เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 23

กลับมาเผชิญความวุ่นวาย

ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
"คุณคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ ธามัน?" น้ำเสียงเย็นเฉียบของรวินท์ดังก้องขึ้นภายในห้องทำงานหรูที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของสีน้ำมันและไม้ราคาแพง เขาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่าย แต่สายตากลับจดจ้องไปยังเอกสารสัญญาฉบับหนึ่งบนโต๊ะไม้โอ๊ก—เอกสารที่ระบุว่ามูลนิธิของธามันกำลังจะถูก 'เทคโอเวอร์' โดยบริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องการทำลายประวัติศาสตร์เพื่อแลกกับผลกำไร ธามันที่เพิ่งเดินกลับเข้ามาในห้องหยุดกะทันหัน ความเหนื่อยล้าจากการประชุมเครียดตลอดทั้งวันฉายชัดในแววตา แต่เมื่อเห็นรวินท์ยืนอยู่ตรงนั้น ความเย็นชาก็กลับมาเป็นเกราะป้องกันตัวอีกครั้งตามนิสัยของเขา "ผมกำลังทำในสิ่งที่จำเป็น รวินท์" ธามันตอบเสียงเรียบ พลางถอดสูทตัวนอกพาดไว้กับพนักเก้าอี้ "โลกธุรกิจไม่มีที่ว่างให้ความอ่อนแอ และไม่มีที่ว่างสำหรับศิลปินที่วันๆ เอาแต่เพ้อฝันถึงความถูกต้อง" "เพ้อฝันเหรอ?" รวินท์วางเอกสารลงเสียงดัง ปรี่เข้าไปเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่สูงกว่าเขาเพียงก้าวเดียว แววตาของรวินท์วาวโรจน์ด้วยความท้าทาย "ถ้ามูลนิธิที่ตั้งใจจะอนุรักษ์งานศิลป์ของศิลปินรุ่นใหม่ต้องถูกเปลี่ยนเป็นห้างสรรพสินค้าเพราะคนบริหาร 'ไร้ความสามารถ' ในการต้านทานอำนาจเงิน ผมว่านั่นแหละคือสิ่งที่น่าสมเพชที่สุด" ธามันขบกรามแน่น สันกรามคมสันขึ้นเป็นแนวชัด เขาเกลียดการถูกรวินท์จี้จุดตาย โดยเฉพาะเมื่อคนตรงหน้ามีอิทธิพลต่อความรู้สึกเขามากเกินความจำเป็น แต่เขาก็ยังเลือกที่จะแสยะยิ้มบางๆ อย่างถือดี "ถ้าคุณเก่งนัก ทำไมไม่ลองมาทำเองล่ะ?" ธามันโน้มตัวลงไปหา ระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนลมหายใจอุ่นๆ ปะทะกัน "หรือจะให้ผมจ้างคุณเป็นที่ปรึกษาดี? แต่ก็นะ... ฝีปากแบบคุณ คงเหมาะกับการด่าลูกค้ามากกว่าหาเงินเข้ามูลนิธิ" "ไอ้คนปากเสีย!" รวินท์สวนกลับทันควัน พร้อมกับยกมือขึ้นชี้หน้าอีกฝ่าย "คุณมันก็แค่คนขี้ขลาดที่ซ่อนความอ่อนแอไว้ใต้สูทราคาแพง คิดว่าการผลักไสทุกคนออกไปจะทำให้คุณปลอดภัยเหรอ? ธามัน... คุณกำลังถูก 'พวกนั้น' ปั่นหัวอยู่!" รวินท์ไม่ได้พูดเปล่า เขากวาดสายตามองไปรอบห้อง สัญชาตญาณของศิลปินบอกเขาว่ามีบางอย่างผิดปกติ ภาพวาดฝาผนังที่เคยเป็นหัวใจสำคัญของห้องนี้ถูกขยับผิดที่ไปเล็กน้อย เหมือนมีคนแอบเข้ามาตรวจสอบอะไรบางอย่างก่อนหน้านี้ ธามันเงียบไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อเห็นความกังวลที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่งของอีกฝ่าย เขารู้ดีว่า 'คู่แข่ง' ที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่นั้นเล่นสกปรกแค่ไหน และเขาเองก็กำลังเดินหมากด้วยความเสี่ยงที่แทบไม่เหลือทางรอด "รวินท์... ออกไปจากที่นี่ซะ" ธามันพูดเสียงเบาลงอย่างเห็นได้ชัด "เรื่องนี้มันใหญ่กว่าที่คุณคิด ถ้าคุณยังดึงดันจะเอาตัวมาพัวพัน คุณอาจจะไม่ได้แค่สูญเสียพื้นที่ศิลปะ แต่มันอาจหมายถึงความปลอดภัยของคุณด้วย" "คิดว่าผมกลัวเหรอ?" รวินท์กอดอก เชิดหน้าขึ้นท้าทาย แววตาดื้อรั้นนั้นทำให้หัวใจของธามันเต้นผิดจังหวะ "ผมไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครแม้แต่คุณ แล้วนับประสาอะไรกับไอ้พวกนักธุรกิจหน้าเลือดพวกนั้น อย่าคิดว่าผมไม่รู้นะว่าคุณแอบเก็บหลักฐานบางอย่างไว้ที่เซฟหลังภาพวาดนั่น" ธามันชะงัก สายตาหันไปมองภาพวาดทิวทัศน์บนผนังชั่วครู่ ก่อนจะหันกลับมามองรวินท์ด้วยสายตาที่ลึกซึ้งกว่าเดิม มือหนาเอื้อมออกไปจับต้นแขนของรวินท์เบาๆ แรงบีบนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยที่เจ้าตัวพยายามปกปิดไว้ "อย่าทำเป็นเก่งไปหน่อยเลย ปากดีแบบนี้เดี๋ยวจะโดนดีเข้าสักวัน" ธามันขู่ แต่แววตากลับกลายเป็นความเอ็นดูที่รวินท์อ่านออก "งั้นก็พิสูจน์ให้ดูสิครับ ว่าคนปากร้ายอย่างคุณ จะปกป้องผมได้จริงไหม?" รวินท์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ จนจมูกเกือบชนกัน ท้าทายความอดทนของคนตรงหน้าอย่างสนุก จังหวะที่หัวใจทั้งสองดวงกำลังเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เสียงเคาะประตูดังขึ้นอย่างรุนแรงและฉับพลัน พร้อมกับเสียงของเลขาฯ หน้าห้องที่ดูตื่นตระหนก "คุณธามันคะ! แย่แล้วค่ะ! ฝ่ายกฎหมายจากบริษัทคู่แข่งมาถึงที่หน้าประตูมูลนิธิแล้วค่ะ พวกเขาบอกว่า... พวกเขาซื้อหนี้สินทั้งหมดและจะเข้ามายึดพื้นที่ภายในสิบนาทีนี้เลยค่ะ!" ธามันปล่อยมือจากแขนของรวินท์ทันที แววตาของเขากลับมาจริงจังและเด็ดขาดอีกครั้ง เขากำลังจะก้าวไปทางประตูเพื่อเผชิญหน้า แต่รวินท์กลับคว้าข้อมือเขาไว้แน่น รวินท์มองไปที่ภาพวาดนั้นอีกครั้ง ก่อนจะหันมาสบตากับธามันด้วยรอยยิ้มที่ดูมีเลศนัย "ไม่ต้องไปหรอกครับ... ถ้าอยากชนะเกมนี้ เราต้องเปิดเผยความลับที่ซ่อนอยู่หลังภาพวาดนั่น เดี๋ยวนี้" รวินท์ไม่รอคำตอบ เขาคว้ามือธามันแล้ววิ่งตรงไปยังภาพวาดบนผนัง แต่ในจังหวะที่มือของเขากำลังจะแตะลงบนกรอบรูป เสียงประตูห้องทำงานก็ถูกเปิดออกผาง! ร่างสูงของศัตรูทางธุรกิจที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มเหยียดหยาม "ตกใจอะไรกันครับคุณธามัน? ผมแค่จะมาดูว่า... งานศิลปะชิ้นสุดท้ายในที่แห่งนี้ จะถูกทำลายไปพร้อมกับเจ้าของมูลนิธิยังไง?" รวินท์หันไปมองผู้มาเยือน ก่อนจะแค่นยิ้มออกมา "คุณมาช้าไปก้าวนึงนะครับ... เพราะสิ่งที่อยู่ในนี้น่ะ มันไม่ใช่แค่ภาพวาด แต่มันคือจุดจบของพวกคุณ" ทว่าในวินาทีที่รวินท์กำลังจะกระชากกรอบรูปออก เสียงปืนเก็บเสียงที่ดังมาจากหน้าต่างชั้นบนก็ขัดจังหวะทุกอย่างลง ร่างของธามันพุ่งเข้ามากอดรวินท์ไว้แน่นพร้อมกับผลักร่างของทั้งคู่ให้ล้มลงไปหลบหลังโต๊ะทำงาน ท่ามกลางเศษกระจกที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นห้อง ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางร่วมกับผมและตัวละครที่รักของผมนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ จอมยุทธ์เสื้อแพร
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%