กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 5

ยาถอนพิษในโรงครัว

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"หากท่านยังดึงดันจะใช้เข็มเงินเก้าเล่มนี้กดจุดชีพจร ‘ชี่ไห่’ ของเด็กน้อยผู้นี้ เกรงว่าอีกไม่ถึงหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) โลหิตดำทะחลักออกทวารทั้งเจ็ดคงไม่ใช่เรื่องเกินจริง" สุ้มเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังกังวานราวกับหยกกระทบกันดังขึ้น ท่ามกลางความตื่นตระหนกโกลาหลภายในโรงครัวประจำหมู่บ้านชายแดน แสงควันสีเทาจากเตาฟืนและกลิ่นอายความอับชื้นของธัญญาหารในยุคเปลี่ยนผ่านไม่ได้ทำให้สมาธิของสตรีในชุดผ้าฝ้ายดิบสีหม่นลดทอนลงแม้แต่น้อย หลินฟางเซียนก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามาด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคงและเงียบเชียบ อาภรณ์เรียบง่ายหาได้ลดรัศมีอันเยือกเย็นและสง่างามที่ติดตัวมาจากห้วงความทรงจำอันลึกล้ำไม่ นางกวาดสายตาคมกริบดั่งเหยี่ยววาดผ่านหมอพื้นบ้านชราผู้กำลังมือไม้สั่นเทา ถือเข็มเงินยาวสั่นระริกอยู่เบื้องร่างของเด็กชายวัยเจ็ดขวบที่นอนตัวงอเกร็ง ริมฝีปากเขียวคล้ำจากพิษของราก ‘อัสนีอัสดง’ ที่ปะปนมากับหัวมันเทศป่า "เจ้า... เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาขัดขวางการรักษาของข้า!" หมอเฒ่าหน้าซีดเผือดด้วยความโกรธและหวาดกลัว เอ่ยตวาดเสียงสั่นเพื่อกลบเกลื่อนความไร้ความสามารถของตน ฟางเซียนไม่แม้แต่จะปรายตามองคู่สนทนา นางก้าวเข้าไปประชิดเตียงไม้ไผ่ มือเรียวบางดั่งลำหญ้าวกพลิ้วไหวด้วยความรวดเร็วจนเกิดภาพติดตา ปลายนิ้วเรียวกดลงบนจุดชีพจรสำคัญของเด็กชายอย่างแม่นยำรากับจับวางด้วยไม้บรรทัดเหล็ก พลังลมปราณอุ่นร้อนที่หลงเหลือจากชาติภพก่อนถูกโคจรผ่านปลายนิ้วสะกัดกั้นพิษร้ายไม่ให้ลุกลามเข้าสู่หัวใจได้อย่างฉับพลัน "หากท่านยังรั้นใช้เข็มเงินแทงลงไปโดยไม่ดูโครงสร้างกระดูกซี่โครงที่ผิดรูปแต่กำเนิดของเด็กคนนี้ พิษจะไม่ถูกขับออก แต่จะถูกเร่งให้พุ่งตรงสู่สมอง หมอเฒ่า... ท่านอยากรักษาคน หรืออยากส่งวิญญาณเด็กน้อยให้ยมบาลกันแน่" คำพูดเยือกเย็นบาดลึกราวกับคมมีด ทำให้หมอชราถอยหลังกรูดจนล้มลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้นโรงครัว ท่ามกลางเสียงฮือฮาตกตะลึงของชาวบ้านที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่รอบด้าน ในมุมมืดของโรงครัว เงาร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินเข้มขรึมยืนกอดอกพิงเสาไม้เก่าคร่ำคร่า ดวงเนตรคมปลาบดูลุ่มลึกและดุดันดั่งพญาเสือโคร่งที่กำลังซุ่มมองเหยื่อ ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย มุมปากหยักลึกยกยิ้มเย้ยหยันระคนสนใจ สตรีผู้นี้... ไม่เพียงแต่มีความรู้ลึกซึ้งเรื่องสมุนไพรหายาก นางยังมีความเด็ดขาดและกล้าหาญที่จะหักหน้าหมอประจำถิ่นท่ามกลางผู้คนนับสิบได้อย่างเลือดเย็น "ถ้าเจ้ามั่นใจนักว่าเก่งกล้าสามารถ แล้วมีปัญญาถอนพิษรากอัสนีอัสดงนี่ภายในก้านธูปเดียวหรือไม่เล่า?" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน ฉินจวินอวี้ก้าวเท้าออกมาจากเงาสลัว กลิ่นอายกดดันอันทรงพลังของแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบและนองเลือดมาโชกโชนแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ จนชาวบ้านต่างพากันก้มหน้าหลบสายตาด้วยความหวาดกลัว ฟางเซียนชะงักมือไปชั่วลมหายใจ นางไม่ได้หันไปมองเจ้าของเสียงทันที แต่สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการผสมผงสมุนไพรสีเขียวมรกตจากถุงผ้าข้างกายลงในถ้วยน้ำอุ่น นางเอ่ยตอบโดยไม่เกรงกลัวต่ออำนาจมืดที่กดทับลงมาแม้แต่น้อย "พิษระดับนี้ หากเป็นคนไร้ความสามารถย่อมต้องใช้เวลาสามวันเจ็ดวันในการขับออก แต่สำหรับข้า... แค่เค่อเดียวก็เกินพอแล้ว ท่านอ๋อง... หรือว่าท่านคิดจะลองเดิมพันกับชีวิตเด็กคนนี้ดูสักตั้ง?" คำว่า "ท่านอ๋อง" ที่หลุดออกมาจากริมฝีปากของนาง ทำให้ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงแคบกว่าเดิม รังสีสังหารวาดผ่านแววตาชั่ววูบ ไม่มีใครในหมู่บ้านนี้ล่วงรู้ฐานะที่แท้จริงของเขา เหตุใดสตรีบ้านนอกคอกนาผู้นี้จึงล่วงรู้ และที่สำคัญ... นางไม่มีท่าทีหวาดกลัวเขาเลยแม้แต่น้อย ราวกับนางเคยยืนเคียงข้างบุรุษที่สูงศักดิ์กว่านี้มานับไม่ถ้วน "บังAอาจนัก!" ผู้ติดตามคนสนิทของท่านอ๋องชักกระบี่ออกจากฝักครึ่งหนึ่ง หมายจะเข้าไปสั่งสอนสตรีจองหงอง "หุบปาก!" ฉินจวินอวี้สะบัดมือห้ามปรามเสียงเข้ม สายตาคมปลาบยังคงตรึงอยู่ที่ใบหน้าอันนิ่งสงบของฟางเซียน "หากเด็กนี่ตาย เจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิตของเจ้าเอง" "หากรอด... ท่านต้องยกสิทธิ์ในการจัดการคลังเสบียงของกองทัพในเขตนี้นصفหนึ่งให้ข้า" ฟางเซียนสวนกลับทันควันอย่างไร้ความลังเล รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างท้าทาย ฉินจวินอวี้แค่นหัวเราะในลำคอด้วยความขบขันและประหลาดใจ สตรีผู้นี้ช่างกล้ามนุษย์ยิ่งนัก กล้าต่อรองผลประโยชน์กับพยัคฆ์ร้ายกลางวงล้อมอำนาจ นางไม่รอช้า ใช้ด้ามช้อนไม้กดลงที่โคนลิ้นของเด็กน้อยจนอาเจียนเอาโลหิตสีดำคล้ำออกมาพร้อมก้อนลิ่มเลือดพิษ จากนั้นจึงกรอกน้ำยาถอนพิษรสขมฝาดลงไปอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด เพียงชั่วเวลาไม่ถึงก้านธูป ลมหายใจที่เคยติดขัดของเด็กชายก็กลับมาสม่ำเสมอ สีหน้าที่เขียวคล้ำเริ่มเปลี่ยนเป็นอบอุ่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เสียงถอนหายใจด้วยความโล่งอกของชาวบ้านดังระงมไปทั่วโรงครัว หมอเฒ่าหน้าซีดเผือดคลานหนีหายไปกับฝูงชนอย่างเงียบเชียบ ฟางเซียนปัดมือเบาๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้เยือกเย็น ทว่าก่อนที่นางจะได้เอ่ยทวงสัญญา จู่ๆ ทหารม้าเร่งด่วนก็ควบตะบึงเข้ามาหน้าโรงครัว ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับเสียงรายงานที่สร้างความตื่นตระหนกไปทั่ว "เรียนท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ... มีราชโองการลับจากเมืองหลวงส่งตรงมาถึงค่ายพัก ทหารหลวงเคลื่อนพลปิดล้อมเส้นทางเสบียงทั้งหมดแล้ว!" ฉินจวินอวี้หน้าเปลี่ยนสีไปวูบหนึ่ง รังสีอำมหิตแผ่พุ่งออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับพายุคลั่ง เขากวาดสายตากลับมามองฟางเซียนที่ยังคงยืนสงบนิ่ง ท่ามกลางสถานการณ์อันหน้าสิ่วหน้าขวาน และในวินาทีนั้นเอง สายตาทั้งคู่ก็ประสานกันอย่างมีความหมาย ลึกซึ้งและเต็มไปด้วยเกมการเมืองที่กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างดุเดือด ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%