"ป้ายไม้สลักอักษรทองคำเปลวชุดนี้ สั่งทำขึ้นพิเศษจากโรงไม้สกุลจางในอำเภอหลินฮุ่ย ลายเส้นตวัดพู่กันแบบอักษรเยี่ยนซูแสดงถึงความมั่นคงและเที่ยงตรง... หากเจ้าจะใช้มันตบตาพวกพ่อค้าคนกลางจากเมืองหลวง เกรงว่าความประณีตเกินงามเช่นนี้ จะรังแต่จะดึงดูดสายตาจากเหล่าสุนัขล่าเนื้อของสภาอุตสาหกรรมมณฑลเสียเปล่าๆ"
ปลายนิ้วสอบกร้านแดดและลมสนธยาของฉินจวินอวี้เคาะเบาๆ ลงบนแผ่นป้ายไม้จันทน์หอม ชายผ้าคลุมไหล่ปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินสะท้อนแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดวับวาวในความสลัว ยามนี้ร่างสูงใหญ่ในชุดสไตล์สาธารณรัฐผสมผสานความเคร่งขรึมแบบนักรบโบราณผู้นี้ กำลังยืนพิงกรอบหน้าต่างไม้เก่าคร่ำคร่า สายตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทุ่งราบมองตรงไปยังร่างบอบบางที่นั่งอยู่เบื้องโต๊ะไม้ไผ่
หลินฟางเซียนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขคำนวณต้นทุน นางกำลังใช้พู่กันขนกระต่ายแตะหมึกดำสนิท บรรจงขีดเขียนตัวเลขสถิติผลผลิตลูกพลับแห้งและชาสมุนไพรป่าลงในสมบัญชีเล่มหนา เครื่องแต่งกายของนางวันนี้เรียบง่ายแต่ทรงสง่า เสื้อคอจีนผ้าฝ้ายสีครามเข้มทับด้วยกั๊กผ้าไหมปักลายใบไผ่สีเทาอ่อน เส้นผมยาวสลวยถูกรวบเก็บไว้ด้วยปิ่นไม้ไผ่เรียบๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและกรอบหน้าที่สะท้อนประกายปัญญาเฉียบคม
"ท่านอ๋อง... ท่านเข้าใจคำว่า 'การสร้างแบรนด์' ในยุคเปลี่ยนผ่านนี้ผิดไปเสียแล้ว"
ฟางเซียนวางพู่กันลงช้าๆ น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น แต่ทรงพลังพอจะสะกดบรรยากาศตึงเครียดในห้องทำงานคับแคบให้สงบลงได้ นางเงยหน้าขึ้นสบตาบุรุษผู้กุมอำนาจกองทัพชายแดนผู้เย่อหยิ่ง ดวงตาคู่คมของนางพราวระยับด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก "ในยุคที่บ้านเมืองกำลังก้าวข้ามผ่านความตกต่ำ ผู้คนโหยหาความน่าเชื่อถือยิ่งกว่าสิ่งใด ป้ายไม้ที่หยาบกระด้างบอกถึงความประหยัด แต่ป้ายไม้ที่ประณีตและมีที่มาอันชัดเจน บอกถึง 'คุณภาพ' และ 'ศักดิ์ศรี' ของผู้ผลิต... ข้าไม่ได้กำลังค้าขายกับพ่อค้าคนกลางระดับล่าง แต่เรากำลังจะผูกขาดตลาดส่งออกผลผลิตเกษตรแปรรูปประจำมณฑลต่างหาก"
ฉินจวินอวี้แค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาที่มักราบเรียบดุจน้ำแข็งปรากฏร่องรอยแห่งความทึ่งวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มเยارหยันตามนิสัย "เจ้าเด็กเหลือขอจากหมู่บ้านหลงเหมิน กล้าหาญถึงขั้นคิดจะผูกขาดตลาดการค้าของมณฑลเชียวหรือ? ลืมไปแล้วหรือว่าเบื้องหลังสภาอุตสาหกรรมเหล่านั้น มีตระกูลขุนนางเก่าแก่คอยหนุนหลังอยู่?"
"ข้าไม่เคยลืม" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่วงท่าการเดินของนางสง่างามราวกับนางพญาหงส์ที่ก้าวเดินบนลานหยกขาว แม้สถานที่แห่งนี้จะเป็นเพียงห้องเก็บพืชผลทึบแสงในเขตชนบท แต่นางกลับทำให้มันดูราวกับท้องพระโรงอันยิ่งใหญ่ "และเพราะข้ารู้ดีว่าพวกมันมีใครหนุนหลัง ข้าจึงต้องใช้ 'กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคน' อย่างไรเล่า"
นางก้าวเข้าไปใกล้ฉินจวินอวี้ทีละก้าว กลิ่นอายจางๆ ของชาสมุนไพรและหมึกจีนลอยกรุ่นผสานกับกลิ่นบุรุษเฉพาะตัวของอีกฝ่าย ระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงคืบเดียว จนสัมผัสได้ถึงไออุ่นแผ่วเบาจากร่างกายที่ผ่านสมรภูมิมาโชกโชน
"เจ้าหมายความว่าอย่างไร?" ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณนักรบเตือนภัยให้รู้ว่าสตรีตรงหน้ากำลังวางหมากตากที่อันตรายยิ่ง
"วันพรุ่งนี้ จะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสถิติการเกษตรจากส่วนกลางเดินทางมาตรวจเยี่ยมสหกรณ์ตำบลของเรา..." ฟางเซียนโน้มตัวเข้าไปกระซิบชิดริมหางตาของชายหนุ่ม น้ำเสียงของนางแผ่วเบาแต่ชัดถ้อยชัดคำ "และคนที่นำทางพวกเขามา คือสหายเก่าของท่าน... แม่ทัพรองหลี่ผู้ควบคุมกองกำลังเสบียง"
ฉินจวินอวี้ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นที่มุมปากหนา "เจ้าไปติดต่อกับตาแก่หลี่ผู้นั้นตั้งแต่เมื่อไหร่? เขาเป็นคนของฝั่งตระกูลซย่าผู้หยิ่งยโส มิใช่หรือ?"
"คนยโสย่อมพ่ายแพ้ต่อผลประโยชน์ที่คานอำนาจได้เสมอ" ฟางเซียนยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า "ลูกพลับแห้งสูตรหมักน้ำผึ้งป่าและชาโสมหิมะที่เรากำลังแปรรูปส่งออกนี้ จะถูกบรรจุในหีบไม้ประทับตรากองทัพ... ภายใต้ข้ออ้างว่าเป็นการ 'บำรุงขวัญทหารแนวหน้า' ท่านคิดว่า หากสภาอุตสาหกรรมกล้าเข้ามาขัดขวางการค้าของเรา พวกเขาจะถูกข้อหาอะไรจากกองทัพ?"
ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ฉินจวินอวี้จ้องมองสตรีตรงหน้านิ่งนาน แววตาที่เคยมีแต่ความเย่อหยิ่งและระแวดระวัง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความลุ่ม1ลึกและชื่นชมอย่างปิดไม่มิด สตรีผู้นี้มิใช่เพียงแค่ฉลาดล้ำเลิศ แต่นางยังมีหัวใจที่เด็ดเดี่ยวราatเหล็กกล้า นางไม่ได้แค่เล่นเกมการค้า แต่นางกำลังใช้กฎหมายและการทหารมาเป็นหมากในกระดานธุรกิจของตนเองอย่างแนบเนียน
"เจ้ามัน... ปีศาจจำแลงกายมา Rõๆ" ฉินจวินอวี้เอמהเสียงทุ้มต่ำ แววตาวาวโรจน์ด้วยความเสน่หาที่ซ่อนเร้นอยู่ใต้ท่าทีเยือกเย็น มือใหญ่เอื้อมออกไปหมายจะเชยคางมนของนางขึ้นมาพิจารณาใกล้ๆ
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะทันได้สัมผัสผิวเนียนนุ่ม เสียงฝีเท้าเร่งรีบราวกับห่าฝนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือนพัก ตามด้วยเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหว
"เรียนท่านอ๋อง! กุนซือหลิน! เกิดเรื่องใหญ่แล้วขอรับ!"
เสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของทหารยามหน้าประตูทำให้ทั้งสองผละออกจากกันทันที ประตูไม้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เผยให้เห็นร่างของรองแม่ทัพหลี่ที่หอบหายใจจนตัวโยน ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด หยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมเต็มกรอบหน้า
"มีเรื่องอันใด? เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้!" ฉินจวินอวี้ตวาดเสียงกร้าว บรรยากาศรอบตัวแผ่ไอสังหารเยือกเย็นออกมาวูบหนึ่ง
รองแม่ทัพหลี่คุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว รีบรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ทะ... ท่านอ๋อง กุนซือหลิน! ขบวนสินค้าแปรรูปชุดแรกที่จะส่งออกไปยังมณฑลเหนือ ถูกปล้นกลางทางโดยกองโจรลึกลับ... และ... และในที่เกิดเหตุ มีจดหมายผนึกตราประทับลับจากเมืองหลวง วางทิ้งไว้บนศพของคนคุ้มกัน พร้อมกับถ้วยชาเคลือบหยกขาวที่บรรจุ... ยาพิรุณสลายกระดูก!"
ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เฉินเว่ยสายลุย
กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 6
แผนการค้าล้ำสมัย
ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!