เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 6

พู่กันที่เปื้อนสีและท่าทีที่เปลี่ยนไป

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
กระดาษร่างลวดลายโครงการมูลนิธิฉีกขาดเป็นสองท่อน เศษกระดาษสีขาวเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นปูนซีเมนต์ขัดมัน รอยเท้าเปื้อนโคลนประทับอยู่กลางชิ้นงานที่ใช้เวลาแรมเดือนในการออกแบบ ดวงตาคมกริบของธามันวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะ สันจَมูกโด่งเชิดขึ้นอย่างคนถือตัว ขณะที่ขากรรไกรขบเข้าหากันจนขึ้นสันนูน "คุณว่ายังไงนะ..." ธามันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดพิเศษยืนค้ำหัวโต๊ะทำงานชั่วคราว "ใครบังอาจทำลายงานของมูลนิธิ?" รวินท์ที่กำลังถือพู่กันขนกระรอกราคาแพงค้างไว้กลางอากาศ ค่อยๆ วางเครื่องมือลงบนถาดสีอย่างใจเย็น เจ้าของดวงตาเรียวรีคมกปราบไม่ได้สะท้านสะเทือนต่อรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากร่างสูงแม้แต่น้อย รวินท์ปัดเศษฝุ่นออกจากกางเกงยีนส์เซอร์ๆ ของตัวเอง ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าผู้บริหารหนุ่มอยู่ราวสองนิ้ว แต่ทว่าแววตากลับท้าทายจนน่าหมั่นไส้ "ถ้าคุณมีเวลามาตะคอกใส่ผมเหมือนเด็กถูกแย่งขนม ป่านนี้คงตามตัวคนร้ายได้ตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้วแล้วล่ะครับท่านผู้อำนวยการ" รวินท์ย้อนกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มเบาๆ อย่างนึกสนุก "หรือว่าสมองส่วนการวิเคราะห์มันถูกความโกรธกิน ภายในกลวงโบ๋ไปหมดแล้ว?" "รวินท์!" ธามันตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ลมหายใจหอบกระชั้นด้วยความโกรธจัด นัยน์ตาคมเข้มดุดันจ้องมองศิลปินหนุ่มราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "นี่มันความเสียหายมูลค่าหลายแสน งานเปิดตัวโครงการสัปดาห์หน้ากำลังจะพังเพราะความสะשלุของคุณ!" "ความสะשלุของผม?" รวินท์ทวนคำ หัวเราะในลำคอเบาๆ แบบไร้ความเกรงกลัว ร่างเพรียวบางก้าวเข้าไปประชิดอีกฝ่ายโดยไม่ถอยหนี กลิ่นน้ำหอมกลิ่นไม้จันทน์ผสมความเย็นชาจากตัวธามันลอยเข้าจมูก "เปิดตาคู่โตๆ ของคุณแล้วมองรอบสตูดิโอให้ดีสิครับคุณธามัน กล้องวงจรปิดตัวนั้น... ถูกพ่นสเปรย์ปิดทับ รอยเท้าพวกนี้ไม่ได้มาจากคนในกอง องศาการฉีกกระดาษแบบนี้ใช้แรงกดจากด้านซ้าย... คนทำถนัดซ้ายและรู้มุมอับของห้องเป็นอย่างดี" รวินท์หยุดพูดนิดหนึ่ง โน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบใกล้ใบหูคมสันด้วยรอยยิ้มเยาะ "ไม่ใช่ฝีมือผมหรอกครับ... แต่เป็นหนอนในองค์กรที่คุณไว้ใจต่างหาก" คำพูดของรวินท์ราวกับน้ำเย็นจัดสาดใส่หน้าธามัน ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ชะงักงัน ธามันหันขวับมามองคนตรงหน้า แววตาคมกริบฉายแววประหลาดใจระคนทึ่ง แต่ปากหนายังคงฟอร์มจัดและเลือกที่จะพ่นคำพูดร้ายกาจกลบเกลื่อน "ปากดีนักนะ... ถ้าสืบพบว่าเธอมีส่วนรู้เห็นด้วย เตรียมตัวรับหมายศาลข้อหาฉ้อโกงได้เลย" ธามันเชิดหน้าขึ้น ปรับน้ำเสียงให้กลับมาเย็นชาไร้ความรู้สึกดังเดิม "อย่าคิดว่าใช้สายตาแบบนั้นมองแล้วผมจะใจอ่อน" "ใครอยากให้คุณใจอ่อนกันล่ะครับ ผมแค่มองหน้าคนโง่ที่เอาแต่โทษคนอื่นต่างหาก" รวินท์ยักไหล่ ทำท่าทางกวนประสาทก่อนจะหันหลังกลับไปหยิบพู่กันด้ามโปรดขึ้นมาหมุนเล่นในมือ "ถ้าไม่มีอะไรจะพ่นพิษใส่กันแล้ว เชิญออกไปจากพื้นที่ทำงานของผมด้วยครับ ผมต้องกู้ซากงานที่ 'คนของคุณ' ทำลายทิ้งให้เสร็จก่อนฟ้าสว่าง" ธามันยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ดวงตาสีเข้มมองแผ่นหลังบางของศิลปินหนุ่มที่กำลังก้มหน้าก้มตาผสมสีใหม่อย่างตั้งอกตั้งใจ ความรู้สึกบางอย่างตีรวนอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งหงุดหงิด และที่สำคัญ... ความรู้สึกผิดที่เริ่มก่อตัวขึ้นเงียบๆ เมื่อสมองประมวลผลได้ว่า เขากล่าวหาอีกฝ่ายโดยไม่ฟังเหตุผลอีกแล้ว ผู้บริหารหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้อง สตูดิโอชั่วคราวนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นสีอะคริลิกและกลิ่นกาแฟจางๆ บนโต๊ะทำงานมีแก้วกาแฟที่เย็นชืดวางทิ้งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ด้านข้างมีซองยาแก้ไมเกรนที่ถูกแกะใช้ไปครึ่งแผง และที่สะดุดตาที่สุดคือรอยฟกช้ำสีจางๆ ตรงข้อศอกของรวินท์ ที่เกิดจากการล้มกระแทกโต๊ะตอนพยายามช่วยคว้ากระดาษแผ่นนั้นไม่ให้ฉีกขาด ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ย้อนกลับมาในหัว ธามันจำได้แม่นว่าตอนที่เขาพังประตูเข้ามา รวินท์ไม่ได้วิ่งหนี ไม่ได้โวยวายหาเรื่อง แต่เป็นฝ่ายพยายามกางแขนบังซากกระดาษพวกนั้นไว้จากแรงลมที่เขาเปิดประตูเข้ามาเสียด้วยซ้ำ เด็กนี่... ไม่ได้แข็งกระด้างอย่างที่ปากว่าเลยสักนิด ธามันสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกวุ่นวายใจ เขาขยับตัวจะเอ่ยปากพูดอะไรบางอย่างออกมา แต่ทว่า... จังหวะนั้นเอง "อะแฮ่ม..." เสียงกระแอมเบาๆ ดังขึ้นที่หน้าประตูสตูดิโอที่เปิดอ้าซ่าไว้ ร่างของเลขาฯ สาววิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา ใบหน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด มือเรียวถือแท็บเล็ตสั่นเทา "ท่านผู้อำนวยการคะ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ!" เลกาฯ สาวละล่ำละลักพูด "คลิปภาพจากกล้องวงจรปิดลานจอดรถ... มัน... มันถูกอัปโหลดลงเพจสาธารณะแล้วค่ะ!" รวินท์วางพู่กันลงทันที หันขวับมามองด้วยความสนใจ ขณะที่ธามันขมวดคิ้วมุ่น ก้าวฉับๆ ไปคว้าแท็บเล็ตจากมือเลขาฯ มาดูด้วยตัวเอง บนหน้าจอแสดงภาพวิดีโอจากกล้องวงจรปิดเมื่อสามสิบนาทีที่แล้ว ภาพชายสวมหมวกแก๊ปกำลังเดินออกจากตึกพร้อมกับซองเอกสารในมือ และชายคนนั้น... คือหัวหน้าฝ่ายบัญชีคนสนิทที่ธามันเพิ่งเซ็นอนุมัติโบนัสพิเศษให้เมื่อสัปดาห์ก่อน! แต่สิ่งที่ทำให้ธามันช็อกยิ่งกว่าไม่ใช่แค่เรื่องหนอนบ่อนไส้... แต่เป็นประโยคที่ปรากฏอยู่ใต้คลิปวิดีโอ ซึ่งมีคนแชร์ออกไปนับพันครั้งภายในเวลาไม่กี่นาที * 'ท่าน ผอ. คนเก่ง ถูกศิลปินไส้แห้งหลอกฟันเงินงบประมาณมูลนิธิไปกี่ล้านแล้วล่ะเนี่ย?' * ธามันกำแท็บเล็ตในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด รังสีความโกรธแผ่ซ่านไปทั่วห้องจนอากาศแทบหยุดหายใจ เขารู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การโจรกรรมข้อมูลธรรมดา แต่มันคือแผนการดิสเครดิตเขาและมูลนิธิอย่างจงใจ ในขณะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดถึงขีดสุด รวินท์ที่ยืนมองหน้าจออยู่เงียบๆ ก็ระบายยิ้มมุมปากออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหวาดกลัว เจือความเย้ยหยัน และ... ความท้าทาย "เห็นไหมล่ะครับคุณธามัน..." รวินท์ก้าวเข้าไปใกล้ร่างสูงอีกครั้ง ดวงตาสีเข้มประกายระยับสะท้อนแสงไฟในห้อง "บอกแล้วว่าสมองคุณมันกลวง... ทีนี้จะเชื่อน้ำยาของศิลปินไส้แห้งคนนี้หรือยัง ว่าผมไม่ได้กินหญ้าเหมือนที่คุณคิด?" ธามันหันขวับมามองคนตัวเล็กที่กล้ากวนประสาทเขาในสถานการณ์วิกฤตต, สันจมูกโด่งเกือบจะชนกับปลายจมูกของรวินท์ ระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงคืบเดียว จนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันชัดเจน ดวงตาคมกริบของธามันวาวโรจน์ด้วยอารมณ์ที่ซับซ้อน ทั้งความเครียดจากปัญหาตรงหน้า และ... ความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่มองตรงมาอย่างไร้ความหวาดกลัว ธามันโน้มใบหน้าลงต่ำกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกเกือบจะแตะกันอยู่รอมร่อ มือหนายื่นออกไปหมายจะคว้าเอวบางเข้ามาใกล้ แต่ทว่า... "อุ๊ย! ขอโทษค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจขัดจังหวะ..." เสียงเลขาฯ สาวที่เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าตัวเองยังยืนอยู่ตรงนั้นดังแทรกขึ้นมา พร้อมกับรีบยกมือขึ้นปิดตาตัวเองทันที ธามันสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังกรูดออกจากรวินท์ทันที ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเนียนๆ แต่ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยได้อย่างรวดเร็วราวนักแสดงมืออาชีพ "ออกไปรอข้างนอก!" ธามันตวาดเสียงเข้มกลบเกลื่อนความประหม่า เลขาฯ สาวสะดุ้งโหย่ง รีบซอยเท้าวิ่งหนีออกจากห้องแทบไม่ทัน ประตูสตูดิโอถูกปิดลงอีกครั้ง ทิ้งให้ความเงียบงันและความอึดอัดระลอกใหม่ปกคลุมคนทั้งคู่ รวินท์แอบอมยิ้มบางๆ กับท่าทางเก๊กขรึมที่ไม่เนียนเอาเสียเลยของคนปากแข็ง ดวงตาเรียวรีพิจารณาใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด ธามันหันกลับมามองรวินท์อีกครั้ง เม้มริมฝีปากแน่นราวกับกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบากว่าปกติและไร้ซึ่งความเย่อหยิ่งเป็นครั้งแรก "เรื่องเมื่อกี้... ที่ผมกล่าวหาคุณ..." ธามันกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สันกรามขยับเล็กน้อย "ผม... ขอโทษ" รวินท์ถึงกับชะงัก ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึง ไม่คิดว่าคนอย่างธามันจะหลุดคำว่าขอโทษออกมาจากปากได้ง่ายดายขนาดนี้ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากทันที "หูฝาดไปหรือเปล่าครับเนี่ย?" รวินท์เอียงคอแซว แววตาสดใสเป็นประกาย "ท่านผู้อำนวยการผู้เย่อหยิ่งคนนั้น กำลังก้มหัวให้ศิลปินไส้แห้งอย่างผมอยู่หรือนี่?" "อย่าได้ใจให้มากนักนะรวินท์!" ธามันเสียงเข้มขึ้นทันทีเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมา ใบหน้าคมคายเบือนหนีไปทางอื่น "ผมแค่พูดตามมารยาท..." "ครับๆ ตามมารยาทก็มารยาท" รวินท์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเจือความเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด "ในเมื่อคุณขอโทษแล้ว และเราก็ตกอยู่ในเรือลำเดียวกันแล้ว... สนใจมาฟังแผนการลากไส้หนอนตัวนั้นออกมาตากแดดจากผมสักหน่อยไหมครับ?" ธามันหันกลับมามองหน้าคนพูด นัยน์ตาคมเข้มทอประกายลึกล้ำขึ้นเรื่อยๆ ท่าทีที่เปลี่ยนไปของรวินท์ทำให้อกข้างซ้ายของเขาเต้นผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ร่างสูงก้าวเข้าไปหารวินท์อีกครั้ง ระยะห่างถูกลดลงจนเหลือเพียงนิดเดียว มือหนายื่นออกไปคว้าข้อแขนบางของอีกฝ่ายไว้เบาๆ ไม่ให้ขยับหนี "ว่ามา..." ธามันกระซิบเสียงทุ้มต่ำชิดริมฝีปากนุ่ม "คุณมีแผนอะไร... ถึงทำให้ผมปฏิเสธไม่ลงสักอย่าง" รวินท์ชะงักไปชั่วขณะเมื่อปลายนิ้วอุ่นจัดของอีกฝ่ายสัมผัสโดนผิวเนื้อ หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบอย่างไม่ทันตั้งตัว สบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟ และก่อนที่รวินท์จะทันได้เอ่ยปากตอบอะไร... ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ร่างของชายหนุ่มในชุดสูทแบรนด์เนมคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มกวนประสาท และประโยคที่ทำให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา "ขอโทษทีครับ... พอดีผมได้ยินข่าวสนุกๆ เลยแวะมาดูว่ามูลนิธิใกล้เจ๊งหรือยัง... อ้าว, คุณรวินท์... ยังอยู่กับคุณธามันอีกเหรอเนี่ย?" รวินท์หน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ก้าวเข้ามา ส่วนธามัน... นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะยิ่งกว่าเก่าเมื่อจำได้แม่นว่าไอ้คนหน้าตัวเมียคนนี้คือใคร! (โปรดติดตามตอนต่อไป) ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของจอมยุทธ์เสื้อแพรด้วยดีเสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%