กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 7

สายตาที่จับจ้อง

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
เสียงกระเบื้องเคลือบสีครามกระทบโต๊ะไม้จันทน์ดัง “กริ๊ก” เบาๆ ทว่ากลับบาดลึกเข้าไปในความเงียบงันภายในห้องโถงต้อนรับอย่างยิ่งยวด หลินฟางเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขแผ่นบางที่นางกำลังใช้วาดโครงสร้างระบบชลประทานและผังการหมุนเวียนพืชผล ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหญ้าคาที่จับพู่กันขนกระต่ายไว้นั้นมั่นคงและแม่นยำ ทุกเส้นสายที่จรดลงไปล้วนเต็มไปด้วยหลักการทางเศรษฐศาสตร์และการบริหารจัดการทรัพยากรที่คนยุคนี้ไม่สมควรจะล่วงรู้ด้วยซ้ำ "เจ้าอายุเท่าใดกันแน่... แม่นางหลิน?" สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงก้อนหินกระทบกันในลำธารน้ำแข็งดังขึ้น ทรงอำนาจและกดดันจนทำให้พ่อบ้านชราที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องก้มหน้าหลบสายตา ฉินจวินอวี้ในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ซ่อนลายเมฆสีดำสนิท ทรวดทรงสูงสง่าดั่งหอคอยเหล็กที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานชั่วคราวของนาง ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายจ้องเขม็งมาที่นางราวกับต้องการจะทะลุทะลวงเข้าไปในห้วงความคิดของสตรีตรงหน้า หลินฟางเซียนหยุดพู่กันในมือชั่วขณะ นางค่อยๆ วางมันลงบนแท่นหินฝนหมึกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตักับบุรุษผู้ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในดินแดนชายแดนบูรพาผู้นี้ ใบหน้างามสงบราวน้ำในบึงลึก ไม่มีร่องรอยของความหวาดกลัวหรือความลิบลับให้เห็นแม้แต่น้อย นางแย้มยิ้มบางเบาที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนน่าประหลาด "อายุขัยของคนเราวัดกันที่ตัวเลข หรือวัดกันที่ปัญญาในการพลิกสถานการณ์เล่าเพคะ? ท่านอ๋อง" ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างสูงใหญ่จนบรรยากาศรอบตัวราวกับลดต่ำลงหลายองศา ในความทรงจำของเขาสตรีในยุคสมัยนี้ควรจะก้มหน้าถักปักร้อยและรอคอยคำสั่งจากบุรุษ แต่นانหลินฟางเซียนผู้นี้กลับนำเสนอแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจหมู่บ้านชายแดนที่ล่มสลายให้กลับฟื้นคืนชีพได้ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเดือน แถมยังวิเคราะห์โครงสร้างภาษีและการขนส่งสินค้าในยุคเปลี่ยนผ่านได้อย่างลึกซึ้งทะลุปรุโปร่ง ราวกับนางเคยผ่านสมรภูมิการค้าและการเมืองมาแล้วนับร้อยปี "แผนการปฏิรูปการเกษตรและระบบแลกเปลี่ยนสินค้าที่เจ้าเสนอเมื่อเช้า... แม้แต่ขุนนางขั้นหนึ่งในราชสำนักเมืองหลวงยังต้องใช้เวลาพิจารณานับแรมปี แต่เจ้าใช้เวลาเพียงค่ำคืนเดียวในการเขียนมันออกมาด้วยซ้ำ" ฉินจวินอวี้ก้าวเท้าเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกหนึ่งก้าว เงาร่างสูงใหญ่ทอดทับร่างของนางจนมิด "เจ้าเป็นใครกันแน่? สายลับจากตระกูลใด หรือว่าเป็นปีศาจจำแลงกายมาเพื่อทดสอบกองกำลังของข้า?" คำถามนั้นไม่ใช่การหยอกเย้า แต่เป็นการคาดคั้นที่พร้อมจะปลิดชีพหากคำตอบไม่เป็นที่น่าพอใจ ทว่าหลินฟางเซียนกลับไม่สะดุ้งสะเทือน นางลุกขึ้นยืนช้าๆ จัดชายเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีครามเข้มให้เรียบร้อยอย่างมีมารยาท ชุดที่นางสวมใส่แม้จะเรียบง่ายไร้เครื่องประดับหรูหราตามแบบฉบับสตรีสูงศักดิ์ แต่ท่วงท่าการเดินและการยืนกลับสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ที่หลุดลอยมาจากราชสำนักชั้นใน "หากหม่อมฉันเป็นสายลับ ท่านอ๋องคงไม่ได้ยืนสนทนากับหม่อมฉันอย่างสงบเช่นนี้หรอกเพคะ... อีกอย่าง" นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตาคู่สวยฉายประกายท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว "ในยุคที่บ้านเมืองกำลังเปลี่ยนผ่าน ข้าวปลาอาหารมีค่ามากกว่าทองคำ และอำนาจไม่ได้อยู่ในมือของผู้ที่มีตระกูลสูงส่ง หากแต่อยู่ในมือของผู้ที่กุมเศรษฐกิจและความอยู่รอดของราษฎร ท่านอ๋องเองก็ทรงทราบดีมิใช่หรือเพคะว่า กองทัพของท่านจะยืนหยัดอยู่ได้อีกนานแค่ไหน หากท้องพระคลังว่างเปล่าเช่นนี้" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้าเป้าหมายราวดอกธนูที่ปักกลางดวงใจ ฉินจวินอวี้ชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนทึ่ง สตรีผู้นี้มิเพียงแต่ฉลาดเป็นกรด แต่นางยังมองทะลุถึงปัญหาคอขาดบาดตายที่เขากำลังปิดบังไว้จากราชสำนักได้ทั้งหมด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องโถงอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหนาวที่พัดผ่านหน้าต่างกระดาษสาด้านนอก ฉินจวินอวี้จ้องมองใบหน้าเนียนละเอียดไร้ที่ติของสตรีเบื้องหน้า หัวใจที่เคยด้านชาและเย็นเยียบมาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกสนเท่ห์และความปรารถนาที่จะครอบครองสติปัญญาอันล้ำเลิศนี้ไว้ข้างกายเริ่มกัดกินความระแวงสงสัยทีละน้อย "ดี..." น้ำเสียงของท่านอ๋องผ่อนคลายลงเล็กน้อย แต่แววตายังคงคมปลาบ "ในเมื่อเจ้าอาจหาญล่วงรู้ความลับของกองทัพถึงเพียงนี้ ข้าก็อยากจะรู้เหมือนกันว่า... แผนการค้าข้ามพรมแดนที่เจ้าเสนอในแผนผังนี้ เจ้าจะทำให้มันสำเร็จได้อย่างไรในเมื่อตระกูลพ่อค้าเก่าแก่ทางเหนือต่างพากันปิดประตูใส่หน้าเรา" หลินฟางเซียนแย้มยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของผู้กุมชัยชนะ "เรื่องนั้นง่ายมากเพคะ เพียงแค่ท่านอ๋องอนุญาตให้หม่อมฉัน... ใช้ชื่อของท่านในการเจรจาครั้งนี้" ฉินจวินอวี้เลิกคิ้วขึ้นสูง "ใช้ชื่อข้า? เจ้าคิดจะเอาชื่อเสียงของแม่ทัพใหญ่ไปเดิมพันกับการค้าขายกับพวกโจรป่าหรืออย่างไร?" "มิใช่โจรป่าเพคะ แต่เป็นเครือข่ายพ่อค้าใต้ดินที่ทรงอิทธิพลที่สุดในสามมณฑล" หลินฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ ประจำตัวของสมุนไพรและหมึกจีนโชยเข้าจมูกของบุรุษร่างสูง "และหม่อมฉันมั่นใจว่า... พวกเขาจะปฏิเสธข้อเสนอของท่านอ๋องไม่ได้อย่างแน่นอน" ในวินาทีที่ฉินจวินอวี้กำลังจะเอ่ยปากซักถามถึงแผนการอันล้ำลึกนั้น ทันใดนั้นเอง เสียงฝีเท้าเร่งรีบและหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตูเรือน ตามมาด้วยเสียงเคาะประตูดังรัวและเสียงรายงานด้วยความตื่นตระหนกขององครักษ์คนสนิท "ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!" ฉินจวินอวี้ขมวดคิ้วมุ่น หันไปทางประตูด้วยแววตาดุดัน "มีเรื่องอันใด? ถึงได้ลนลานเสียมารยาทเช่นนี้!" องครักษ์หนุ่มผลักประตูเข้ามาด้วยความรีบร้อน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาก้มลงคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ก่อนจะเอ่ยรายงานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "มี... มีพระราชโองการลับจากเมืองหลวง... ส่งตรงมาถึงมือท่านอ๋องแล้วพ่ะย่ะค่ะ และ... และคนที่นำมาส่งคือกุนซือเฒ่าผู้เป็นมือขวาของเสนาบดีฝ่ายซ้าย พ่วงมาด้วยกองกำลังองครักษ์หลวงที่ปิดล้อมเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านไว้หมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!" หลินฟางเซียนหุบยิ้มทันที แววตาคู่คมเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นมาฉับพลัน นางหันไปมองสบตากับฉินจวินอวี้ที่เวลานี้ใบหน้ากลับมืดมนลงดั่งเมฆฝนยามพายุใหญ่กำลังจะมาเยือน ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%