กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 18

กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"กำไรสามส่วนในมือพ่อค้าคนกลาง... ท่านอ๋องคิดว่ามันมากพอจะซื้อความภักดีของกองทัพพิทักษ์ชายแดนสักกี่ร้อยนายเล่าเพคะ?" น้ำเสียงราบเรียบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ยามไร้ลมปราณ ทว่ากลับบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง หลินฟางเซียนนั่งอยู่เบื้องโต๊ะไม้ฮวาหลีสลักลวดลายเมฆมงคล อาภรณ์ผ้าต่วนสีนิลสนิทปักดิ้นทองลายหงส์เหินขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องดั่งหยกขาวบริสุทธิ์ เส้นผมสีดำสนิทถูกเกล้าขึ้นด้วยปิ่นหยกมันสำปะหลังอย่างประณีต ขัดกับบรรยากาศตึงเครียดของห้องโถงรับรองในคฤหาสน์ตระกูลหลั่งน้ำตาเขตการค้าเสรีได้อย่างสิ้นเชิง เบื้องหน้านางคือ ฉินจวินอวี้—บุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพพทักษ์บูรพา ผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ดุร้าย และไม่เคยไว้หน้าผู้ใด เขาสวมชุดคลุมผ้าไหมปักลายกิเลนสีครามเข้ม แผ่รังสีอำมหิตออกมารอบกายจนพ่อค้าท้องถิ่นที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น ทว่าดวงตาคมกริบราวพญาเหยี่ยวคู่นั้นกลับจดจ้องเพียงสตรีตรงหน้า มิได้ใส่ใจเศษสวะที่หวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย "เจ้ากำลังเล่นกับไฟ ฟางเซียน" ฉินจวินอวี้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงต่ำทุบทำลายความเงียบราวกับเสียงก้อนน้ำแข็งกระทบกัน "การกระจายสินค้าจากเขตอุตสาหกรรมใหม่ไปยังหัวเมืองเหนือและใต้ มิใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยคำพูดสวยหรูเพียงไม่กี่คำ เครือข่ายการค้าเดิมถูกผูกขาดโดยตระกูลใหญ่มานับร้อยปี การที่เจ้าดึงดันจะใช้ 'กลยุทธ์ป่าล้อมเมือง' ตัดตอนพ่อค้าคนกลางเช่นนี้ เท่ากับเจ้าประกาศสงครามกับขุนนางครึ่งราชสำนัก" หลินฟางเซียนยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมละมุนของชาผู่อี้ลอยกรุ่นขึ้นปะทะนาสิก นางไม่รีบร้อนตอบ รอจนกระทั่งรสชาติขมปร่าเจือหวานจางหายไปบนปลายลิ้น จึงเงยหน้าขึ้นสบตาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "สงคราม? หม่อมฉันเรียกว่า 'การชำระล้าง' ต่างหากเพคะท่านอ๋อง" นางแย้มยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกหนสันหลังวาบ "ตระกูลใหญ่เหล่านั้นสูบเลือดเนื้อราษฎรมานานเกินไปแล้ว ยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไม่มีพื้นที่ให้ปลิงดูดเลือดเติบโตหรอกเพคะ หากเราไม่เริ่มกระจายสินค้าผ่านสหกรณ์ชุมชนและเครือข่ายรากหญ้าตั้งแต่ตอนนี้ เมื่อถึงยามที่ราชสำนักกวาดล้างภาษีการค้า สินค้าของเราก็จะกลายเป็นสิ่งเดียวที่ผูกขาดตลาดทั้งหมดโดยปริยาย... ท่านอ๋องผู้ทรงปรีชาญ์ คิดว่าหมากตานี้ คุ้มค่าพอที่จะเสี่ยงหรือไม่เล่าเพคะ?" ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ฉินจวินอวี้จ้องมองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ในความดุร้ายเยือกเย็นของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชน บัดนี้กลับมีความระคนชื่นชมซ่อนอยู่ลึกๆ สตรีผู้นี้มิได้มีดีเพียงรูปโฉม แต่นางมองเกมขาด ยิ่งกว่าขุนนางเฒ่าในท้องพระโรงเสียอีก "ดี..." น้ำเสียงทุบต่ำเอ่ยลอดไรฟัน "ในเมื่อเจ้ากล้าเดิมพันถึงเพียงนี้ ข้าก็จะเปิดทางสะดวกให้กองกำลังคุ้มกันสินค้าของเจ้าผ่านด่านภาษีบูรพาได้เป็นเวลาสามเดือน แต่จำไว้... หากเจ้าพลาดพลั้ง สินค้าทั้งหมดรวมถึงหัวของเจ้า จะต้องตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว" "หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่รู้แน่ว่าตัวเองจะแพ้เพคะ" หลินฟางเซียนตอบรับด้วยน้ำเสียงมั่นคง เด็ดขาด และเปี่ยมด้วยเสน่ห์อันตราย ทว่า ในวินาทีที่การเจรจาลุล่วงและบรรยากาศกำลังผ่อนคลายลง เสียงฝีเท้าเร่งรีบขององครักษ์เงาก็ดังขึ้นจากนอกห้อง ก่อนที่ประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง "ท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" องครักษ์ในชุดดำสนิทคุกเข่าลงด้วยท่าทางตื่นตระหนก เม็ดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก "สายลับของเราจากเมืองหลวงส่งม้าเร็วด่วนที่สุดมาแจ้งว่า... พระราชโองการลับฉบับใหม่ถูกประกาศกร้าวแล้ว ทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลหลั่งน้ำตาถูกอายัด และชื่อของ 'กุนซือหลิน' ถูกขึ้นบัญชีดำเป็นกบฏแผ่นดิน!" ถ้วยชาในมือของฉินจวินอวี้หยุดชะงักกลางอากาศ รังสีอำมหิตแผ่พุ่งทะลักออกมาจากร่างของเขาราวกับคลื่นพายุคลั่ง ในขณะที่หลินฟางเซียนยังคงนั่งนิ่งดั่งหินผา ทว่าดวงตากลับหรี่ลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างไม่มีใครคาดคิด ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคลื่นลมแห่งยุคเปลี่ยนผ่านนี้ไปพร้อมกับข้าพเจ้า หวังว่าทุกท่านจะยังคงกำชับอาภรณ์และก้าวตามข้ามาในตอนต่อไปด้วยความตื่นเต้นนะครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%