เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 22

คืนที่ดาวตกกับคำขอพร

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ถ้าคุณยังทำหน้าบึ้งเป็นตูดแมวแบบนั้นอีกสามวินาที ผมจะถือว่าคุณกำลังคิดอกุศลกับผมอยู่จริงๆ นะครับคุณประธาน" เสียงใสติดจะกวนประสาทดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันบนดาดฟ้าตึกเก่าของมูลนิธิศิลปะ ลมหนาวปลายเดือนพัดกวรร่างเพรียวของรวินท์จนเส้นผมสีเข้มปลิวไสว แต่นั่นยังไม่น่ามองเท่าประกายตาซุกซนที่กำลังจ้องตรงมายังร่างสูงใหญ่ของธามัน ชายหนุ่มขยับแว่นกรอบทองบนสันจมูกเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนความรัญจวนใจที่แล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ธามันพ่นลมหายใจออกทางจมูกยาวเหยียด สายตาคมกริบมองค้อนคนตรงหน้าอย่างคาดโทษ ทว่ารอยยิ้มมุมปากที่พยายามซ่อนไว้กลับทรยศความเยือกเย็นที่เขาสร้างขึ้นมาเสียหมด "ปากเก่งไม่เปลี่ยน... รวินท์" ธามันเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเล็กน้อย "ดึกดื่นค่อนคืนแบบนี้ แทนที่จะกลับไปนอนพักผ่ายให้เต็มที่ กลับมานั่งตากน้ำลมหนาวอยู่บนนี้ คุณคิดว่าตัวเองเป็นกวีเอกสมัยรัตนโกสินทร์หรือยังไง ถึงได้ชอบทำตัวสุนทรีย์ในเวลาวิกาล" "ก็เพราะผมรู้ว่าข้างล่างมันน่าเบื่อไงครับ ถึงได้หนีขึ้นมาข้างบนนี้" รวินท์ยักไหล่เบาๆ ก่อนจะตบพื้นที่ว่างข้างกายบนเสื่อผืนใหญ่ที่เขาปูไว้สำหรับนอนดูดาว "แล้วอีกอย่าง... ถ้าผมไม่ขึ้นมา ใครจะยอมเป็นเพื่อนแก้เหงาให้คุณประธานผู้แสนเยชาในคืนดาวตกแบบนี้ล่ะครับ" ธามันชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกวาดมองร่างโปร่งที่เอนกายลงนอนราบไปกับพื้นอย่างไร้พิธีรีตอง แผ่นหลังกว้างของเขาสაფซึ้งถึงความเย็นเยียบของคอนกรีต แต่ความอบอุ่นบางอย่างจากตัวตนของรวินท์กลับแผ่ซ่านข้ามผ่านช่องว่างระหว่างกันได้อย่างน่าประหลาด ชายหนุ่มตัดสินใจทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างอย่างจำยอม ระยะห่างระหว่างไหล่ทั้งสองคนแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่เล็ดลอดผ่านเนื้อผ้า ท้องฟ้ายามวิกาลไร้ซึ่งหมู่เมฆปกคลุม ประดับประดาด้วยดวงดารานับล้านดวงที่กำลังส่องประกายระยิบระยับราวกับอัญมณีเม็ดงามบนกำมะหยี่สีดำสนิท "สวยจัง..." รวินท์พึมพำเบาๆ ดวงตากลมโตสะท้อนภาพแสงดาวไว้อย่างชัดเจน มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นวาดปัดป่ายไปในอากาศ ราวกับกำลังใช้พู่กันที่มองไม่เห็นแต้มเติมสีสันลงบนผืนผ้าใบแห่งจักรวาล "คุณว่าไหมธามัน... บางทีโลกใบนี้ก็ใจร้ายกับเราน้อยกว่าที่คิดนะ ในวันที่เราเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ มันยังอุตส่าห์ส่งแสงระยิบระยับเหล่านี้มาปลอบประโลมพวกเรา" ธามันไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขานอนหงายมองเพดานฟ้ากว้าง แต่หางตากลับไม่เคยละไปจากเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนข้างกายเลย แสงดาวสลัวขับเน้นสันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากที่มักจะมีคำพูดกวนประสาทหลุดออกมาเสมอ ภาพของรวินท์ในยามนี้ช่างนุ่มนวลและเปราะบางจนหัวใจของคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้บริหารหนุ่มผู้ไร้หัวใจถึงกับกระตุกวูบ "โลกจะใจร้ายกับคุณยังไง ผมไม่รู้..." เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ แผ่วเบาแต่จริงจังจนรวินท์ต้องหันกลับมามอง "แต่ถ้ามีใครทำให้คุณเหนื่อยล้า... บอกผมได้นะ" รวินท์กะพริบตาปริบๆ หัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่เต็มไปด้วยความรู้สึกลึกซึ้งเกินกว่าจะปิดบัง ไอร้อนผ่าวแล่นริ้วขึ้นมาเกาะกุมพวงแก้มขาว ทั้งที่อากาศรอบกายหนาวเหน็บจนแทบจับขั้วหัวใจ แต่น้ำคำและสายตากลับหลอมละลายทุกอย่างจนหมดสิ้น *ให้ตายสิ... ผู้ชายคนนี้นี่นะ ปากบอกว่าเกลียดความวุ่นวาย แต่กลับขยันพูดจาชวนให้ใจสั่นอยู่เรื่อย* "นี่คุณ..." รวินท์แกล้งทำเป็นเลิกคิ้วสูง กลบเกลื่อนอาการประหม่าด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า "พูดแบบนี้หมายความว่าไงครับเนี่ย หรือว่าแอบหลงเสน่ห์ความหล่อเหลาของจิตรกรไส้แห้งคนนี้เข้าให้แล้ว ถึงได้ยอมพูดจาหวานๆ เป็นกับเขาด้วย" "หลงตัวเอง" ธามันสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณความซึน ทว่าใบหูแดงก่ำที่ตัดกับความมืดในยามค่ำคืนกลับฟ้องความจริงเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ "ผมแค่พูดตามมารยาทของเจ้าบ้านที่ดีต่างหาก อย่าสำคัญตัวผิดไปหน่อยเลยรวินท์" "อ๋อ... มารยาทสินะครับ" รวินท์ลากเสียงยาวอย่างรู้ทัน ดวงตาส่อประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน "งั้นมารยาทของเจ้าบ้านที่ดีในคืนดาวตกแบบนี้ เขาคงไม่ปล่อยให้แขกต้องอธิษฐานคนเดียวหรอกจริงไหมครับ?" ว่าแล้ว รวินท์ก็หลับตาลงช้าๆ ประสานมือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันแนบชิงกับอก สูดลมหายใจเข้าลึก Sลีลาท่าทางจริงจังเสียจนธามันต้องหันมามองด้วยความฉงน บนท้องฟ้าเบื้องบน... ฉับพลันนั้น เส้นแสงสีขาวเงินสว่างวาบก็พาดผ่านขอบฟ้าทอดยาวลงมาอย่างรวดเร็ว—ดาวตก! ดวงตากลมโตของรวินท์เปิดขึ้นในเสี้ยววินาทีนั้น เขามองตามประกายแสงที่กำลังเลือนหายไป ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับมุบมิบเป็นคำพูดไร้เสียง ทว่าสายตาที่ทอดมองไปยังความว่างเปล่ากลับเปี่ยมล้นไปด้วยความจริงใจที่ไม่อาจซ่อนเร้น ธามันเฝ้ามองทุกอากัปกิริยา หัวใจของชายหนุ่มบีบรัดแน่นด้วยความอยากรู้ "คุณขอพรอะไร?" เขาอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกไป รวินท์หันกลับมาสบตา ปลายจมูกรั้นเชิดขึ้นน้อยๆ รอยยิ้มบางเบาที่ระบายอยู่บนเรียวปากช่างงดงามราวกับภาพวาดชั้นครูที่ไม่มีจิตรกรคนใดในโลกสามารถรังสรรค์ขึ้นมาได้ "ความลับครับ" รวินท์ตอบเสียงใส "ถ้าบอกออกไป เดี๋ยวคำอพรมันจะไม่ศักดิ์สิทธิ์สิครับคุณประธาน" "งก" ธามันพึมพำอย่างขัดใจ แต่รอยยิ้มอ่อนโยนที่ระบายบนใบหน้าคมคายกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เขากำลังพ่ายแพ้ให้กับคนตรงหน้าอย่างราบคาบ "แล้วคิดว่าดวงดาวบนฟ้าเขาจะฟังคำขอคนปากจัดอย่างคุณหรือไง" "ฟังแน่ๆ ครับ เพราะดาวดวงนั้น..." รวินท์ยื่นมือเรียวขึ้นชี้ไปยังจุดที่ประกายแสงเพิ่งเลือนหายไปเมื่อครู่ ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วนั้นมาชี้ตรงที่หน้าอกข้างซ้ายของธามันเบาๆ "เขาไม่ได้อยู่บนฟ้าไกลหاردหรอก... แต่อยู่ใกล้แค่เอื้อมนี่ต่างหากล่ะครับ" สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่แตะลงบนเสื้อสูทเนื้อดี ทำให้ลมหายใจของธามันสะดุดกึก เขานิ่งค้างไปราวกับถูกมนต์สะกด ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักได้ถึงความหมายที่ซ่อนอยู่ภายใต้คำพูดกำกวมนั้น *ไอ้เด็กบ้านี่... กล้าดียังไงมาปั่นป่วนหัวใจคนอื่นเล่นแบบนี้* ธามันขยับตัวลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว หมายจะเอ่ยปากดุให้สำนึกในความกะล่อนของตัวเองเสียหน่อย ทว่ารวินท์กลับไวกว่า ร่างโปร่งดีดตัวลุกขึ้นนั่งตาม รอยยิ้มซุกซนปรากฏเด่นชัดยิ่งกว่าเดิมในความมืด ร่างทั้งสองขยับเข้าใกล้กันจนแทบไม่มีช่องว่างให้สายลมผ่าน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดกันและกัน ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบงันและเป็นใจ รวินท์หุบยิ้มลงช้าๆ เหลือเพียงแววตาสั่นไหวที่สะท้อนภาพของธามันไว้อย่างชัดเจน "ธามัน..." เสียงหวานเอ่ยเรียกแผ่วเบา ไร้ซึ่งความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความจริงจังบางอย่างที่ซ่อนอยู่ก้นบึ้งของหัวใจ "ที่ผมขอพรเมื่อกี้... ผมไม่ได้ขอให้ตัวเองมีความสุขหรอกนะ" ธามันชะงัก ลมหายใจติดขัด "แล้ว... คุณขออะไร?" รวินท์ยกยิ้มมุมปาก ดวงตาคู่สวยทอประกายอบอุ่นระคนเศร้าสร้อยชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของธามันหยุดหมุนไปชั่วขณะ "ผมขอให้คุณ... คนที่ชอบทำหน้าบึ้งและแบกโลกทั้งใบเอาไว้คนเดียวคนนี้..." นิ้วเรียวแตะลงที่ปลายคางของชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ บังคับให้ดวงตาคมกริบต้องสบประสานเข้ากับสายตาของเขาโดยไม่มีทางหลบหนี "...มีความสุขมากๆ สักที... เลิกใจร้ายกับตัวเองเสียทีนะครับ" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ หัวใจของธามันกระหน่ำเต้นรัวแรงจนแทบทะลุออกมานอกอก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านขยายวงกว้างจนจุกแน่นในลำคอ ชายหนุ่มอ้าปากค้างเล็กน้อย พยายามจะหาคำพูดใดๆ มาโต้แย้งความใจดีที่ล้นปรี่จนน่าหมั่นไส้ของคนตรงหน้า ทว่าริมฝีปากกลับหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้ด้วยมนต์สะกด ในจังหวะที่ธามันกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบบางอย่างที่ค้างคาอยู่ในใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนโกลาหลก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกพังทลายลงในพริบตา! "คุณธามันครับ! คุณรวินท์! แย่แล้วครับคุณประธาน เกิดเรื่องใหญ่ที่ห้องจัดแสดงนิทรรศการชั้นล่างแล้วครับ!" เสียงหอบแฮกของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหนุ่มที่วิ่งพรวดพราดเปิดประตูเหล็กดาดฟ้าเสียงดังสนั่น ทำให้ทั้งคู่ต้องสะดุ้งสุดตัวและผละออกจากกันอย่างรวดเร็ว ธามันขบกรามแน่นด้วยความหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะในวินาทีสำคัญ ขณะที่รวินท์เบิกตากว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปสบตากับผู้มาใหม่ "เกิดอะไรขึ้น?" ธามันเค้นเสียงถามด้วยความเย็นชา ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พรางซ่อนแววตาไหววูบเมื่อครู่ไว้ภายใต้มาดผู้บริหารผู้สุขุมดังเดิม รผป. หนุ่มหอบหายใจตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดจนเห็นได้ชัด เขารีบละล่ำละลักรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ภาพวาดชิ้นเอก... ภาพวาด 'รอยยิ้มสุดท้าย' ของคุณรวินท์ที่เตรียมจะจัดแสดงพรุ่งนี้... ถูกกรีดจนขาดวิ่นเสียหายหมดแล้วครับ!" รวินท์หน้าถอดสี ร่างเพรียวแข็งทื่อราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางหัวใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ภาพผลงานหยาดเหงื่อแรงกายที่เขาทุ่มเทวาดมันขึ้นมาด้วยความรู้สึกทั้งหมดพังทลายลงในพริบตา ธามันหันขวับกลับมามองรวินท์ รังสีความเยือกเย็นและอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่อย่างน่ากลัว ดวงตาคมกริบวาวโรจน์ด้วยเพลิงโทสะที่ถูกจุดขึ้นจนน่ากลัว เขาก้าวเข้าไปคว้าข้อมือเรียวของรวินท์ไว้แน่น ราวกับต้องการปกป้องจากพายุร้ายที่กำลังโหมกระหน่ำเบื้องล่าง! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "จอมยุทธ์เสื้อแพร" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%