชิงทุกอย่างไป ไม่ว่าจะเป็นบริษัทเกมที่เขาสร้างมากับมือ หรือแม้แต่คำดูถูกเหยียดหยามว่าเขาเป็นแค่ไอ้ขยะไร้ค่า
แต่วันนี้ กฎของเกมได้เปลี่ยนไปแล้ว
เมื่อระบบ "บัตรดำทลายโลก" ปรากฏขึ้นในมือ พร้อมกับวงเงินสดที่ไม่จำกัดและอำนาจในการควบคุมเศรษฐกิจดิจิทัล กรณ์ไม่ต้องใช้กำลังแม้แต่น้อย เขาก็สามารถใช้ "เงินสด" ฟาดหัวและบดขยี้ความทะเยอทะยานของพวกมันให้แหลกสลายกลายเป็นผุยผงได้อย่างง่ายดาย
เสียงเตือนจากสมาร์ทโฟนของกรณ์ดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของเขากลางคัน หน้าจอแสดงข้อความจากระบบธนาคารระดับโลก
[แจ้งเตือน: การทำธุรกรรมบล็อกเทรดมูลค่า 3,000,000,000 บาท เสร็จสิ้น]
[ยอดวงเงินคงเหลือในบัตรดำ: อนันต์ (Infinity)]
กรณ์มุมปากกระตุกยิ้มเล็กน้อย เขาวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะหันมามองหน้าภรรยาคู่ชีวิตที่อยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กันมาในยามยาก
"มินาครับ เตรียมตัวให้พร้อมนะ ช่วงบ่ายนี้เรามีนัดประชุมสำคัญกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของตระกูลวรภัทร... อ้อ ไม่สิ ต้องบอกว่า เราจะไปเยี่ยม 'อดีตคู่หมั้น' ของคุณในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่คนใหม่ต่างหากล่ะครับ"
มินาดึงชายเสื้อสูทของสามีให้เข้าที่ ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความเชื่อมั่นและภาคภูมิใจในตัวผู้ชายคนนี้
"ฉัน... เอ๊ย ผมพร้อมนานแล้วค่ะ... ครับ" เธอยิ้มกว้างจนลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไป "ไปจัดการให้พวกมันสำนึกกันสักทีเถอะว่า เงินซื้อได้ทุกอย่าง... แม้กระทั่งศักดิ์ศรีที่พวกมันเคยเหยียบย่ำเราไว้"
รถยนต์โรลส์-รอยซ์สีดำสนิทเคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถเพนต์เฮาส์ มุ่งหน้าสู่ตึกสำนักงานใหญ่ของตระกูลวรภัทรด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางข่าวลือสะพัดที่เริ่มแพร่กระจายไปทั่วตลาดหุ้นว่า มีกลุ่มทุนปริศนากำลังกว้านซื้อหุ้นทั้งหมดเพื่อเตรียมเทคאוเวอร์กิจการครั้งประวัติศาสตร์
ณ ห้องประชุมใหญ่ชั้นบนสุดของตระกูลวรภัทร บรรยากาศเต็มไปด้วยความอึดอัดและตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก บอร์ดบริหารทุกคนนั่งหน้าซีดเผือด เจตน์ยืนค้ำโต๊ะประชุมด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองประตูห้องที่กำลังจะเปิดออก
แอดมินหรือเลขานุการหน้าห้องผลักประตูเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก หอบหายใจตัวโยนก่อนจะละล่ำละลักพูดออกมา
"ทะ... ท่านประธานครับ ผู้ถือหุ้นรายใหม่ที่กว้านซื้อหุ้นทั้งหมดของเราเดินทางมาถึงแล้วครับ... และ... และ..."
"และอะไรวะ! บอกชื่อมันมาสิ!" เจตน์ตบโต๊ะเสียงดังสนั่น
ประตูห้องประชุมเปิดกว้างออกอย่างช้า ๆ ร่างสูงสง่าในชุดสูทสั่งตัดพิเศษก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเยارเยาะที่มุมปาก ด้านข้างมีหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่เจตน์คุ้นเคยเป็นอย่างดีเดินเคียงคู่เข้ามาด้วยท่าทางสง่างาม
เจตน์อ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างจนแทบถลอกจากเบ้า สมองของเขาราวกับหยุดทำงานไปชั่วขณะเมื่อเห็นใบหน้าของชายคนที่เขาเคยเหยียบย่ำให้อยู่ใต้ฝ่าเท้าเมื่ออดีต
"คะ... กรณ์!? เป็นไปได้ยังไงวะ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ผู้กล้าตกอับ" เสมอมานะครับ!
ระบบบัตรดำทลายโลก: ยึดบัลลังก์เกมออนלاینต่างโลกด้วยเงินสด•ตอนที่ 8
การแก้แค้นรอบแรกเริ่มต้น
ผลงานโดย ผู้กล้าตกอับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ผู้กล้าตกอับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ระบบบัตรดำทลายโลก: ยึดบัลลังก์เกมออนלاینต่างโลกด้วยเงินสด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!