"คุณถอยไปก่อน... หน้าคุณมันชิดเกินไปแล้วนะครับ"
เสียงของรวินท์ไม่ได้ราบเรียบอย่างที่เจ้าตัวพยายามควบคุม ปลายประโยคมีรอยสั่นพร่าเล็กน้อยเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับนัยน์ตาดำสนิทที่ปกติมักจะเย็นชาดุจน้ำแข็ง ทว่าในยามนี้กลับไหววูบราวกับเปลวเทียนต้องลม
ธามันชะงักไปจริงๆ เขารู้ตัวว่าก้าวล้ำเส้นเขตปลอดภัยที่ตัวเองขีดไว้หนาเตอะ แต่สถานการณ์ตรงหน้ามันไม่อนุญาตให้ถอย รอยแผลถลอกยาวบริเวณข้อศอกของอีกฝ่ายที่ซึมด้วยหยดเลือดสีสด กำลังทำลายสติสัมปชัญญะอันน้อยนิดของผู้บริหารหนุ่มผู้รักความสมบูรณ์แบบจนยับเยิน
ความเงียบงันชั่วขณะเข้าปกคลุมห้องทำงานกึ่งสตูดิโอ กลิ่นหอมจางๆ ของสีน้ำมันและกระดาษสะอาดผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดสะอ้านของคนทั้งคู่ กลายเป็นบรรยากาศชวนอึดอัดที่สลัดไม่หลุด
"นั่งนิ่งๆ อย่าดิ้น" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงห้วนจัดตามนิสัย กลบเกลื่อนความลุกลี้ลุกลนที่กำลังตีรวนอยู่ในอก มือหนาที่ปกติจับปากกาเซ็นเช็คมูลค่าหลักล้าน ยามนี้กลับสั่นเทาเล็กน้อยอย่างน่าขัน ขณะหยิบสำลีชุบแอลกอฮอล์ขึ้นมาอย่างเก้ๆ กังๆ
รวินท์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองท่าทางเก้ๆ กังๆ ของเสือยิ้มยากประจำมูลนิธิแล้วเผลอหลุดยำเกรงไม่ลง ริมฝีปากบางยกยิ้มหยันตามสไตล์คนปากเก่ง "คุณท่านธามันครับ... มือไม้สั่นขนาดนี้ จะทำแผลให้ผม หรือจะฆ่าผมให้ตายทางอ้อมกันแน่ครับเนี่ย"
"ใครมือสั่น อย่ามาปรักปรำผมนะรวินท์" ธามันสวนกลับทันควัน เสียงเข้มดุแต่หูทั้งสองข้างกลับแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัดในแสงไฟสลัว
"อ้าว ก็เห็นอยู่โต้งๆ ว่าคุณทำท่าเหมือนจะทำสำลีหลุดมืออยู่รอมร่อ" รวินท์หัวเราะในลำคอ ดวงตาพราวระยับด้วยความสนุกที่ได้แกล้งคนฟอร์มจัด "ถ้าไม่ไหวก็หลบไปครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง... โอ๊ย!"
คำพูดประชดประชันขาดห้วงลงทันที เมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของธามันกดลงบนแผลสดอย่างไม่ตั้งใจ แรงกดนั้นทำเอารวินท์สูดปากเข้าลึกด้วยความเจ็บ
ธามันสะดุ้งสุดตัว สีหน้าที่เคยนิ่งสนิทพังทลายลงในเสี้ยววินาที ความตื่นตระหนกฉายชัดในแววตา ดุจเด็กชายทำของเล่นชิ้นโปรดพัง "เจ็บเหรอ? ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจ มือมัน..."
ประโยคแก้ตัวติดๆ ขัดๆ หลุดออกมาจากปากคนที่มักจะมีเหตุผลร้อยแปดมาอ้างเสมอ รวินท์มองท่าทางลุกลี้ลุกลนจนทำอะไรไม่ถูกของคนตัวโตกว่าแล้วหัวใจกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาในอก ชายหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชาต่อหน้าคนทั้งโลก แต่กลับลนลานจนทำตัวไม่ถูกเพียงเพราะแผลถลอกกระจิ๋วหลิวของเขาเนี่ยนะ
"คุณธามันครับ ตั้งสติหน่อย" รวินท์เอ่ยเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ปลายมือเรียวยื่นไปแตะหลังมือหนาที่กำลังถือขวดแอลกอฮอล์สั่นระริก "ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก แค่แผลแมวข่วน... เอ่อ ไม่ใช่ แผลชนขอบโต๊ะ"
ผิวสัมผัสที่อุ่นจัดของรวินท์ทำให้ธามันชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านปลายนิ้วเข้าสู่ขั้วหัวใจ เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นอายเฉพาะตัวของศิลปินหนุ่มตรงหน้ากำลังดึงดูดสติสตังของเขาให้กระเจิดกระเจิงไปไกล
"ผมไม่ได้ลนลาน..." ธามันยังคงดึงดันที่จะรักษาฟอร์ม ปากปฏิเสธเสียงแข็งแต่ดวงตากลับกวาดมองรอยแผลด้วยความกังวลระคนรู้สึกผิดอย่างปิดไม่มิด "แค่... ไม่อยากให้งานของมูลนิธิเสียหาย เพราะคนดูแลโปรเจกต์เจ็บตัวต่างหาก"
"อ๋อเหรอครับ งานเสียหาย หรือกลัวผมหมดสภาพมาวาดรูปให้คุณกันแน่" รวินท์หรี่ตามองอย่างรู้ทัน รอยยิ้มร้ายกาจแต้มอยู่บนมุมปาก "ปากแข็งชะมัดเลยนะครับคนคนนี้"
"รวินท์..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความเยชาชาหรือการประชดประชัน แต่มันเจือความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งและลึกซึ้งเกินกว่าจะเอ่ยออกมาตรงๆ
บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงบลงอีกครั้ง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ลดลงโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจอุ่นร้อนเริ่มรินรด
ธามันก้มมองริมฝีปากที่ยังคงขยับต่อล้อต่อเถียงไม่หยุด แววตาของคนปากร้ายแต่ใจคลั่งรักฉายความโหยหาบางอย่างที่เก็บกดไว้มานาน เขากำลังจะโน้มใบหน้าลงไปปิดกั้นความดื้อรั้นนั้นด้วยริมฝีปากของตัวเอง...
*ก๊อก ก๊อก ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายบรรยากาศสีชมพูที่กำลังก่อตัวขึ้นจนแหลกละเอียดในพริบตา
"คุณธามันคะ! เอกสารสรุปงบประมาณด่วนที่สุดค่ะ มีแขกสำคัญมารอพบข้างล่างด้วยค่ะ!" เสียงแหลมใสของเลขานุการดังทะลุบานประตูเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
ธามันผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงราวกับถูกไฟลวก ใบหน้ากลับคืนสู่มาดขรึมและเย็นชาในสามวินาทีอย่างน่าทึ่ง ทว่าใบหูที่ยังคงแดงแจ๋กลับทรยศความนิ่งขรึมนั้นอย่างสิ้นเชิง เขากระแอมเบาๆ เพื่อปรับเสียงให้เป็นปกติ ก่อนจะหันมามองรวินท์ที่นั่งอมยิ้มขำอยู่บนเก้าอี้
"คุณ... นั่งรออยู่ตรงนี้ ห้ามเดินไปไหนเด็ดขาด เดี๋ยวผมกลับมาจัดการแผลให้ต่อ" ธามันสั่งด้วยน้ำเสียงเข้มแกมดุ แล้วหมุนตัวเดินจ้ำอ้าวตรงไปที่ประตูด้วยความรีบร้อนผิดวิสัย
รวินท์มองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินลับหายออกไป พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ รอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ
ทว่า... ในวินาทีที่ธามันเปิดประตูกว้างเพื่อออกไปเผชิญหน้ากับโลกภายนอก รอยยิ้มบนใบหน้าของรวินท์ก็ต้องแข็งค้าง เมื่อร่างของบุคคลที่สามก้าวสวนเข้ามาในห้องทำงาน พร้อมกับรอยยิ้มทักทายที่ทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันตาเห็น
"สวัสดีครับคุณธามัน... เอ๊ะ หรือว่าผมมาขัดจังหวะอะไรสำคัญรึเปล่าครับเนี่ย?"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทนี้ด้วยกัน ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะครับ ขอบคุณมากๆ ครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 18
ความกลัวที่ซ่อนอยู่ในความนิ่ง
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!