เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 5

กาแฟขมกับมุกตลกที่พังไม่เป็นท่า

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณยังทำหน้าเหมือนคนอมขี้ไต้แบบนี้อีกสามวินาที ผมจะถือว่าผลงานชิ้นเอกของมูลนิธิคุณกำลังโดนผมสาปแช่งด้วยลายเส้นอุบาทว์ๆ แล้วนะครับคุณประธาน" เสียงใสๆ ที่ติดจะกวนประสาทเล็กน้อยดังขึ้นแทรกความเงียบงันภายในห้องทำงานโทนสีเทาเข้ม รวินท์ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาหนังแท้ราคาแพงอย่างถือวิสาสะ ในมือข้างหนึ่งถือแก้วกระดาษสีน้ำตาลธรรมดาที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นของกาแฟคั่วเข้มผสมกลิ่นไหม้จางๆ ส่วนมืออีกข้างคีบขนมปังปิ้งหน้าแยมส้มที่อบจนขอบไหม้เกรียมมาครึ่งซีก ธามันละสายตาจากกองเอกสารงบประมาณโครงการศิลปะบำบัดเงยขึ้นมอง ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนแววระอาอย่างปิดไม่มิด ผู้ชายคนนี้... รวินท์ คือสิ่งแปลกปลอมที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยเหยียบย่างเข้ามาในอาคารสำนักงานบริหารมูลนิธิแห่งนี้ ตั้งแต่นิทรรศการศิลปะการกุศลเมื่อเดือนก่อนจนถึงโปรเจกต์ภาพวาดผนังตึกที่กำลังจะเริ่มขึ้น รวินท์ไม่เคยปล่อยให้เขามีความสงบสุขในชีวิตเลยสักวัน "ผมจ้างคุณมาวาดรูปผนังตึก ไม่ได้จ้างมาเป็นผู้ประเมินสุขภาพจิตของผม รวินท์" ธามันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนาติดจะเย็นชา ทว่าสันจมูกคมสันนั้นกลับขยับเล็กน้อยยามสูดกลิ่นคาเฟอีนที่ลอยแตะจมูก "แล้วนั่น... กาแฟอะไร กลิ่นเหมือนยางรถยนต์ไหม้" "ปากคอเราะร้ายสมเป็นท่านประธานธามันผู้สูงส่งจริงๆ นะครับ" รวินท์หัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับอย่างคนอารมณ์ดีไม่มีวันหมด ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อรังสีความเย็นชาที่อีกฝ่ายแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย เขายื่นแก้วกาแฟขมปี๋ไปตรงหน้าชายหนุ่ม "อุตส่าห์ไปต่อคิวร้านรถเข็นหน้าปากซอยมาให้ ชิมซะหน่อยสครับความเครียดในสมองคุณได้ดีนักแล รับรองว่าตาสว่างยิ่งกว่าโดนสาดน้ำร้อน" ธามันมองแก้วในมือของอีกฝ่ายสลับกับใบยิ้มกวนๆ ของคนส่ง สัญชาตญาณเตือนให้ปฏิเสธ แต่สายตาที่พยายามคาดคั้นเชิงท้าทายนั้นกลับทำให้ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ สุดท้ายเขาก็ยอมรับแก้วกระดาษนั้นมาถือไว้ปลายนิ้วสัมผัสกับความอุ่นที่ส่งผ่านกระดาษบางๆ เขายกขึ้นจิบเบาๆ ความขมปร่าบาดคอแล่นพล่านไปทั่วโคนลิ้น รสชาติไร้ซึ่งความนุ่มละมุนใดๆ สิ้นเชิง รสชาติแบบนี้... คนมีรสนิยมอย่างธามันไม่มีทางแตะต้องมันเป็นครั้งที่สองแน่หากเป็นยามปกติ ทว่าพอมองเห็นดวงตาเป็นประกายที่จ้องมองมาอย่างรอคอยคำตอบแล้ว เขาก็กลืนมันลงคอไปพร้อมกับถอนหายใจยาว "แย่มาก" ธามันพิพากษาเสียงเรียบ "ขมจนไม่รู้จะบรรยายยังไง" "โห ปากคอร้ายกาจ!" รวินท์แกล้งทำเป็นเอาม้ากุมอก ทำท่าเจ็บปวดราวกับโดนแทงข้างหลัง "นั่นคือความตั้งใจนะคุณ กาแฟชีวิตมันต้องขมแบบนี้แหละ คุณจะได้รู้ว่าโลกนี้มันไม่ได้มีแต่สีพาสเทลสวยหรูเหมือนภาพวาดในหอศิลป์ของคุณ" "ผมรู้ดีกว่าที่คุณคิด รวินท์" ธามันวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระแทกเบาๆ นั้นสื่อถึงความหมั่นไส้ได้เป็นอย่างดี "และถ้าคุณยังมีเวลาว่างมานั่งวิจารณ์รสนิยมกาแฟผม แสดงว่าแบบร่างของผนังตึกโซนทิศตะวันออกคงจะเสร็จสมบูรณ์แบบไร้ที่ติแล้วใช่ไหม?" รวินท์ชะงักไปนิด รอยยิ้มทะเล้นเจื่อนลงไปสามวินาทีถ้วน ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทางลอยหน้า lอยตาตามประคนตัวแสบ "แหม... งานศิลปะระดับจิตวิญญาณมันต้องใช้เวลาบ่มเพาะครับ จะให้เสร็จปุบปับเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปได้ยังไงเล่า" "แปลว่ายังไม่เสร็จ" "เรียกว่ากำลังอยู่ในช่วง... สร้างแรงบันดาลใจจะดีกว่า" รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานของผู้บริหารหนุ่มมากขึ้น กลิ่นอายเฉพาะตัวของสีน้ำมันและกลิ่นแดดอ่อนๆ จางๆ ลอยเข้าจมูกของธามันโดยไม่รู้ตัว ศิลปินหนุ่มโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้ปลายนิ้วเรียวเคาะเบาๆ บนขอบโต๊ะทำงาน "แล้วก็... ผมมีภารกิจลับที่จะทำให้คุณเลิกทำหน้าเป็นยักษ์กินตับสักที" ธามันขมวดคิ้วระแวง "ภารกิจอะไรของคุณอีก อย่าบอกนะว่า..." ยังไม่ทันที่ประธานหนุ่มจะได้เอ่ยห้าม รวินท์ก็ควักวัตถุปริศนาออกจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตยีนส์ มันคือแผ่นกระดาษโน้ตสีเหลืองสดใสที่ถูกวาดรูปการ์ตูนหน้าแมวหน้าตาบึ้งตึง คิ้วขมวดเป็นปม ลายเส้นกวนประสาทขั้นสุด ด้านล่างเขียนข้อความด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *‘ยิ้มหน่อยเถอะพ่อคุณ เดี๋ยวตีนกาขึ้นหน้าผากไม่รู้ด้วยนะ’* "นี่คืออะไร?" ธามันถาม เสียงเข้มขึ้นโดยอัตโนมัติ "ฮึ่ม! เปิดตัวมุกตลกบำบัดความเครียดฉบับรวินท์ไงล่ะครับ" คนต้นคิดยิ้มแฉ่งอย่างภูมิใจในผลงานศิลปะชิ้นโบแดงของตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือจะเอาโพสต์อิทแผ่นนั้นไปแปะไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ราคาแพงหูฉี่ของอีกฝ่าย "หยุดนะ รวินท์!" ธามันเอื้อมมือคว้าข้อมือเรียวไว้ทันก่อนที่กระดาษแผ่นนั้นจะแปะถึงเป้าหมาย แรงจับไม่ได้รุนแรง แต่กระชับมั่นคงจนรวินท์ชะงัก ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่งเข้าปกคลุมบรรยากาศในห้อง กลิ่นหอมจางๆ จากตัวของรวินท์ปะปนกับกลิ่นกาแฟขมๆ สร้างความปั่นป่วนในอกของคนตัวโตอย่างประหลาด รวินท์กะพริบตาปริบๆ หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบหนึ่งอย่างไม่รู้สาเหตุ ใบหน้าคมคายของคนที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในมูลนิธิอยู่ใกล้เสียจนเขาสามารถนับเส้นขนตาอีกฝ่ายได้ ธามันไม่ได้ดุ ไม่ได้ตะคอก ทว่าแววตาที่มองมานั้นลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความหมายบางอย่างที่อ่านไม่ออก "คุณ... จับมือผมแน่นไปแล้วนะท่านประธาน" รวินท์กระแอมเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนความประหลาดใจที่แล่นพล่านในอก พยายามดึงข้อมือตัวเองกลับ แต่ธามันกลับไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยง่ายๆ "ผมเตือนคุณหลายครั้งแล้วนะ รวินท์..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบa ชิดริมฝีปากจนแทบจะกระซิบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บริเวณพวงแก้มใส "อย่าเล่นกับไฟ... ถ้าไม่อยากแสบมือ" "ใครเล่น?" รวินท์เชิดคางขึ้นทันที ความดื้อรั้นพุ่งปรี๊ดขึ้นมากลบความหวั่นไหวเมื่อครู่ ปากเก่งๆ เริ่มทำงานทันทีตามสัญชาตญาณ "ผมไม่ได้เล่นสักหน่อย ผมกำลังทำบุญช่วยชีวิตคุณต่างหาก หน้าบูดเป็นตูดหม้อแบบนี้ ระวังวันหนึ่งสาวๆ วิ่งหนีหมดไม่รู้ด้วยนะ" ธามันมุมปากกระตุกขึ้นนิดหนึ่ง เป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มที่ไม่ได้เย้ยหยัน แต่เป็นรอยยิ้มที่ทำเอาหัวใจของคนมองกระตุกวูบไปไกลถึงดาวอังคาร "เป็นห่วงผมเหรอ?" "ห่วงอนาคตมูลนิธิมากกว่าต่างหาก ถ้าประธานอกแตกตายเพราะความเครียด ใครจะเซ็นเช็คค่าสีให้ผมล่ะครับ" รวินท์ตอบสวนทันควันอย่างไม่ยอมแพ้ พร้อมกับอาศัยจังหวะที่ธามันเผลอ สะบัดข้อมือหลุดจากการเกาะกุมได้อย่างเฉียดฉิว ทว่า... ความซุ่มซ่ามที่มักจะมาในเวลาไม่เหมาะไม่ควรก็ทำงานขึ้นทันที ก้าวถอยหลังเพียงก้าวเดียวของรวินท์ดันไปสะดุดเข้ากับขาเก้าอี้ล้อเลื่อนที่จอดทิ้งไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ ร่างเพรียวบางเสียหลักหงายหลังลงไปทันที โลกทั้งใบเหมือนหมุนคว่ำด้วยความเร็วสูง รวินท์หลับตาปี๋เตรียมรับความเจ็บจากการกระแทกพื้นพรมราคาแพง หมรับ! อ้อมแขนแข็งแกร่งคว้าเอวบางเอาไว้ได้ทันอย่างฉิวเฉียด แรงเหวี่ยงทำให้ร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้นพรม โดยมีธามันใช้ร่างของตัวเองรองรับไว้ทั้งหมดเพื่อไม่ให้กระแทกแรงเกินไป ร่างสูงทาบทับอยู่เหนือร่างของศิลปินหนุ่ม ลมหายใจร้อนผ่าวปะทะกันอย่างใกล้ชิดชนิดที่ว่าปลายจมูกแทบจะชนกัน ความวุ่นวายที่ตั้งใจจะสร้างเพื่อเรียกรอยยิ้ม กลับกลายเป็นความเงียบงันที่ตรึงรัดหัวใจของทั้งสองคนเอาไว้แน่นหนา รวินท์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวโครมครามดังยิ่งกว่ากลองเพลในวัด สัมผัสจากอ้อมแขนที่โอบกอบรอบเอวไว้นั้นทั้งแน่นและอบอุ่นจนน่าประหลาด ธามันเองก็ชะงักค้าง ดวงตาคมกريบมองสำรวจใบหน้าเนียนใสที่อยู่ใกล้แค่คืบ ลมหายใจของทั้งคู่ติดขัดจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง ดวงตากลมโตของรวินท์มองสบเข้ากับดวงตาสีเข้มที่ฉายแววความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดุ ทั้งดึงดูด และ... อ่อนโยนอย่างน่ากลัว "เอ่อ..." รวินท์กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยฉลาดเป็นกรดและปากที่เคยลับคมกลับคิดคำพูดโต้เถียงไม่ออกแม้แต่คำเดียว "คือว่า... มุกนี้... อาจจะล้ำไปหน่อยไหมครับ?" ธามันไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที สายตาของชายหนุ่มเลื่อนลงมองริมฝีปากบางที่ขยับพูดแจ้วๆ เมื่อครู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเงยขึ้นสบตาตรงๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ละมุนจนรวินท์รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ "ซุ่มซ่าม..." ธามันกระซิบเสียงพร่าชิดริมฝีปาก "ถ้าไม่อยากให้ผมทำมากกว่านี้... เลิกกวนประสาทผมสักวันจะดีกว่า รวินท์" คำพูดกำกวมพร้อมกับแววตาพราวระยับที่ส่งมาทำเอาซีกแก้มของศิลปินหนุ่มร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีตื้นขึ้นมาจนต้องรีบเบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่ปิดไม่มิด ทว่าในจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งติดกัน ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยไม่รออนุญาต "ท่านธาม... แย่แล้วครับ! ภาพวาดโปรเจกต์ใหญ่ที่ห้องโถงชั้นล่าง... มีคนสาดสีใส่จนเละหมดแล้วครับ!" เสียงร้อนรนของเลขานุการหนุ่มที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดชะงักกึก เมื่อภาพตรงหน้าคือท่านประธานมูลนิธิมาดนิ่งกำลังนอนทาบทับอยู่บนตัวของศิลปินหนุ่มชื่อดังในสภาพคล้ายคนกำลังจะกอดกันกลมบนพื้นพรม ธามันผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและเคร่งขรึมในเสี้ยววินาที ขณะที่รวินท์รีบดีดตัวลุกขึ้นตาม ใบหน้าแดงก่ำด้วยความตกใจและโกรธกรุ่นปนเปกัน "คุณว่ายังไงนะ..." ธามันเอ่ยเสียงลอดไรฟัน ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "ใครบังอาจทำลายงานของมูลนิธิ?" --------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมลุ้นและอมยิ้มไปกับความซึนของท่านประธานกับความแสบของน้องรวินท์ด้วยกันนะครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%