กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า•ตอนที่ 12

ก้าวแรกของความสำเร็จ

ผลงานโดย เฉินเว่ยสายลุย
"บัญชีเงินสดสุทธิของเดือนนี้ พุ่งทะยานขึ้นแตะสามพันตำลึงเงินแล้วขอรับคุณหนู!" เสียงรายงานของอาเฉียงสั่นเทาด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี สองมือหยาบกร้านประคองสมุดปกผ้าไหมสีครามเข้มเข้าถวายด้วยความนอบน้อม กลิ่นหอมจางๆ ของหมึกจีนชั้นดีและกระดาษสาเนื้อยับลอยอบอวลอยู่กลางห้องรับรองของตระกูลหลิน บรรยากาศภายในห้องเพลานี้เต็มไปด้วยความคึกคักและมีชีวิตชีวา ผิดกับความเงียบเหงาและรangเกียจจากผู้คนรอบข้างในอดีตราวฟ้ากับเหว หลินฟางเซียนยังคงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะไม้จันทน์แกะสลักลวดลายหมู่มฤค นางสวมชุดคลุมยาวผ้าต่วนสีเทาอ่อนปักลายเมฆมงคลด้วยด้ายสีเงินยวดแลดูเรียบขรึมแต่สูงศักดิ์ เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บไว้อย่างประณีตด้วยปิ่นหยกขาวเนื้อเย็น ปลายดวงตาหางหงส์ชำเลืองมองตัวเลขในสมุดบัญชีด้วยความสงบ ไม่มีรอยยิ้มกว้างแสดงความลำพองใจให้เห็น มีเพียงประกายตาดั่งดวงดาวในห้วงรัตติกาลที่วาดความคมคายลึกซึ้ง สินค้าตัวใหม่ที่นางคิดค้นขึ้น—สบู่สมุนไพรสูตรลับเฉพาะที่ผสานคุณค่าจากโสมป่าและชาเขียวโบราณ รวมถึงยารักษาโรคผิวหนังราคาประหยัดสำหรับชาวบ้านร้านตลาด—ได้ทะลวงผ่านกำแพงการผูกขาดทางการค้าของตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงได้อย่างงดงาม นามของ "ร้านยาฟางเซียน" มิได้เป็นเพียงแค่โรงยาเล็กๆ อีกต่อไป หากแต่บัดนี้ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ พ่อค้าวาณิชผู้มั่งคั่ง ไปจนถึงฮูหยินในจวนตระกูลใหญ่ต่างก็ต้องส่งบ่าวไพร่มาต่อแถวยาวเหยียดตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเพื่อแย่งชิงสินค้าล็อตใหม่ "อย่าเพิ่งลำพองใจไป อาเฉียง" สุ้มเสียงหวานกังสดาลทว่าทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเรียบเรื่อย นางวางพู่กันในมือลงบนแท่นหยก "ความสำเร็จก้าวแรกมักดึงดูดสายตาริษยาเสมอ เจ้าก็รู้ว่าสินค้าของเราไปทับเส้นทางผลประโยชน์ของหอการค้าตระกูลโจวเข้าเต็มเปัก การที่พวกมันเงียบหายไปหลายวันเช่นนี้ มิใช่เพราะยอมจำนน... แต่มันกำลังสุมไฟรอเวลาแผดเผาเราต่างหาก" สิ้นคำกล่าวของนาง ประตูไม้แกะสลักด้านนอกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้ซุ่มเสียง บ่าวรับใช้หน้าซีดเผือดวิ่งเข้ามาคุกเข่าโขกศีรษะรายงานด้วยความตื่นตระหนก "คุณหนูแย่แล้วขอรับ! หน้า cửaร้านยาสาขาใหญ่ มี... มีราชรถติดตราประทับของกองกำลังทหารชายแดนมาจอดขวางอยู่ นายท่านฉินส่งคนมาแจ้งว่า สินค้าล็อตใหญ่ทั้งหมดถูกกักไว้ที่ด่านตรวจเพราะสงสัยว่าเป็นสินค้าหนีภาษีและอาจมีส่วนผสมของสิ่งต้องห้ามพ่ะย่ะค่ะ!" ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องรับรองชั่วขณะ อาเฉียงหน้าถอดสีจนซีดเผือด ขณะที่หลินฟางเซียนเพียงแต่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างมีความหมาย ฉินจวินอวี้... ท่านอ๋องผู้เย็นชาและเย่อหยิ่งผู้นั้น ในที่สุดก็ทนความโดดเด่นของนางไม่ไหว จนต้องออกโรงมาด้วยตัวเองแล้วสินะ ณ เบื้องหน้า "ร้านยาฟางเซียน" สาขาใหญ่ ถนนสายการค้าสายหลักคลาคล่ำไปด้วยผู้คน มุงดูเหตุการณ์ด้วยความระทึกใจ ราชรถศึกสีดำสนิทหลังคามุงด้วยหนัสัตว์ป่าชั้นดีจอดนิ่งสนิท ทหารอารักขากว่าสามสิบชีวิตสวมชุดเกราะเหล็กวาววับ ยืนตั้งแถวเรียงรายถือหอกยาวคมกริบทอประกายเย็นเยียบ บรรยากาศกดดันจนฝูงชนรอบข้างไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง บนเบาะนั่งด้านในราชรถ ม่านมุกถูกเลิกขึ้นเผยให้เห็นบุรุษรูปงามผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งหยกสลัก ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นกวาดมองป้ายชื่อร้านด้วยแววตาเย้ยหยัน "เปิดประตู!" เสียงกังวานทรงอำนาจเอ่ยขึ้นเพียงคำเดียว ร่างสูงสง่าในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพยัคฆ์ทะยานฟ้าก้าวลงมาจากราชรถ ฝ่าเท้าหนักแน่นเหยียดย่างลงบนพื้นหินอย่างมั่นคง กลิ่นอายความตายและอำนาจดิบเถื่อนจากสนามรบแผ่ซ่านกดทับผู้คนรอบข้างจนต้องถอยร่นไปคนละก้าวสองก้าว ทว่า ก่อนที่ฉินจวินอวี้จะได้ก้าวเท้าเข้าสู่ตัวร้าน ประตูไม้แกะสลักก็เปิดออกด้วยมือเรียวบางของสตรีผู้หนึ่ง หลินฟางเซียนก้าวออกมาเผชิญหน้ากับท่านอ๋องผู้กุมชะตากองทัพอย่างไม่เกรงกลัว นางอยู่ในชุดกระโปรงยาวผ้าไหมปักลายดอกโบตั๋นสีชาดตัดกับเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้างดงามล่มเมืองประดับด้วยรอยยิ้มเยือกเย็น ดวงตาดอกท้อคู่นั้นสบประสานกับดวงตาคมดุของฉินจวินอวี้โดยไม่มีใครยอมใคร "ลมอะไรหอบท่านอ๋องผู้สูงศักدي์มาเยือนร้านยาริมทางเช่นนี้เล่าเพคะ? หรือว่ายาระงับประสาทที่หม่อมฉันจัดถวายเมื่อคราวก่อน จะยังรักษาอาการหงุดหงิดง่ายของพระองค์ไม่หาย?" น้ำเสียงเย้าแหย่แต่เฉียบคมราคมมีดโกนของนางทำเอาทหารองครักษ์ด้านหลังถึงกับหน้าเปลี่ยนสี ฉินจวินอวี้หรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มเยียบเย็นผุดขึ้นที่มุมปากหนา เขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้สตรีตรงหน้าจนสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมจางๆ ของสมุนไพรและดอกไม้ป่าจากกายสาว "หลินฟางเซียน... เจ้าช่างกล้าหาญนัก กล้าใช้เล่ห์เหลี่ยมทางการค้าผูกขาดตลาดในกำมือ แถมยังส่งสินค้าต้องสงสัยเข้าคลังหลวง" นิ้วเรียวยาวดั่งหยกของท่านอ๋องยื่นไปเชยคางมนของนางขึ้นบังคับให้สบตา "รู้หรือไม่ว่าโทษฐานขัดราชโองการค้าขาย มีจุดจบเช่นไร?" หลินฟางเซียนมิได้สะทกสะท้าน นางปัดมือนั้นออกอย่างนุ่มนวลแต่เด็ดขาด ก่อนจะยกย่องรอยยิ้มเหนือกว่า "ท่านอ๋องทรงใช้อำนาจทหารมาข่มขู่พ่อค้าแม่ขายเช่นนี้ ไม่กลัวชาวเมืองจะนินทาเอาหรือเพคะ? อีกอย่าง..." นางก้าวเข้าไปกระซิบข้างหูเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนทุกถ้อยคำ "หากสินค้าล็อตนี้ถูกทำลายตามที่พระองค์ปรารถนา... เกรงว่าอาการปวดร้าวที่พระอังสาจากพิษศิลาเพลิงเมื่อเจ็ดปีก่อน จะไม่มีวันหายขาดไปตลอดกาลนะเพคะ" ร่างสูงของฉินจวินอวี้ชะงักกึกทันที ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นวูบหนึ่งด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง เขาจ้องมองสตรีตรงหน้าด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปในทันที นางรู้ได้อย่างไร? ความลับนี้มีเพียงหมอหลวงไม่กี่คนที่รู้! ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ จู่ๆ เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงอย่างเร่งรีบก็ดังขึ้นจากปลายถนน ขันทีเฒ่าหน้าตาตื่นตระหนกในชุดขันทีหลวงถือราชโองการสีทองอร่ามวิ่งหน้าตั้งเข้ามา พร้อมกับเสียงตะโกนสุดเสียงที่ทำให้ทุกคนในที่นั้นต้องคุกเข่าลงทันที "ราชโองการด่วนจากฮ่องเต้! มีรับสั่งให้เรียกตัว 'หลินฟางเซียน' เข้าเฝ้าเป็นการด่วน ณ ตำหนักใน!" ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางพลิกชะตากรรมไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ เฉินเว่ยสายลุย
สารจากนักเขียน (เฉินเว่ยสายลุย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคเปลี่ยนผ่าน กับท่านอ๋องผู้กุมชะตาเหนือฟ้า นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%