เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 14

สตูดิโอที่กลายเป็นบ้าน

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
เสียงปิดประตูกระแทกดังปังอย่างถือวิสาสะเป็นสัญญาณเตือนว่า แขกผู้ไม่ได้รับเชิญคนนั้นไม่มีความเกรงใจหลงเหลืออยู่เลย รวินท์หุบยิ้มทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยทันควัน ขณะที่ธามันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิดกับการมาเยือนที่ไม่ดูเวล่ำเวลา บรรยากาศรอบกายของประธานมูลนิธิหนุ่มแผ่ไอเย็นเยียบออกมาจนแทบจะกลายเป็นน้ำแข็งในพริบตา "คุณเข้ามาได้ยังไง นภัทร" ธามันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกดดันจนอีกฝ่ายชะงักเท้า ร่างสูงโปรดของแขกผู้มาใหม่ก้าวเข้ามาในอาณาจักรสีขาวแห่งนี้ด้วยท่าทีคุ้นเคยเกินเหตุ นภัทรส่งยิ้มบางเบาที่ไปไม่ถึงดวงตา กวาดสายตามองไปทั่วสตูดิโอที่ตอนนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นสีน้ำมันและกลิ่นกาแฟกรุ่น ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะมาหยุดอยู่ที่รวินท์ ซึ่งกำลังยืนถือพู่กันค้างไว้บนมือ "ผมเคาะประตูแล้วนะฃครับ แต่ไม่มีใครได้ยิน... คงเป็นเพราะข้างในนี้เสียงดังกันเกินไปล่ะมั้ง" นภัทรพูดด้วยน้ำเสียงติดตลก แต่น้ำเสียงและสายตาที่ใช้มองรวินท์กลับเต็มไปด้วยการคุกคามอย่างเปิดเผย "สวัสดีครับคุณรวินท์ ไม่คิดเลยว่าศิลปินชื่อดังจะยอมเปิดสตูดิโอส่วนตัวให้คนนอกเข้ามาคลุกคลีด้วยนานขนาดนี้" รวินท์วางพู่กันลงบนถาดสีอย่างช้า ๆ ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือเกรงใจปรากฏบนใบหน้าสวยคมแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นกอดอก ปรายตามองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเย้ยหยัน "คนนอกเหรอครับ?" รวินท์ทวนคำด้วยน้ำเสียงกวนประสาท "ถ้าพูดถึงคนนอกที่ไร้มารยาท บุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่ดูตาม้าตาเรือ... คุณก็น่าจะเป็นเต็งหนึ่งในนั้นนะฃครับคุณนภัทร" ธามันลอบมองปฏิกิริยาของคนตัวเล็กกว่าแล้วมุมปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย ความหงุดหงิดเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่คาดเดาไม่ได้ เขารู้จักธามันดีว่ารวินท์ไม่ใช่คนที่จะยอมก้มหัวให้ใครง่าย ๆ แต่การได้เห็นอีกฝ่ายยืนหยัดปกป้องพื้นที่ส่วนตัวด้วยวาจาคมกริบแบบนี้ มันกลับทำให้หัวใจที่ด้านชาของเขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาด "รวินท์..." ธามันปรามเสียงต่ำ แต่สายตาที่มองนภัทรกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "คุณมีธุระอะไร ถ้าไม่ใช่เรื่องงานของมูลนิธิ เชิญออกไปครับ" "ผมมาเพราะเรื่องงานนี่แหละครับท่านประธาน" นภัทรยักไหล่ ไม่สะทกสะท้านต่อบรรยากาศมาคุรอบตัว เดินล่วงกระเป๋ากางเกงเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของรวินท์ สายตาไล่สำรวจภาพวาดแคนวาสที่ยังไม่เสร็จดี "โปรเจกต์การกุศลครั้งหน้า ทางบอร์ดบริหารอยากให้คุณรวินท์ไปร่วมงานเปิดตัวที่นิวยอร์กด้วยกัน... ในฐานะศิลปินหลักของโครงการ ผมเลยต้องรีบมาคุยรายละเอียดให้ชัดเจน" รวินท์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปรายตามองภาพวาดของตัวเองที่ถูกนภัทรจ้องมองราวกับจะตีราคา "นิวยอร์ก? น่าสนใจดีนี่ครับ แต่ผมจำได้ว่าในสัญญาไม่ได้บังคับให้ผมต้องบินไปต่างประเทศตามคำสั่งของบอร์ดคนไหน... โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้รับเชิญ" "คุณรวินท์..." นภัทรหรี่ตาลง รอยยิ้มจอมปลอมเริ่มจางหายไป เหลือเพียงความไม่พอใจที่ฉายชัดผ่านแววตา "อย่าเพิ่งเล่นตัวนักเลยครับ คนเราถ้ารู้จักเข้าหาให้ถูกคนอนาคตมันจะไปได้ไกลกว่าการนั่งจมปลักวาดรูปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบ ๆ นี่นะฃครับ" คำพูดเหยียดหยามนั้นทำเอาอุณหภูมิในห้องลดฮวบทันที ธามันก้าวเท้าออกไปเพียงก้าวเดียว ร่างสูงใหญ่ก็เข้าไปยืนคั่นกลางระหว่างนภัทรกับรวินท์ บังร่างบางไว้มิดชิดราวกับจะปกป้อง รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากตัวผู้บริหารหนุ่มจนนภัทรต้องผถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ "ระวังปากของคุณด้วยนภัทร" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่กดต่ำจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "สตูดิโอแห่งนี้ไม่ใช่ที่ที่คุณจะมาพูดจาต่ำทรามใส่ใคร ถ้างานของคุณมันหมดธุระแล้ว ก็ไสหัวออกไปซะ ก่อนที่ผมจะสั่งให้ รปภ. หิ้วปีกคุณออกไปจริง ๆ" นภัทรหน้าเสียไปชั่วขณะ ขบกรามแน่นด้วยความแค้นเคือง แต่เมื่อปะทะเข้ากับแววตาเอาจริงของธามัน เขาก็รู้ดีว่าไม่อาจต่อ A ล้อต่อเถียงอะไรได้มากกว่านี้ในตอนนี้ "ฝากไว้ก่อนเถอะครับ..." นภัทรทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงลอดไรฟัน ก่อนจะสะบัดหน้าเดินกระแทกเท้าออกนอกห้องไปอย่างหัวเสีย เสียงประตูปิดลงตามหลังความวุ่นวาย ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ค่อย ๆ คลี่คลายลง รวินท์ถอนหายใจออกมาเบา ๆ พลางส่ายหัวด้วยความระอาใจ แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปากแซวอะไร ธามันก็หันขวับกลับมามองด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "คุณเจ็บใจไหมที่มันพูดจาแบบนั้น?" ธามันถาม น้ำเสียงเจือความกังวลอย่างปิดไม่มิด รวินท์กะพริบตาปริบ ๆ รู้สึกแปลกใจระคนขบขันกับท่าทีปกป้องออกนอกหน้าของคนปากร้าย เขายกมือขึ้นกอดอก เอียงคอมองอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "ทำไมล่ะครับท่านประธาน กลัวผมจะเสียใจจนหนีออกจากโครงการนี้เหรอ?" รวินท์แกล้งหยอกล้อ น้ำเสียงเจือแววเย้าแหย่ "หรือว่า... เป็นห่วงความรู้สึกผมกันแน่?" ธามันชะงักไป ดวงตาคมไหววูบชั่วขณะก่อนจะรีบซ่อนมันไว้ใต้มาตรึงเครียดตามเคย ชายหนุ่มเบือนหน้าหนีไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาพราวระยับคู่นั้น "ใครเป็นห่วงคุณ อย่าหลงตัวเองน่ารวินท์" ธามันสวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดตามสไตล์คนซึน "ผมแค่รำคาญไอ้นภัทรมัน มันชอบทำตัวน่ารำคาญแบบนี้เสมอ" รวินท์หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะนุ่มทุ้มกังวานไปทั่วห้องที่เงียบสงบ เขารู้ทันคนตรงหน้าทุกก้าว ท่าทีเก๊กขรึมและคำพูดปฏิเสธเสียงแข็งพวกนั้น ไม่ได้ช่วยปกปิดความใส่ใจที่เอ่อล้นออกมาทางแววตาและท่าทางเมื่อครู่ได้เลยแม้แต่น้อย "ปากแข็งเสียจริงนะฃครับคุณธามัน" รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้ผู้บริหารหนุ่มทีละน้อย จนระยะห่างระหว่างเขาทั้งสองลดลงเรื่อย ๆ กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกับกลิ่นกาแฟจาง ๆ ลอยเข้าแตะจมูก "ทั้ง ๆ ที่เมื่อกี้... คุณเกือบจะกระโจนเข้าไปต่อยหน้าเขาอยู่แล้วเชียว" ธามันนิ่งงันเมื่อคนตัวเล็กขยับเข้ามาประชิด ร่างสูงถอยหลังไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือสีขาว พื้นที่ในห้องสตูดิโอที่กว้างขวาง ดูเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อรวินท์หยุดยืนอยู่ตรงหน้า ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นกะทันหันทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากความตึงเครียดของเหตุการณ์เมื่อครู่ กลับถูกแทนที่ด้วยความร้อนรุ่มแปลกประหลาดที่ไต่ระดับขึ้นมาในอก ธามันก้มมองคนตัวเล็กที่เงยหน้าขึ้นสบตา เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคู่คมคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย และบางสิ่งที่ทำเอาหัวใจคนฟอร์มจัดเต้นผิดจังหวะ "ถอยไปรวินท์..." ธามันกระซิบเสียงแหบพร่า พยายามรักษามาดนิ่งขรึมเอาไว้สุดชีวิต แต่มือหนากลับเผลอยกขึ้นวางไว้บนขอบชั้นหนังสือเพื่อกักตัวอีกฝ่ายไว้โดยไม่รู้ตัว "ไม่ถอยครับ" รวินท์ตอบหน้าตาเฉย รอยยิ้มร้ายกาจปรากฏบนริมฝีปากบาง "ในเมื่อคุณบอกว่าสตูดิโอของผมมันแคบ และผมก็นั่งจมปลักอยู่ที่นี่... งั้นท่านประธานผู้ทรงเกียรติ ช่วยอยู่เป็นเพื่อนคนจมปลักคนนี้แก้เบื่อหน่อยสิครับ" ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกันนิ่ง ท่ามกลางความเงียบงันที่เต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกพรั่งพรู ความใกล้ชิดทำให้ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกัน รวินท์ไม่ได้ถอยหนี แถมยังขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายจมูกแทบจะชนกัน ธามันหลุบตาลงมองเรียวปากอิ่มที่ขยับพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด ความอดทนที่สะสมมานานนับสัปดาห์เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรง ความรู้สึกหวงแหนและคลั่งรักที่ซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเย็นชา กำลังจะพังทลายลงด้วยลูกตื๊อและสายตาแพรวพราวของศิลปินหนุ่มตรงหน้า "รวินท์... คุณกำลังเล่นกับไฟนะ" ธามันเตือนเสียงกระซิบพร่า "ผมไม่ได้เล่นไฟสักหน่อย..." รวินท์ยิ้มละไม ดวงตาคู่สวยฉายแววท้าทายระคนออดอเซาะ "ผมแค่กำลังพิสูจน์ว่า... ปากแข็งอย่างคุณ จะทนแข็งไปได้อีกสักกี่น้ำ" พูดจบ รวินท์ก็เอื้อมมือเรียวไปแตะที่ปกเสื้อสูทของอีกฝ่ายเบา ๆ จงใจใช้นิ้วเรียวไล้ผ่านแผงอกกว้างอย่างยั่วยวน ธามันสะعุดเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก สติสัมปชัญญะที่เคยควบคุมทุกอย่างได้ดีเยี่ยมพังทลายลงในพริบตา ก่อนที่ธามันจะหมดความอดทนและทำตามเสียงเรียกร้องของหัวใจที่ร้องตะโกนก้อง ร่างสูงก็ตัดสินใจรวบเอวบางเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว กลิ่นหอมเฉพาะตัวโอบล้อมรอบกายจนแทบคลั่ง ดวงตาคมกริบก้มมองคนในอ้อมแขนที่เบิกตากว้างด้วยความตกใจกับจู่โจมที่คาดไม่ถึง "งั้นก็ลองดู..." ธามันกระซิบชิดริมฝีปากนุ่ม น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ถูกปลุกเร้าจนยากจะควบคุม "ว่าคนปากแข็งอย่างผม... จะทนคุณได้นานแค่ไหน" บรรยากาศกำลังหวานล้ำและหัวใจกำลังเต้นระส่ำจนแทบหลุดออกมานอกอก ทันใดนั้นเอง... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงเปิดประตูที่ผลักเข้ามาโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านอนุญาต "คุณรวินท์คะ! แกลเลอรีโทรมาแจ้งว่าภาพวาดเซ็ตใหม่มีปัญหา—!" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะเวียนเข้ามาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%