เศษกระจกใสเกลื่อนกลาดสะท้อนแสงไฟนีออนจากด้านนอกราวกับเศษเพชรที่ถูกโปรยทิ้งอย่างไม่ไยดี กลิ่นดินปืนจางๆ ยังคงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่เงียบงันจนน่าอึดอัด ทว่าหัวใจที่กำลังเต้นโครมครามอยู่ในอกของคนทั้งคู่กลับดังกลบเสียงรอบข้างเสียสิ้น
"คุณสติหลุดไปแล้วหรือไงธามัน!"
เสียงหวาดวิตกเจือความเกรี้ยวกราดของรวินท์ดังขึ้นทันทีที่เขารู้สึกตัวว่าร่างของตนถูกอีกฝ่ายกดทับไว้ใต้แผ่นอกกว้าง ธามันไม่ได้ขยับหนี ใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวแก้มจนขนลุกชัน ทว่าแววตาของท่านประธานหนุ่มมาดนิ่งในยามนี้กลับไร้ซึ่งความตื่นตระหนก มีเพียงความดุดันและประกายความห่วงใยที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเยชาอย่างมิดชิด
"ถ้าผมไม่ทำแบบนั้น สมองคุณคงกระจายไปติดผนังห้องพร้อมกับกรอบรูปนั่นไปแล้วครับ รวินท์" ธามันตอบเสียงต่ำทุบกระชากใจ ปากก็ร้ายกาจไม่เคยเปลี่ยน แต่วงแขนที่โอบกอดเอวสอบของเขาไว้กลับกระชับแน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ ราวกับกลัวว่าสติสัมปชัญญะของตัวเองจะหลุดลอยหากปล่อยมือจากคนตรงหน้า
"ปล่อยผม! เลิกทำตัวเป็นฮีโร่ตกอับแล้วลุกขึ้นสักที" รวินท์ดิ้นขัดขืน ฝ่ามือบางดันลาดไหล่กว้างออกเต็มแรง ถึงปากจะเก่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหัวใจดวงน้อยกำลังเต้นรัวระทึกจนแทบจะกระโจนออกมานอกอก ยิ่งกลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมกับความอบอุ่นจากร่างกายของธามันแผ่ซ่านเข้ามา ยิ่งทำให้รวินท์รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง
ธามันยอมผละตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยดังเดิมราวกับเมื่อครู่ไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญใดๆ เกิดขึ้น มือหนาปัดเศษฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ผิดกับรวินท์ที่รีบดีดตัวลุกขึ้นยืนตาม จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่พร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้คนปากร้ายที่ยืนกอดอกมองมาด้วยสายตานิ่งสนิท
เหตุการณ์ลอบยิงเมื่อครู่ถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและตำรวจเข้ามาเคลียร์พื้นที่อย่างรวดเร็ว ปรากฏว่าเป็นฝีมือของคู่แข่งทางธุรกิจที่จ้างมือปืนมาข่มขู่มูลนิธิศิลปะ แต่โชคดีที่ไม่มีใครได้รับอันตรายถึงชีวิต ทว่าความตึงเครียดที่ค้างคาจากเรื่องงานเมื่อวานกลับไม่ได้คลี่คลายลงตามสถานการณ์ภายนอกเลยแม้แต่น้อย
เช้าวันถัดมา ณ ห้องประชุมใหญ่ของมูลนิธิศิลปะ บรรยากาศอึมครึมยิ่งกว่าวันฟ้าฝนคะนอง เอกสารโปรเจกต์นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยถูกกางแผ่หลาอยู่บนโต๊ะไม้สักทองตัวยาว รวินท์ในฐานะหัวหน้าฝ่ายศิลป์นั่งไขว่ห้าง สีหน้าบึ้งตึงไม่รับแขก ดวงตาเรียวรีจ้องมองชายหนุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประธานบริหารที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยแววตาพร้อมฟาดฟัน
"ผมไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอของคุณ ธามัน" รวินท์เปิดฉากขึ้นก่อน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมบาดลึก "การที่คุณจะให้ผมเปลี่ยนโทนสีของภาพเซ็ตนี้ทั้งหมดเพื่อให้เข้ากับรสนิยมของกลุ่มทุนหน้าใหม่ มันเป็นการทำลายจิตวิญญาณของงานศิลปะชัดๆ คุณเห็นงานศิลปะเป็นแค่สินค้าบานปลายที่รอวันตีราคาขายหรือไง"
ธามันเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร แววตาคมกริบมองสบกับคนดื้อรั้นที่นั่งอยู่ตรงข้าม นัยน์ตาคู่นั้นฉายแววความเหนื่อยอ่อนชั่วขณะก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความแข็งกร้าวตามวิสัยทัศน์นักบริหาร
"อย่าใช้อารมณ์ตัดสินงานรวินท์" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง "มูลนิธิของเราไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยความอติส่วนตัวของคุณ เงินทุนก้อนนี้คือลมหายใจของศิลปินฝึกหัดอีกหลายสิบชีวิต ถ้าเราไม่ยอมประนีประนอมกับตลาดทุน นิสัยหัวรั้นของคุณจะทำให้โปรเจกต์นี้ล่มไม่เป็นท่า จำใส่สมองไว้ด้วยว่าผมไม่ได้จ้างคุณมาวาดภาพเพื่อสนองอีโก้ส่วนตัว"
"อีโก้เหรอ?" รวินท์แค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธ มือเรียวตบลงบนโต๊ะประชุมดังป้าจนเอกสารกระเพื่อม "ที่คุณพูดออกมามันหมายความว่างานผมไม่มีค่าพอที่จะยืนหยัดด้วยตัวเองใช่ไหม? ถ้าคุณคิดว่างานศิลปะมันง้อเงินทุนขนาดนั้น ทำไมไม่ไปจ้าง AI วาดให้มันจบๆ ไปล่ะ จะมาเสียเวลาจ้างผมทำไม!"
"รวินท์!" ธามันลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ ดวงตาคมจ้องเขม็งมาที่คนปากเก่ง "อย่ามาพูดจาประชดประชันผมนะ คุณคิดว่าผมไม่รู้หรือไงว่าคุณทุ่มเทกับงานนี้แค่ไหน แต่โลกความเป็นจริงมันไม่ได้สวยงามเหมือนปลายพู่กันของคุณ! ถ้าไม่มีเงิน มูลนิธิเราจะเอาอะไรขับเคลื่อน ปากกัดตีนถีบอย่างคุณเคยคิดถึงภาพรวมบ้างไหม หรือคิดถึงแต่ความสุขบนผืนผ้าใบของตัวเองคนเดียว!"
"ใช่! ผมมันเห็นแก่ตัว!" รวินท์สวนกลับทันควัน ขอบตาร้อนผ่าวด้วยความคับแค้นใจแต่กัดฟันกรวดไม่ยอมให้น้ำตาหยดไหนไหลออกมาประจานความอ่อนแอ "ผมมันเป็นแค่ศิลปินกระจอกๆ ที่ไม่เข้าใจโลกธุรกิจอันสูงส่งของคุณหรอก งั้นก็เชิญท่านประธานผู้ยิ่งใหญ่ไปหาคนอื่นที่ยอมก้มหัวให้คุณเถอะ ผมไม่ทำแล้ว!"
สิ้นคำพูด รวินท์ก็คว้ากระเป๋าคู่ใจแล้วหมุนตัวเตรียมสาวเท้าเดินออกจากห้องประชุมด้วยความโมโหสุดขีด ทว่ายังไม่ทันที่มือเรียจะแตะถึงลูกบิดประตู ร่างสูงใหญ่ของธามันก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวด้วยความเร็วแสง มือหนาคว้าข้อแขนเรียวไว้แล้วออกแรงดึงกลับมากระแทกเข้ากับแผงอกกว้างอย่างแรง
"ปล่อยนะ!" รวินท์โวยวายพร้อมกับระดมกำปั้นทุบลงบนอกอีกฝ่ายไม่ยั้ง "บอกให้ปล่อยไง! จะมาบังคับผมถึงไหนอีก!"
"ผมบอกให้หยุดดื้อสักที!" ธามันตวาดลั่น น้ำเสียงที่เคยสุขุมเยือกเย็นบัดนี้เจือปนไปด้วยความหงุดหงิดและร้อนรน มือข้างหนึ่งรวบข้อมือทั้งสองข้างของรวินท์ไว้แน่นด้วยมือเดียว ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยทุยเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน ลมหายใจของทั้งคู่หอบกระชั้นชิดจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุที่แผดเผาอยู่รอบกาย
รวินท์ชะงักกึก เงยหน้าขึ้นมองคนปากร้ายที่ในยามนี้แววตากลับไหวระริกด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย
"คุณ..." รวินท์เม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นกระหน่ำไม่เป็นส่ำเมื่อระยะห่างระหว่างใบหน้าลดลงจนแทบไม่มีช่องว่าง "คุณจะทำอะไร..."
ธามันก้มหน้าลงมาจนหน้าผากชิดกัน ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่ฉายแววพยศอยู่เสมอ แต่ในวินาทีนี้กลับสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงที่เคยดุดันเปลี่ยนเป็นแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อยจนแทบจับสังเกตไม่ได้
"ผมไม่ได้อยากบังคับคุณ..." ธามันกระซิบแผ่วเบาริมฝีปากของคนดื้อรั้น ลมหายใจร้อนผ่าวรดรินอยู่บนกลีบปากนุ่ม "แต่ถ้าผมไม่ทำแบบนี้... คุณก็จะหาทางเดินหนีผมไปไกลทุกที รวินท์ คุณไม่รู้เลยหรือไงว่าทุกครั้งที่คุณทำท่าจะสะบัดก้นหนีไป หัวใจผมมัน..."
ประโยคสารภาพที่ถูกกลืนหายไปเมื่อจังหวะนั้นเอง ประตูห้องประชุมที่ไม่ได้ล็อกกลอนก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วของเลขาหน้าห้องที่ดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
"ท่านประธานคะ! มีแขกสำคัญมารอพบที่ห้องรับรอง—อุ๊ย!"
ธามันผละออกจากรวินท์ทันทีด้วยความหงุดหงิดระคนตกใจ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงสนิทในขณะที่รวินท์รีบยกมือขึ้นเช็ดริมฝีปากลวกๆ ใบหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความเขินอายปนตกใจสุดขีด
แขกผู้มาเยือนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคายของบุคคลที่ไม่คาดฝัน พร้อมกับคำพูดที่ทำให้บรรยากาศในห้องหยุดชะงักลงทันที
"ขอโทษทีครับที่ขัดจังหวะพอดี... ดูเหมือนว่าผมจะมาผิดเวลาสินะครับ ท่านประธานธามัน"
[จอมยุทธ์เสื้อแพรขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนที่ 24 นี้ด้วยนะครับ]
เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม•ตอนที่ 24
การปะทะกันทางวิสัยทัศน์
ผลงานโดย จอมยุทธ์เสื้อแพร
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (จอมยุทธ์เสื้อแพร)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของคนปากร้ายคือปลายพู่กันของผม นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!