"คุณรวินท์คะ! แกลเลอรีโทรมาแจ้งว่าภาพวาดเซ็ตใหม่มีปัญหา—!"
เสียงร้อนรนของพนักงานสาวดังทะลุประตูห้องทำงานเข้ามา ก่อนที่ร่างของเธอจะหยุดชะงักกึก เมื่อเห็นว่ารวินท์ไม่ได้อยู่เพียงลำพัง
บนโต๊ะทำงานไม้สักตัวยาว รวินท์กำลังใช้ปลายพู่กันเรียวเล็กเกลี่ยสีอะคริลิกบนผืนผ้าใบด้วยความตั้งใจ ดวงตาคมกริบกวาดมองรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะเงยขึ้นสบตากับผู้มาเยือนด้วยท่าทีนิ่งสงบผิดคาด ต่างจากความตื่นตระหนกในน้ำเสียงของอีกฝ่ายลิบลับ
"มีปัญหาอะไรครับ น้ำหวาน สีลอก หรือว่าจัดส่งผิดที่" รวินท์ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับฉายแววไหววับอย่างคนรู้เท่าทันโลก
"ไม่ใช่เรื่องสีค่ะ..." น้ำหวานกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เหลือบสายตาไปทางชายหนุ่มอีกคนที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีเข้มมุมห้อง "คือว่า... ลูกค้ารายใหญ่จากต่างประเทศที่จองซื้อภาพเซ็ต 'The Echo of Silence' ทั้งหมด เขายกเลิกสัญญากะทันหันครับ... เอ้ย ค่ะ!"
รวินท์เลิกคิ้วเล็กน้อย วางพู่กันลงบนแท่นวางอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นที่มุมปากอย่างนึกขัน "ยกเลิกกะทันหัน? ทั้งที่เซ็นสัญญาและโอนมัดจำมาแล้วเนี่ยนะ เหตุผลคืออะไร หรือว่าศิลปินคนนี้หน้าตาไม่ถูกโฉลกกับฮวงจุ้ยห้องนั่งเล่นของเขา"
"เขาบอกแค่ว่า... แนว 10 ภาพนี้มีความสุ่มเสี่ยงต่อการกระตุ้นความรู้สึกดาร์กเกินไปในช่วงเทศกาลการกุศลของมูลนิธิ... เอ่อ" น้ำหวานอึกอัก พลางเหลือบมอง "ท่านประธาน" ที่นั่งหน้าตึงเป็นรูปปั้นหินอยู่เงียบๆ
ในห้องนั้น... ธามัน ผู้บริหารมูลนิธิศิลปะผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเนี๊ยบและวาจาร้ายกาจ นั่งกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมคายไร้รอยยิ้ม ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตา (หรือบางครั้งก็ถอดออกเพื่อกดดันคน) หรี่มองหน้าจอแท็บเล็ตในมือราวกับมันกำลังจะระเบิด
"มูลนิธิผมเหรอที่มีปัญหากับภาพพวกนั้น" ธามันเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงทันที "ผมเป็นคนอนุมัติจัดแสดงเอง ทำไมผมถึงไม่รู้เรื่องการยกเลิกนี่"
"ก็... ก็ทางผู้ซื้อระดับวีไอพีเขาติดต่อผ่านฝ่ายประสานงานต่างประเทศโดยตรงค่ะท่านประธาน เขากลัวว่าถ้าจัดแสดงภาพเซ็ตนี้ อาจจะกระทบกับภาพลักษณ์ของงานกาลาที่จะถึง..." น้ำหวานละล่ำละลักตอบด้วยความเกร็ง
รวินท์หัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูรื่นหูแต่มันกวนประสาทคนฟังได้ดีเยี่ยม ศิลปินหนุ่มยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานก่อนจะทิ้งสะโพกพิงขอบโต๊ะ เอามอดกอดอกมองชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในวงการศิลปะตอนนี้ด้วยแววตาท้าทาย
"ภาพเซ็ตนี้ผมใช้เวลาวาดเกือบครึ่งปี กลั่นกรองมาจากความรู้สึกดิบๆ ในเซฟโซนของผมเองคุณธามัน..." รวินท์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ "พอมีปัญหาปุ๊บ คนของมูลนิธิคุณก็วิ่งวุ่นปั๊บ นึกว่าคุณจะใจกว้างกว่านี้เสียอีก ที่แท้ก็กลัวเสียหน้าเพราะภาพวาดของผมมัน 'ดาร์ก' เกินรสนิยมไฮโซพวกนั้นสินะครับ"
ธามันวางแท็บเล็ตในมือลงบนโต๊ะกระจกเสียงดังปัง! ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มส่วนสูง ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปก้าวเข้ามาประชิดตัวรวินท์อย่างรวดเร็ว จนคนปากเก่งต้องเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว แต่ทิฐิก็ยังทำให้ต้องเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
"ระวังคำพูดของคุณหน่อย รวินท์" ธามันกัดฟันกรวด น้ำเสียงดุดันแต่แฝงความร้อนรนบางอย่างที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ "ผมยังไม่ได้พูดสักคำว่าภาพของคุณมีปัญหา คนที่ยกเลิกคือพวกหัวโบราณที่มองศิลปะไม่ออกต่างหาก และอีกอย่าง..."
ธามันก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกับสันจมูกของคนตรงหน้า รวินท์สัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นที่เจือกลิ่นกาแฟจางๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ แต่ริมฝีปากยังคงต่อล้อต่อเถียงอย่างไม่ยอมแพ้
"ถ้าไม่ได้มีปัญหา แล้วทำไมคุณต้องทำหน้ายักษ์ใส่ผมตั้งแต่เดินเข้าห้องมาล่ะครับ หรือว่ากลัวผมจะอาละวาดเผาแกลเลอรีคุณทิ้ง"
"ผมไม่ได้กลัวคุณอาละวาด..." ธามันกระซิบเสียงลอดไรฟัน ดวงตาคู่คมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น "ผมแค่รำคาญ... ที่คุณชอบคิดแทนผมไปเสียหมด"
น้ำหวานที่ยืนเป็นก้างชิ้นใหญ่พยายามทำตัวให้ลีบเล็กที่สุด หล่อนกระแอมเบาๆ เพื่อเตือนสติเจ้านายหนุ่มและศิลปินตัวแสบ "เอ่อ... งั้นเძือน... ดิฉันขอตัวไปเคลียร์กับทางฝ่ายประสานงานก่อนนะคะ เชิญพวกท่าน... เคลียร์กันตามสบายค่ะ!" พูดจบร่างบางก็รีบพุ่งพรวดออกจากห้องแล้วปิดประตูเสียงดังคลิกทันที
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานกว้างอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ กับสายตาสองคู่ที่กำลังฟาดฟันกันด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าคำว่า "เจ้านายกับศิลปิน" จะอธิบายได้
รวินท์เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม มือเรียวยกขึ้นจัดคอเสื้อตัวเองแก้เก้อ "ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เชิญคุณกลับไปบริหารมูลนิธิของคุณเถอะครับ ภาพเซ็ตนี้ผมเก็บกลับมาดูแลเองได้ ไม่เดือดร้อนเงินทุนจากคุณหรอก"
"ใครบอกว่าผมจะให้คุณเก็บกลับ" ธามันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มเปลี่ยนเป็นความดุดันแกมบังคับ "ผมไม่ได้มาที่นี่เพื่อจะบอกว่าภาพคุณขายไม่ได้... แต่ผมมาเพื่อบอกว่า ผมเหมาหมดแล้ว"
รวินท์ชะงัก หันขวับกลับมามองอีกฝ่ายด้วยความตกใจ "คุณว่าอะไรนะ?"
ธามันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นของคนตรงหน้า ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างเซ็งๆ แต่แววตาที่มองรวินท์กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่หนักอึ้งและอ่อนโยนจนน่าประหลาด
"ผมสั่งให้เลขาเคลียร์คิวและกว้านซื้อภาพเซ็ต 'The Echo of Silence' ทั้งหมดเข้าคอลเลกชันส่วนตัวของผมเองตั้งแต่วินาทีแรกที่ได้ยินข่าวลือเรื่องการยกเลิก" ธามันยอมรับเสียงเรียบ ก้าวเข้าไปใกล้รวินท์อีกก้าว จนแผ่นหลังของศิลปินหนุ่มชนเข้ากับชั้นวางหนังสือด้านหลังโดยไม่มีทางหนี "คุณคิดจริงๆ เหรอว่าผมจะยอมให้งานที่คุณทุ่มเทเทหยาดเหงื่อแรงกายลงไป ต้องไปแขวนประจานในงานกาล่าบ้าบออะไรนั่นให้พวกปากหอยปากปูมาวิจารณ์"
รวินท์เบิกตากว้าง หัวใจกระหน่ำเต้นรัวยิ่งกว่าตอนเจอปัญหาแกลเลอรีเสียอีก "คุณ... คุณซื้อหมดนี่เพราะอะไร สงสารผมรึไง หรือว่ากลัวเสียชื่อเสียงมูลนิธิ"
"ผมไม่เคยใจดีกับใครอย่างไร้เหตุผล รวินท์" ธามันเอื้อมมือมาแตะขอบโต๊ะกักตัวรวินท์ไว้ในวงแขน สายตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าเนียนที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด "ภาพพวกนั้น... มันคือเซฟโซนที่คุณวาดขึ้นมาเพื่อเยียวยาตัวเอง และผม... ก็แค่อยากเป็นคนเดียวที่ได้ครอบครองเซฟโซนนั้น ไว้ดูคนเดียวในห้องนอนส่วนตัวของผม"
คำพูดหน้าตาเฉยแต่ความหมายทำเอาคนฟังถึงกับพูดไม่ออก รวินท์อ้าปากพะงาบๆ สมองขาวโพลน คำคมคายที่เตรียมไว้ใช้เถียงหายเกลี้ยงไปหมด
"คุณ... คุณมัน..."
"ปากเก่งนักนะ" ธามันหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดู ปลายนิ้วเรียวแกร่งเอื้อมออกไปเกลี่ยปอยผมที่ตกลงมาปรกแก้มใสของรวินท์แผ่วเบา สัมผัสที่อบอุ่นและทะนุถนอมทำเอาคนพยศตัวแข็งทื่อ "แล้วก็... เลิกทำหน้าเหมือนผมจะกินคุณสักที ผมมีของอย่างอื่นจะให้ด้วย"
ธามันผละออกไปหยิบถุงกระดาษแบรนด์อุปกรณ์ศิลปะชื่อดังที่วางทิ้งไว้บนโซฟาตั้งแต่มารับ เขายื่นมันมาตรงหน้ารวินท์
รวินท์ก้มมองถุงกระดาษใบนั้นด้วยความงุนงง ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองหน้าผู้บริหารหนุ่ม "อะไรอีกเนี่ย... อย่าบอกนะว่าขนพู่กันทองคำมาประเคนให้ผมอีกคน"
"เปิดดูเองสิครับ" ธามันเลิกคิ้วท้าทาย
รวินท์รับถุงกระดาษมาด้วยความลังเล มือเรียวควานหาของข้างในแล้วหยิบกล่องไม้สนขัดมันขนาดกลางออกมา เมื่อเปิดฝากล่องออก ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนตื่นเต้น
ข้างในนั้นคือชุดสีน้ำเกรดพรีเมียมรุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นที่นำเข้าจากยุโรป ซึ่งรวินท์เคยบ่นอุบอิบให้ฟังในบทสนทนาธรรมดาๆ เมื่อสัปดาห์ก่อนว่ามันหายากและแพงหูฉี่จนไม่กล้าซื้อ พร้อมด้วยพู่กันขนแปรงวิจิตรอีกหลายด้ามที่เจ้าตัวเคยหยิบจับดูแล้ววางลงด้วยความเสียดาย
"นี่มัน... ชุดสีที่คุณ..." รวินท์เงยหน้าขึ้นมองธามัน เม้มริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าวอย่างไม่น่าเชื่อ "คุณจำได้ด้วยเหรอว่าผมบ่นอะไรไปบ้าง"
"ผมไม่ใช่คนความจำสั้น รวินท์" ธามันตอบเสียงนุ่ม แววตาดุๆ เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอบอุ่นลึกล้ำจนคนมองแทบละลาย "และผมก็เกลียดเวลาเห็นคุณอยากได้อะไรแล้วต้องทำหน้าเสียดายแบบนั้น... ของขวัญชิ้นนี้ ไม่มีกล่องห่อสวยงาม ไม่มีริบบิ้นผูก เพราะผมตั้งใจซื้อมันให้คุณ... ไม่ใช่ในฐานะเจ้านายกับศิลปิน"
รวินท์กลืนก้อนสะอื้นลงคอ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความซึนเดระที่ห่อหุ้มตัวตนของธามันมักจะมีช่องโหว่ให้ความคลั่งรักพรั่งพรูออกมาแบบนี้เสมอ และมันก็ทำให้เขาแพ้ราบคาบทุกครั้ง
"คุณนี่มัน... ร้ายกาจชะมัด" รวินท์พึมพำเสียงเบา หลบสายตาคมคายที่มองมาอย่างมีความหมาย
ธามันโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กระซิบข้างหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนชวนสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ
"ถ้าคิดว่าผมร้ายกาจ... ลองตอบตกลงไปกินข้าวกับผมสักมื้อสิครับ แล้วคุณจะรู้ว่าคำว่าคลั่งรักของคนปากร้าย มันเป็นยังไง"
รวินท์เงยหน้าขึ้นสบตา เตรียมจะอ้าปากปฏิเสธคำชวนแบบเนียนๆ ตามฟอร์มคนปากแข็ง แต่ทว่า...
*ก๊อกๆๆ!*
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างถือวิสาสะโดยร่างสูงของใครบางคนก้าวเข้ามา
"อ้าว ธามัน อยู่นี่เองเหรอเนี่ย ฉันโทรหาตั้งนานไม่รับสาย..." เสียงทุ้มคุ้นหูเอ่ยทักขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของเพื่อนสนิทตัวดีที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้อง "ตายจริง... ขัดจังหวะอะไรรึเปล่าเนี่ย สองคนนี้หน้าแดงเชียว"
รวินท์สะดุ้งสุดตัว รีบผละถอยห่างจากวงแขนของธามันทันที ใบหน้าหวานแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู ขณะที่ธามันหันขวับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาดุเหี้ยมเกรียมชนิดที่พร้อมจะฆ่าคนได้คั้นแต่วินาทีนั้น
และเมื่อรวินท์หันไปมองหน้าบุคคลที่สามที่ก้าวเข้ามาขัดจังหวะสำคัญ... ลมหายใจของเขาก็ต้องสะดุดกึกเมื่อเห็นใบหน้านั้นชัดเจน
—————————————
*ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" มาโดยตลอดนะครับ*
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 15
ของขวัญที่ไม่มีกล่องใส่
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!