เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 16

ปากแข็งใจอ่อน

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าวันนั้นคุณไม่เดินเข้ามาวุ่นวายกับพู่กันของผม ชีวิตคุณคงสงบสุขกว่านี้เยอะ ธามัน" น้ำเสียงของรวินท์ราบเรียบ ทว่าทุกพยางค์ที่หลุดจากริมฝีปากบางเฉียบกลับคมกริบราวกับใบมีดที่กรีดลงบนความเงียบงันภายในห้องสตูดิโอส่วนตัว แสงไฟนีออนสีส้มอมเหลืองจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบกรอบหน้าคมคายของอีกฝ่าย ทอดเงายาวทับซ้อนกับผืนผ้าใบที่ยังวาดไม่เสร็จ ธามันยืนกอดอกนิ่งสนิท ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไม่ได้มองผืนผ้าใบตรงหน้า แต่มันกำลังจดจ้องร่างโปร่งที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้สตูลอย่างไม่วางตา สันกรามของท่านประธานมูลนิธิศิลปะขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน บรรยากาศรอบตัวคุกรุ่นด้วยความอึดอัดที่สั่งสมมาตั้งแต่ช่วงเย็น เหตุผลเดียวที่ทำให้ผู้ชายมาดนิ่ง เย็นชา และถือตัวอย่างธามัน ยอมลดตัวมานั่งรอคนปากเก่งอย่างรวินท์ถึงดึกดื่นแบบนี้... ไม่ใช่เรื่องงาน ไม่ใช่เรื่องงบประมาณสนับสนุนมูลนิธิ แต่เป็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของ "กรณ์" รุ่นพี่ร่วมสายงานคนนั้นต่างหาก—คนที่เพิ่งจะเอื้อมมือมาแตะไหล่รวินท์ด้วยความสนิทสนมเกินงามต่อหน้าต่อตาเขาในงานนิทรรศการศิลปะเมื่อสองชั่วโมงก่อน "พูดจบหรือยังครับ คุณรวินท์" ธามันเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก "ถ้าพะวงกับคำว่า 'สงบสุข' นัก ทําไมไม่ไปนั่งวาดรูปให้ไอ้รุ่นพี่กรณ์ของคุณดูที่สตูดิโอส่วนตัวของมันซะเลยล่ะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาอยู่ร่วมห้องกับผมให้มันรกหูรกตา" รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นความรู้สึกประหลาดที่ตีรวนขึ้นมาในอกเมื่อได้ยินประโยคประชดประชันนั้น ปากแข็งชะมัด... ทั้งที่หึงจนหูอูบแต่กลับพ่นคำพูดพาลหาเรื่องออกมาได้หน้าตาเฉย "อ๋อ..." รวินท์ลากเสียงยาว มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นนิดๆ อย่างกวนประสาท "หึงเหรอครับ?" คำถามตรงประเด็นราวกับลูกศรที่พุ่งปักเข้ากลางเป้า ทำให้ธามันชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบวูบไหวด้วยความตกใจก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิม ร่างสูงขยับตัวเข้าใกล้โต๊ะทำงานมากขึ้น ลมหายใจอุ่นร้อนเจือความหงุดหงิดพ่นออกมาทางจมูก "หึง? คุณเอาสมองส่วนไหนคิด รวินท์ ผมเป็นผู้บริหารมูลนิธิ มีหน้าที่ต้องควบคุมความประพฤติและภาพลักษณ์ของศิลปินในสังกัด ไม่ได้ว่างมานั่งเล่นเกมหึงหวงไร้สาระแบบที่คุณกำลังเพ้อเจ้อ" ธามันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงเข้มจัดพยายามกลบเกลื่อนความร้อนรุ่มที่กำลังแผดเผาหัวใจตัวเอง "ถ้าไม่ได้หึง แล้วทำไมต้องทำหน้าเหมือนยักษ์กินตับตั้งแต่ตอนอยู่ในงาน จนถึงตอนนี้?" รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปประชิดร่างหนาที่สูงกว่าไม่กี่เซนติเมตร ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ทำไมต้องเดินกระแทกส้นเท้าใส่ผมตอนขับรถกลับ? ทำไมต้องคอยแขวะเรื่องที่ผมคุยกับพี่กรณ์ ทั้งที่เขาก็แค่รุ่นพี่ที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียน?" ธามันชะงัก ลมหายใจของชายหนุ่มสะดุดไปครู่หนึ่งเมื่อกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ประจำตัวของรวินท์ลอยเข้ามาแตะจมูก ระยะห่างระหว่างกันในตอนนี้มันใกล้เกินไป ใกล้จนทำให้หัวใจที่มักจะเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอของเขากลับรัวระรัวอย่างไร้เหตุผล มือหนาเผลอกำเข้าหากันแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด สายตาที่เคยมองกราดอย่างเย่อหยิ่งตอนนี้กลับหลบเลี่ยงไปมองทางอื่นชั่วขณะอย่างคนจนมุม "ผมไม่ได้แขวะ... ผมแค่พูดความจริง" ธามันเสียงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว แต่ก็ยังดึงดันที่จะรักษาฟอร์ม "พี่กรณ์ของคุณดูท่าทางสนใจคุณมากกว่าเรื่องงานศิลปะซะอีก ถ้าสายตาคมๆ ของมันกินคุณได้ มันคงกลืนคุณเข้าไปทั้งตัวตั้งแต่ตอนยืนคุยกันตรงซุ้มดอกไม้แล้วมั้ง" รวินท์ถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความหึงหวงแบบเด็กๆ ที่ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยมาดผู้บริหารฟอร์มจัดคนนี้ มือเรียวยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อเชิ้ตของธามันอย่างถือวิสาสะ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ร่างสูงเกร็งขึ้นทันทีโดยอัตโนมัติ "หึงก็บอกว่าหึงสครับ ธามัน..." รวินท์กระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงทุ้มนุ่มเจือแววเย้าแหย่ "ปากแข็งแบบนี้ ระวังหัวใจตัวเองจะพังก่อนที่ผมจะวาดรูปคุณเสร็จนะครับ" ธามันก้มมองมือเรียวที่กำลังจัดปกเสื้อให้ตนเอง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นมาสบกับดวงตาพราวระยับของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า ความอดทนเส้นสุดท้ายที่ขึงตึงไว้ตลอดทั้งคืนขาดผึ่งลงตรงนั้น มือหนาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของรวินท์ทันทีโดยไม่ให้ตั้งตัว แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างโปร่งปลิวปะทะเข้ากับแผ่นอกกว้างอย่างจัง ลมหายใจของทั้งคู่ปะปนกันในระยะประชิด ความอบอุ่นจากร่างกายที่แนบชิดกันทำให้สตูดิโอที่เคยเงียบงันกลับร้อนระอุขึ้นมาทันตาเห็น "คิดว่าตัวเองเก่งมากสินะ รวินท์" ธามันก้มหน้าลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นอายความหึงหวงระAคนด้วยความคลั่งรักพวยพุ่งออกมาจากน้ำเสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อย "ใช่... ผมหึง หึงจนแทบคลั่งเวลาเห็นสายตาไอ้เวรนั่นมองคุณ หึงจนอยากจะซัดหน้ามันให้ร่วงลงไปกองกับพื้นตั้งแต่ในงานแล้วด้วยซ้ำ... พอใจคุณหรือยัง?" คำสารภาพที่พรั่งพรูออกมาแบบไม่มีกั๊กทำเอารวินท์เบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่ากลองชุด ความซึนที่เคยเกราะกุมตัวอีกฝ่ายพังทลายลงไม่เป็นท่า เหลือเพียงแววตาเว้าวอนเจือความหวงแหนที่ปิดไม่มิด รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจพองโตจนแทบจะทะลักออกมานอกอก แต่ทว่า... ก่อนที่เขาจะได้เอื้อนเอ่ยประโยคแซวกลับเพื่อแก้เขิน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ดังแกรก ก่อนที่บานประตูสตูดิโอจะถูกผลักเปิดออกโดยฝีมือของบุคคลที่สามที่ไม่ควรจะมาอยู่ในที่นี่เวลานี้ "คุณธามันครับ! เกิดเรื่องใหญ่ที่มูลนิธิแล้วครับ ภาพเขียนชุดประวัติศาสตร์ที่เตรียมจัดแสดงสัปดาห์หน้า ถูก..." เสียงของเลขาหนุ่มที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาหยุดชะงักกึกทันที เมื่อสายตากวาดมาเห็นภาพท่านผู้บริหารคนนิยมนิ่งขรึม กำลังโอบกอดรัดร่างของศิลปินหนุ่มชื่อดังไว้แนบชิด ชนิดที่เรียกว่าแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกันอยู่กลางห้องสตูดิโอ ธามันสบถออกมาเบาๆ ในลำคออย่างหัวเสีย ดวงตาคมกริบตวัดกลับไปมองผู้มาใหม่ด้วยแววตาพิฆาต ขณะที่รวินท์รีบดันอกอีกฝ่ายออกแล้วเบือนหน้าหนีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำลามไปถึงใบหู -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — จอมยุทธ์เสื้อแพร
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%