เสียงปรบมือระลอกใหญ่ยังไม่ทันจางหายจากโถงนิทรรศการชั้นบน ความวุ่นวายระลอกใหม่ก็โถมเข้าใส่ราวกับคลื่นใต้น้ำที่ซัดสาดอย่างไร้สัญญาณเตือน
"ระวังครับ!"
เสียงตะโกนทุ้มต่ำที่หลุดลอดออกมาจากลำคอของธามันไม่ได้มาพร้อมความนุ่มนวล แต่มันคือสัญชาตญาณดิบที่เร็วกว่าความคิด โครงเหล็กไฟสปอตไลต์ดวงใหญ่ที่ทีมงานติดตั้งไว้เร่งรีบเมื่อช่วงบ่าย เกิดน็อตหลุดร่วงลงมาจากความสูงเกือบห้าเมตร ตรงดิ่งลงมายังจุดที่รวินท์กำลังยืนอธิบายรายละเอียดของภาพวาดชุด 'ปลายพู่กันซ่อนพยศ' ให้กับแขกวีไอพีฟัง
รวินท์ยังไม่ทันได้เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงเตือน แขนแกร่งของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาและปากร้ายที่สุดในสามโลกก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของเขาไว้ด้วยแรงมหาศาล แรงกระชากนั้นทำให้ร่างทั้งร่างล้มกลิ้งหลบพ้นรัศมีเหล็กมรณะไปได้หวุดหวิด เสียงโลหะกระแทกพื้นกระเบื้องดังสนั่นหวั่นไหว เศษฝุ่นและสะเก็ดสีปลิวว่อนคละคลุ้ง
ทว่า... ความปลอดภัยไม่ได้แลกมาด้วยความไร้รอยขีดข่วน
รวินท์ลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองนอนทับอยู่บนแผงอกกว้างของธามัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้าที่ข้างแก้ม กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นอายความตื่นตระหนกทำให้สมองของศิลปินหนุ่มอื้ออึงไปชั่วขณะ แต่ความเจ็บแปล๊บที่ข้อศอกซ้ายและหัวเข่ากลับเรียกสติให้กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว
"คุณ... เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?" รวินท์ถามเสียงสั่น แม้ปากจะเก่งแค่ไหน แต่เหตุการณ์เฉียดตายเมื่อครู่ก็ทำเอาหัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
ธามันไม่ตอบในทันที ชายหนุ่มกัดกรามแน่น ขมวดคิ้วมุ่นจนรอยย่นระหว่างคิ้วแทบผูกเป็นปม ดวงตาคมกริบกวาดสำรวจร่างเพิ่งรอดตายใต้ร่างของตนอย่างรวดเร็ว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รอยถลอกสีแดงสดบริเวณข้อศอกของรวินท์ที่มีหยดเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
"ปากดีนัก ทำไมเวลาซวยถึงไม่รู้จักหลบให้เร็วกว่านี้เล่า" น้ำเสียงที่ลอดไรฟันออกมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดเจือความเกรี้ยวกราด แต่ดวงตาคู่นั้นกลับสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้อย่างมิดชิด "ถ้ามันหล่นลงมาโดนหัวคุณจริงๆ คิดว่าผมต้องมานั่งเช็ดน้ำตาให้ภาพวาดพวกนี้หรือไง"
"นี่! คนเขานอนเจ็บอยู่นะครับคุณธามัน แทนที่จะพูดจาดีๆ สักคำ" รวินท์นิหน้าด้วยความเจ็บแปล๊บที่หัวเข่า พยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่แรงขยับเพียงนิดเดียวก็ทำให้เขาต้องสูดปากเข้าลึกๆ
"อยู่นิ่งๆ สิครับ!" ธามันตวาดเสียงเข้ม มือหนารั้งเอวบางไว้แน่นไม่ยอมให้ขยับ "บอกให้นิ่งไง ขาเจ็บไม่ใช่หรือไง จะดิ้นทำไมให้แผลมันฉีกเล่า"
"ก็คุณกดผมไว้ซะแน่นขนาดนี้ หายใจไม่ออกแล้วมั้งครับ ท่านประธาน" รวินท์สวนกลับทันควัน แม้ใบหน้าจะเริ่มขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายที่ต้องแนบชิดกันต่อหน้าผู้คนนับสิบที่ยืนอ้าปากค้างมองเหตุการณ์อยู่รอบด้าน เคมีที่พุ่งปะทะกันกลางวงอุบัติเหตุทำเอาบรรยากาศรอบตัวเหมือนมีประกายไฟแลบแปล๊บ
ทีมงานและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกรูกันเข้ามาทันที เสียงเอะอะโวยวายดังเซ็งแซ่
"คุณธามัน! คุณรวินท์! เป็นอะไรมากไหมครับ ให้ผมตามแพทย์สนามเลยไหมครับ" ผู้จัดการแกลเลอรีหน้าซีดเผือด วิ่งหน้าตื่นเข้ามาพร้อมกับกล่องปฐมพยาบาล
"ไม่ต้องเรียกหมอ แค่คุณจัดการตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมดในแกลเลอรีใหม่ให้ละเอียด แล้วรายงานผมภายในหนึ่งชั่วโมง ว่าทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นได้ในงานของผม" ธามันสั่งเสียงเฉียบขาด แววตาเยียบเย็นจนผู้จัดการต้องรีบพยักหน้ารับคำสั่งแล้วถอยกรูดออกไปทันที
ธามันค่อยๆ ประคองรวินท์ลุกขึ้นยืนอย่างระมัดระวัง แม้ท่าทางจะดูแข็งกระด้างและปากยังบ่นงึมงำไม่หยุด แต่สัมผัสที่ประคองตรงข้อศอกและแผ่นหลังนั้นกลับทะนุถนอมราวกับรวินท์เป็นแก้วตาดวงใจ
"เจ็บมากไหม" น้ำเสียงที่เอ่ยถามเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย เจือความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามดึงฟอร์มขรึมกลบเกลื่อน
รวินท์เหลือบมองคนปากแข็งที่ยืนหน้าบึ้งตู้doesอยู่ใกล้ๆ แววตาดื้อรั้นฉายประกายพราวระยับ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างนึกสนุก แม้เนื้อตัวจะมอมแมมและมีรอยแผลถลอกก็ตาม
"ถ้าบอกว่าเจ็บมากจนเดินเองไม่ไหว คุณจะอุ้มผมไปส่งถึงรถไหมล่ะครับ... คุณท่านประธาน"
ธามันชะงักไปนิด ดวงตาคมตวัดมองรอยยิ้มกวนประสาทนั้นทันที ก่อนจะแค่น "หึ" ออกมาในลำคอ
"อย่ามาสำออยครับ รวินท์ คุณไม่ใช่เด็กๆ แล้วนะ" ธามันปากแข็งสวนกลับทันที ทว่า...
พรึบ!
ร่างสูงใหญ่กลับย่อตัวลงแล้วช้อนอุ้มรวินท์ขึ้นแนบอกในท่าอุ้มเจ้าสาวอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้ตั้งตัว รวินท์อุทานออกมาเบาๆ ด้วยความตกใจ มือเรียวรีบคว้าต้นแขนแกร่งไว้โดยอัตโนมัติเพื่อกันไม่ให้ร่วงลงไป
"เฮ้ย! ทำอะไรเนี่ย ปล่อยผมลงนะ คนมองกันเต็มแกลเลอรีแล้ว!" รวินท์โวยวาย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดจนลามไปถึงใบหู หัวใจเต้นโครมครามยิ่งกว่าตอนหลบเหล็กตกใส่เสียอีก
"ก็บอกเองไม่ใช่หรือไงว่าเดินไม่ไหว" ธามันเชิดหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองคนในอ้อมแขนด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่หูสองข้างกลับแดงก่ำอย่างปิดไม่มิด "เงียบแล้วอยู่นิ่งๆ เถอะน่า ผมรำคาญเสียงบ่น"
รวินท์เม้มปากแน่น ซ่อนรอยยิ้มกว้างที่กำลังระบายอยู่บนใบหน้าเอาไว้ไม่อยู่ ปลายพู่กันที่เคยตวัดวาดลวดลายดุดันบนผืนผ้าใบ ตอนนี้กลับรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังถูกแต้มสีด้วยความรู้สึกอบอุ่นแปลกประหลาด
ธามันอุ้มรวินท์เดินฝ่าฝูงชนและนักข่าวที่พยายามกดชัตเตอร์รัวๆ ออกไปยังห้องรับรองพิเศษด้านหลังแกลเลอรี บรรยากาศเงียบสงบขึ้นทันทีเมื่อประตูบานใหญ่ปิดลง เหลือเพียงเข2คน
ชายร่างสูงวางคนเจ็บลงบนโซฟาหนังนุ่มอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะหยิบสำลีและแอลกอฮอล์จากกล่องปฐมพยาบาลมานั่งคุกเข่าลงตรงหน้าเพื่อทำแผลให้ด้วยตัวเอง รวินท์นั่งมองการกระทำอันขัดกับคำพูดเหล่านั้นเงียบๆ ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวลึกซึ้งขึ้นในใจทีละน้อย
"คราวหลัง..." ธามันเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบโดยไม่เงยหน้ามอง ขณะกำลังบรรจงทายาที่แผลถลอกให้ "ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้อีก จำใส่สมองไว้ด้วยว่าต้องวิ่งหนีให้เร็วกว่านี้ อย่ามัวแต่ยืนเก๊กเท่ให้คนอื่นมอง เข้าใจไหม"
รวินท์ยิ้มบางๆ ดวงตาคู่สวยมองเสี้ยวหน้าของคนปากร้ายที่กำลังตั้งอกตั้งใจทำแผลให้ด้วยความใส่ใจ
"เป็นห่วงผมก็พูดมาตรงๆ เถอะครับ ไม่เห็นต้องปากแข็งเลย"
มือหนาที่กำลังถือสำลีชะงักกึกทันที ธามันเงยหน้าขึ้นสบตากับรวินท์ ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้ใกล้ชิดเสียจนลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่บนผิวแก้ม แววตาของคนตัวโตไหววับคล้ายกำลังซ่อนความรู้สึกมากมายที่เอ่อล้นจนเกินจะกักเก็บ
"ผมไม่ได้..." ธามันอ้าปากจะเถียง แต่คำพูดทั้งหมดกลับถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อรวินท์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ แล้วกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างริมหูด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
"ปากแข็งแบบนี้ ระวังผมจะใช้พู่กันวาดรูปปากคุณให้พูดคำอื่นนอกจากคำว่าซึมใส่ผมไม่ได้นะครับ"
หัวใจของธามันกระตุกวูบ สติที่มีอยู่กระเจิงหายไปในพริบตา ขณะที่กำลังจะอ้าปากโต้กลับด้วยมาตร ผู้บริหารมาดนิ่ง เสียงเคาะประตูดัง ก๊อกๆ สามครั้งก็ขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน
"คุณธามันครับ... มีแขกคนสำคัญมาขอพบครับ เขาบอกว่าเป็น..."
เสียงรายงานจากเลขานุการหน้าห้องยังไม่ทันจบดี ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของผู้มาเยือนหน้าใหม่ที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ
ธามันชะงัก รวินท์หันไปมองตามเสียง และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง สีหน้าของทั้งคู่ก็เปลี่ยนสีไปพร้อมกัน
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 17
เหตุการณ์ไม่คาดฝันกลางแกลเลอรี
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!