เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 21

ทะเลกับบทสนทนาถึงอดีต

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"ยินดีต้อนรับกลับครับ คุณลลิน" เสียงของธามันเรียบสนทนาราวกับกำลังทักทายแขกที่มาติดต่อธุรกิจ ไม่มีความยินดี ไม่มีความตกใจ และที่สำคัญที่สุด... มันไม่มีเงาของความอาลัยอาวรณ์หลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย ร่างระหงในชุดเดรสสั่งตัดพิเศษของหญิงสาวหยุดยืนอยู่ตรงธรณีประตู กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงลอยปะปนมากับสายลมยามค่ำคืน ลลินกราดสายตาจากใบหน้าคมคายของอดีตคู่หมั้น ก่อนจะเบนสายตามาหยุดอยู่ที่รวินท์ซึ่งยืนถือพู่กันค้างไว้ราวกับถูกสาบให้กลายเป็นหิน รอยยิ้มมุมปากของเธอไม่ได้ไปถึงดวงตา คมกริบ และเต็มไปด้วยความเย้ยหยันที่ถูกเคลือบไว้ด้วยมารยาททางสังคม "ไม่คิดว่าคุณธามจะต้อนรับฉันด้วยบรรยากาศแบบนี้... แถมยังมี 'แขก' คนพิเศษอยู่ด้วย" ลลินจงใจเน้นเสียงตรงคำว่าแขก พางfสายตาสำรวจรวินท์ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเหยียดหยามที่ไม่ได้ปิดบัง รวินท์ไม่ใช่คนที่จะยืนให้ใครมามองด้วยสายตาดmแคลนโดยไม่เอาคืนริมฝีปากบางเฉียบยกยิ้มขึ้นทันที ศิลปินหนุ่มวางพู่กันลงบนถาดสีเสียงดังกระทบกันเล็กน้อยเพื่อทำลายความเงียบ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปยืนเคียงข้างธามันอย่างถือวิสาสะ มือเรียวปัดเศษสีชอล์กที่ติดอยู่บนเสื้อแจ็กเก็ตของชายหนุ่มออกอย่างเบามือ เป็นการแสดงออกทางกายภาพที่ประกาศอาณาเขตแบบเนียนๆ แต่ทรงพลัง "สวัสดีครับคุณลลิน ผมรวินท์ครับ... เป็นคนที่คุณธามเขา 'อนุญาต' ให้ยืนอยู่ตรงนี้" รวินท์เน้นเสียงคำว่าอนุญาตพร้อมกับส่งยิ้มหวานหยดที่แฝงไปด้วยพิษสงให้หญิงสาว ธามันเหลือบมองการกระทำของคนข้างกาย หูของชายหนุ่มขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว แต่ริมฝีปากหนากลับเม้มเข้าหากันแน่นเพื่อกลั้นรอยยิ้ม ความหงุดหงิดที่มีต่อการปรากฏตัวของอดีตคู่หมั้นมลายหายไปในพริบตา ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่ตีรวนอยู่ในอก... เจ้าตัวแสบนี่ ร้ายกาจขึ้นทุกวันจริงๆ "ธาม... คุณเปลี่ยนไปเยอะนะ" ลลินหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอไม้นี้เข้า เธอหันไปหาชายหนุ่มด้วยแววตาตัดพ้อ "ปล่อยให้คนนอกเข้ามาวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวของคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน" "คนนอกจะเข้ามาได้ ก็ต่อเมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูรับครับ" ธามันตอบเสียงเย็นชา สายตาคมกราบมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรำคาญ "ส่วนเรื่องของเรา มันจบลงตั้งแต่ปีที่แล้วแล้ว คุณลลิน... คุณน่าจะรู้ดีที่สุดว่าทำไมเราถึงมาถึงจุดนี้" บรรยากาศในห้องสตูดิโออุณห็ภูมิลดฮวบลงทันที ลลินกัดริมฝีปากแน่น ความพ่ายแพ้ฉายชัดขึ้นในแววตาคู่นั้น ก่อนที่เธอจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ "หึ... คิดว่าแค่เด็กวาดรูปคนเดียวจะช่วยเยียวยาปมในอดีตของคุณได้งั้นเหรอธาม? คุณก็รู้ว่าตระกูลของเรากับคุณ..." "พอครับ" ธามันตัดบทเสียงกร้าว ดวงตาดำมืดสนิทจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ "ถ้ามาเพื่อพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้ เชิญกลับไปซะ แต่ถ้ามาเรื่องงาน กรุณานัดหมายผ่านเลขาของผมอย่างถูกต้องตามมารยาท" พูดจบ ธามันก็คว้าข้อมือของรวินท์แล้วหมุนตัวเดินดุ่มๆ ออกจากสตูดิโอทันที โดยไม่สนว่าอดีตคู่หมั้นจะยืนหน้าชาอยู่ตรงนั้นอีกต่อไป รวินท์ทำได้แค่เพียงก้าวเท้าตามแรงดึงนั้นด้วยความงุนงงเล็กน้อย แต่ไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ร่างสูงพาเดินลัดเลาะออกไปยังชายหาดส่วนตัวด้านหลังรีสอร์ตที่เงียบสงบ มีเพียงเสียงคลื่นกระทบฝั่งและแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนผืนทราย เมื่อเดินมาไกลจนพ้นรัศมีสายตา ธามันก็ปล่อยข้อมือของรวินท์ แต่รั้งเอวบางเข้ามาประชิดตัวแทนอย่างรวดเร็ว "โอ๊ะ! เบาๆ สิคุณ จะหักกระดูกผมรึไง" รวินท์ร้องประท้วงพร้อมกับใช้มือดันแผงอกอีกฝ่ายไว้ แต่ไม่ได้ผลักออกจริงๆ ธามันก้มหน้าลงซบหน้าผากเข้ากับลาดไหล่ของเขา ลมหายใจอุ่นร้อนรดรินอยู่ตรงซอกคอ ทำให้ศิลปินหนุ่มชะงักไป ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเขาทั้งคู่ มีเพียงเสียงคลื่นที่ทำหน้าที่ขับกล่อมบรรยากาศ ธามันในตอนนี้ไม่ได้ดูเย่อหยิ่งหรือเย็นชาเหมือนทุกที แต่กลับคล้ายกับเด็กผู้ชายที่แบกรับโลกทั้งใบไว้บนบ่าจนเหนื่อยล้า "เจ็บไหม..." รวินท์เอ่ยถามทำลายความเงียบ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวยื่นไปแตะเส้นผมสีเข้มของชายหนุ่มอย่างเบามือ "ตอนที่เธอยังอยู่ในชีวิตคุณ... คุณต้องแบกรับอะไรไว้มากมายขนาดไหนกันนะ ธามัน" ธามันเงยหน้าขึ้นจากไหล่ของรวินท์ ดวงตาคมกู่นั้นไหวระริกเล็กน้อย มันเป็นแววตาที่เปราะบางที่สุดเท่าที่รวินท์เคยเห็นมาตลอดชีวิตการเป็นศิลปิน "ผมไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ราวกับกำลังพูดกับตัวเอง "ครอบครัวของผม... ไม่เคยมีคำว่า 'ความรัก' รวินท์ ทุกอย่างถูกตีค่าเป็นผลประโยชน์ หน้าตาทางสังคม และธุรกิจ ลลินก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ผู้ใหญ่จัดเตรียมไว้ให้เพื่อเชื่อมตระกูล ผมถูกบังคับให้เดินตามเส้นทางที่ขีดไว้โดยไม่มีสิทธิ์เลือก... จนกระทั่งวันที่ผมตัดสินใจปฏิเสธ และเลือกที่จะเดินออกมาสร้างมูลนิธิศิลปะนี้ด้วยตัวเอง" รวินท์ฟังเงียบๆ ไม่ได้ขัดจังหวะ ดวงตากลมโตมองลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย รับรู้ได้ถึงความโดดเดี่ยวที่กัดกินหัวใจผู้ชายคนนี้มานานแสนนาน "คุณคิดว่าผมเป็นคนปากร้าย เย็นชา และเข้าถึงยากใช่ไหมล่ะ" ธามันแค่นยิ้มหยันตัวเอง "นั่นเกราะป้องกันตัวที่ผมสร้างขึ้นมาทั้งชีวิต เพื่อไม่ให้ใครเข้ามาใกล้พอที่จะทำร้ายผมได้อีก... จนกระทั่งคุณก้าวเข้ามาในชีวิตผม" ปลายนิ้วอุ่นของธามันเอื้อมขึ้นมาแตะแก้มของรวินท์อย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะแตกสลาย สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "คุณทำให้เกราะของผมพังทลายลงทีละน้อย... รวินท์ คุณทำให้ผมอยากเป็นคนที่ดีขึ้น อยากกอดคุณไว้ และไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาพรากคุณไปจากผมอีก" คำสารภาพที่หลุดออกมาจากปากของคนซึนทำเอารวินท์หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แม้ปากจะอยากหาคำพูดกวนๆ มากลบเกลื่อนความเขินอาย แต่พอมองเห็นแววตาจริงจังและเปราะบางนั้น คำพูดทั้งหมดก็กลืนหายลงคอไป "รู้ตัวรึเปล่าว่าพูดอะไรออกมา..." รวินท์กระซิบเสียงเบา หลบสายตาคมคู่นั้นไม่ได้เพราะแรงดึงดูดบางอย่าง "รู้สิ..." ธามันขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน "และผมไม่เคยพูดอะไรจริงจังเท่านี้มาก่อนในชีวิต..." ระยะห่างระหว่างริมฝีปากลดลงเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น รวินท์หลับตาลงเตรียมรับสัมผัสอ่อนโยนที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าในวินาทีที่ริมฝีปากของทั้งคู่กำลังจะแตะกันนั้นเอง— *กริ๊งงงงง!* เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตของธามันดังขึ้นทำลายบรรยากาศโรแมนติกยามค่ำคืนอย่างไม่รู้กาลเทศะ ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดสุดขีด สบถในลำคอเบาๆ ก่อนจะควักโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอเพื่อจะกดตัดสาย แต่ทว่า... ทันทีที่สายตาคมกวาดมองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ ร่างสูงก็ชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกレイราวกับถูกกระชากกลับสู่ความเป็นจริงอันโหดร้าย รวินท์ลืมตาขึ้นมองอาการผิดปกติของคนตรงหน้าอย่างสงสัย "ใครโทรมาเหรอ ธาม?" ธามันเงยหน้าขึ้นมองรวินท์ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาเต็มไปด้วยความตกตะลึงระคนหวาดหวั่นที่รวินท์ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะขยับเอ่ยชื่อออกมาช้าๆ "แม่... โทรมาบอกว่า... พ่อเสียชีวิตแล้ว" -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้รวินท์กับธามันมาจนถึงตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%