กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 16

บาดแผลที่ปิดซ่อน

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
คราบโลหิตสีคล้ำบนฉลองพระองค์ผ้าไหมปักดิ้นทองลายพยัคฆ์คำราม ส่งกลิ่นคาวสนิมจางคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายสุราชั้นดีในห้องทรงอักษร หลินฟางเซียนมิได้เอ่ยคำพร่ำเพ้อรำพันใดให้มากความ นางเพียงก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าเงียบเชียบดั่งป무ยเมฆเคลื่อนคล้อย อาภรณ์ผ้าแพรสีฟ้าครามปักลายดอกเหมันต์ไหวระริกตามจังหวะการเดิน แววตาคู่คมกริบดั่งกระบี่ซ่อนฝักกวาดมองแผ่นหลังกว้างที่กำลังสั่นเทิ้มด้วยพิษไข้และบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ซ้าย "ท่านอ๋อง... หากท่านยังดื้อดึงไม่ยอมให้ข้าทำแผล เกรงว่าแขนข้างนี้คงต้องถูกตัดทิ้งก่อนที่ท่านจะได้เหยียบย่างกลับเข้าสู่เมืองหลวงเสียกระมังครับ" น้ำเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบขาดดังขึ้นทำลายความเงียบ ฉินจวินอวี้ค่อยๆ เงยพระพักตร์ขึ้นจากโต๊ะไม้จันทน์แดง ดวงเนตรคมปราบราวเหยี่ยวภูเขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยความดื้อรั้นระคนหยันหยัน รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมพระโอษฐ์ซีดเซียว "เจ้ากล้าดีอย่างไรมาออกคำสั่งกับเรา หลินฟางเซียน... คนในกองทัพต่างรู้ดีว่าความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว บาดแผลแค่นี้ ไยต้องสำแดงความอ่อนแอให้ผู้ใดสมเพช" "ความตายย่อมไม่น่ากลัวสำหรับผู้บัญชาการทหารนับหมื่น แต่มันน่าขันนักหากแม่ทัพผู้เกรียงไกรต้องมาสิ้นชื่อเพราะแผลติดเชื้อหนองเพียงเพราะความถือดี" ฟางเซียนตอบกลับทันควันโดยไม่หลบสายตา นางสาวเท้าเข้าไปใกล้จนได้กลิ่นไอความดุดันและลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือด้วยพิษไข้ นางหยิบกรรไกรเงินเล่มบางขึ้นมา ปลายคมวาววับสะท้อนกับแสงตะเกียงน้ำมันหอม นางมิได้รอให้เขาอนุญาต เรียวิ้วเรียวยาวเอื้อมไปปลดสายคาดเอวและฉลองพระองค์ชุ่มเลือดออกอย่างเบามือ สัมผัสอุ่นจากปลายนิ้วที่แตะโดนผิวพระวรกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามและรอยแผลเป็นจากสนามรบ ทำให้ฉินจวินอวี้ชะงักไปเล็กน้อย พระองค์สูดลมหายใจเข้าลึกเมื่อคมกรรไกรเริ่มตัดเนื้อผ้าที่ติดแน่นกับบาดแผลฉีกขาด เนื้อผ้าชุ่มเลือดถูกลอกออกเผยให้เห็นรอยแผลลึกยาวน่ากลัวที่เกิดจากอาวุธอาบยาพิษ โลหิตสีดำคล้ำไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ภายในห้องทรงอักษรอันเงียบงัน มีเพียงเสียงลมหายใจหนักหน่วงและเสียงคีบสมุนไพรล้างแผล นางตักน้ำอุ่นผสมผงไข่มุกและรากโสมพันปีลงในอ่างกระเบื้องเคลือบสีขาวบริสุทธิ์ ประคบลงบนปากแผลอย่างพิถีพิถัน ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความนุ่มนวลแต่มั่นคง ดั่งบัณฑิตผู้กำลังจรดพู่กันวาดภาพทิวทัศน์บนผืนผ้าใบอันทรงคุณค่า "เจ็บหน่อยนะครับ..." นางกระซิบเบาๆ ยามเมื่อใช้นิ้วเรียวกดรีดพิษสีดำออกจากขอบแผล ฉินจวินอวี้ขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนที่ขมับ พระองค์ไม่ยอมหลุดเสียงครวญครางใดออกมาแม้แต่น้อย ทว่าพระหัตถ์ที่กำพนักเก้าอี้แน่นจนไม้แทบปริแตก บ่งบอกถึงความเจ็บปวดรวดร้าวที่กำลังแผดเผา ทว่าลึกลงไปในความเจ็บปวดทางกายนั้น กลับมีบางสิ่งสั่นคลอนอยู่ในส่วนลึกของดวงหทัยที่ด้านชามาเนิ่นนาน สายตาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นและดุร้ายเหลือบมองใบหน้างามที่ระคนไปด้วยความตั้งใจและหยาดเหงื่อผุดพรายตามกรอบหน้า ท่ามกลางความวุ่นวายแห่งยุคเปลี่ยนผ่านและการหักเหลี่ยมเฉือนคมในราชสำนัก สตรีตรงหน้ากลับเป็นเพียงคนเดียวที่กล้าเผชิญหน้ากับความดุดันของพระองค์โดยไม่ตัวสั่นขยาด แถมยังกล้าลงมือ "สั่งสอน" พระองค์ราวกับเด็กดื้อคนหนึ่ง "เหตุใด... เจ้าจึงไม่กลัวเรา" ฉินจวินอวี้ตรัสถามเสียงแหบพร่า ขณะที่ฟางเซียนกำลังใช้ผ้าแพรสะอาดพันแผลรอบพระอังสากร (หัวไหล่) อย่างประณีต "เพราะข้าล่วงรู้ว่าเบื้องหลังเกราะเหล็กอันแข็งแกร่งและท่าทีเย่อหยิ่งดุร้ายนี้ ท่านอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ก็เป็นเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่แบกรับชะตากรรมของคนนับแสนไว้บนบ่า บาดแผลทางกายรักษาได้ไม่ยากนัก แต่บาดแผลในใจที่ถูกทรยศจากคนที่ท่านไว้วางใจต่างหาก... ที่ต่อให้ใช้โอสถวิเศษเพียงใดก็ยากจะสมาน" คำพูดของนางราวกับคมกระบี่ที่กรีดแทงทะลุทะลวงเข้ามาถึงก้นบึ้งความทรงจำอันเจ็บปวด ทำให้ฉินจวินอวี้ชะงักง้าง นัยน์ตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกซับซ้อนที่ยากจะหยั่งถึง ฟางเซียนเก็บอุปกรณ์การแพทย์ลงในกล่องไม้ลงรักปิดทองอย่างเรียบร้อย นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขาตรงๆ แววตานั้นเต็มไปด้วยความมั่นคงและลึกซึ้งดั่งมหาสมุทรที่สงบนิ่ง ก่อนที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองจะลึกซึ้งเกินกว่าจะควบคุม ทันใดนั้น... เสียงฝีเท้ารີบร้อนและเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวจากภายนอกห้องก็ทำลายความเงียบลงอย่างสิ้นเชิง "ทูลท่านอ๋อง! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! หน่วยสอดแนมรายงานด่วน ม้าเร็วจากเมืองหลวงนำ 'พระราชโองการลับ' สลักตราหยกมังกรทองเดินทางมาถึงหน้าค่ายแล้วพ่ะย่ะค่ะ และผู้ที่ถือพระราชโองการมา... คือขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ!" ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงคมกริบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากพระวรกายทันที ขณะที่หลินฟางเซียนสะดุ้งเล็กน้อย นางรู้ทันทีว่าเกมการเมืองอันดุเดือดกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งในยามวิกาลนี้ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%