เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับความลับของสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 2

ปากเสีย vs ปากจัด

ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับไอร้อนระอุจากเครื่องชงราคาแพงไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศในห้องประชุมกระจกใสบนชั้นสี่สิบห้าดูผ่อนคลายขึ้นเลยแม้แต่น้อย รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ออกมาจากร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกพิงขอบกระจกมองวิวเมืองกรุงเทพฯ เบื้องล่าง ดวงตาคมกราบกวาดมองเอกสารในมือด้วยความหงุดหงิดระคนระแวดระวัง ก่อนที่เขาจะโยนมันลงบนโต๊ะไม้สักทองเสียงดัง *ปึก* จนกระดาษปึกใหญ่กระจัดกระจาย "นายกล้าดียังไงถึงเข้ามาเหยียบที่นี่ วายุ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำทุบกระชากอารมณ์ ปรอทความอดทนของเขาพุ่งปรี๊ดจนแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อนึกถึงคำสั่งเด็ดขาดจากปลายสายเมื่อคืนก่อน—*แปลนตึกนั่น... นายทำลายมันทิ้งซะ ก่อนที่ความลับเรื่อง 'เซฟเฮาส์' ใต้ดินจะหลุดออกไปให้คนอื่นรู้ทั้งหมด*—และต้นเหตุของความฉิบหายทั้งหมดนี้ก็กำลังนั่งไขว่ห้างโยกเก้าอี้เล่นอย่างสบายใจอารมณ์อยู่ตรงหน้า วายุละสายตาจากโทรศัพท์มือถือในมือ เงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของห้องด้วยรอยยิ้มมุมปากที่กวนประสาทที่สุดเท่าที่โลกใบนี้เคยสร้างมา ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับราวกับเด็กหนุ่มกำลังสนุกสนานกับการแกล้งแมวป่าตัวใหญ่ให้หัวเสียเล่น "ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้นด้วยล่ะครับคุณสถาปนิกคนเก่ง หรืองานศิลปะชิ้นเอกที่ซ่อนไว้ใต้ดินมันมีความลับอะไรที่สั่นคลอนเก้าอี้หรูๆ ตัวนี้ได้ล่ะ?" วายุลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ศิลาทีละนิดอย่างไม่เกรงกลัวรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย "ผมแค่นักเขียนอิสระหาเช้ากินค่ำ... เอ้ย หาคอนเทนต์ปั่นยอดวิว ไม่ได้มีพิษมีภัยอะไรสักหน่อย" "ปากดี" ศิลาเค้นเสียงลอดไรฟัน เขาขยับเข้าไปประชิดตัวร่างบางอย่างรวดเร็ว จนวายุต้องผถดถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานโดยไม่ทันตั้งตัว "นายรู้มากเกินไปแล้ววายุ และคนรู้อยากรู้อยากเห็นในเรื่องของคนอื่น... มักจะมีอายุสั้นกว่าที่คิดนะ" ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบไม่เหลือช่องว่าง ไออุ่นจากร่างกายของวายุชนเข้ากับแผงอกกว้างของศิลาอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมจางๆ แนวซิตรัสผสมกับกลิ่นกระดาษสะอาดๆ จากตัวของนักเขียนหนุ่มลอยเข้าแตะจมูก สถาปนิกหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อก้มลงมองใบหน้าเนียนที่แหงนขึ้นสบตาเขาในระยะประชิด ดวงตาคู่นั้นไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความท้าทายและประกายความเจ้าเล่ห์ที่วับวามอยู่ข้างใน วายุไม่ได้ถอยหนี กลับเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มยั่วเย้าที่ทำเอาหัวใจคนนิ่งขรึมกระตุกวูบอย่างไม่น่าเชื่อ "อายุน่ะผมไม่แน่ใจหรอกครับ... แต่ถ้าถามว่าความลับใต้ดินตึกนี้มีอะไรเด็ดๆ บ้างล่ะก็..." วายุกระซิบเสียงแผ่วเบาข้างใบหูของร่างสูง ลมหายใจอุ่นๆ เป่ารดต้นคอจนศิลาต้องขบกรามแน่น "ผมว่ามันคงน่าสนใจกว่าหน้าตาบึ้งตึงของคุณตอนนี้เยอะเลยล่ะครับ" ศิลาขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน มือหนายื่นออกไปบีบคางฉ่ำน้ำของอีกฝ่ายให้เงยขึ้นมารับสายตาคาดคั้น "นายคิดว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใครอยู่ ห๊ะ? คิดว่าแบล็กเมลฉันแล้วจะรอดออกไปจากตึกนี้ได้รวดเร็วอย่างที่ฝันไว้เหรอ?" "ผมไม่ได้แบล็กเมล..." วายุขยับปากพูดโดยไม่สะดุ้งสะเทือน แม้คางจะถูกบีบจนเริ่มเจ็บ "ผมแค่... 'เจรจา' ในฐานะคนกุมชะตากรรมของคุณต่างหากล่ะครับ คุณศิลา" คำพูดนั้นแทงใจดำเข้าอย่างจัง ศิลาจ้องมองริมฝีปากที่ขยับเถียงฉอดๆ ไม่หยุดหย่อนด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ระคนทึ่ง ปากคอเราะรายแบบนี้มันน่าจับฟาดก้นสักทีสองทีให้เข็ดหลาบ จะได้เลີ.ยยุ่งกับเรื่องโคตรอันตรายที่เขาพยายามปกปิดมาหลายปีเสียที แต่ทว่า... สัมผัสนุ่มนิ่มที่ปลายนิ้วและการปะทะคารมแบบตาต่อตาฟันฟันนี้ กลับปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในตัวสถาปนิกหนุ่มให้ตื่นขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ เคมีที่ปะทะกันรุนแรงราวกับน้ำมันกับไฟทำให้บรรยากาศในห้องประชุมเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ที่สอดประสานกันท่ามกลางความตึงเครียด ศิลาเป็นฝ่ายผ่อนแรงที่มือลง ปล่อยคางของวายุให้เป็นอิสระ แต่ยังคงใช้มืออีกข้างค้ำขอบโต๊ะกักขังร่างบางเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน สายตาคมกริบกวาดสำรวจใบหน้าเนียนละเอียดตั้งแต่หน้าผากจรดเรียวปากอิ่มที่ยังคงหยักยิ้มท้าทาย "ปากเก่งนักนะ" ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทุบต่ำและอันตรายขึ้นกว่าเดิม "ถ้าฉันจูบปิดปากนายตอนนี้ นายจะยังพูดมากแบบนี้อีกไหม... วายุ" ดวงตากลมโตของวายุเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทชะงักค้างไปเสี้ยววินาทีเมื่อได้ยินคำพูดที่คาดไม่ถึง ความร้อนวูบวาบพุ่งขึ้นมาเกาะกุมพวงแก้มขาวอย่างห้ามไม่อยู่ แต่วายุไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนใครง่ายๆ เจ้าตัวรีบดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาคมกริบนั้นทันที "ถ้ากล้าพอก็ลองดูส--!" *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูกระจกดังขึ้นขัดจังหวะความระอุกลางห้องอย่างไม่รู้เวล่ำเวลา ตามมาด้วยการเปิดผางเข้ามาอย่างไร้มารยาทของบุคคลที่สามที่ทำให้โลกทั้งใบของศิลาและวายุหยุดชะงักลงทันที "คุณศิลาครับ! แย่แล้วครับ! ตำรวจกองปราบปรามกำลังขึ้นมาบนตึกนี้ พร้อมกับ... หมายค้นคดีพิเศษ!" ร่างของเลขาหนุ่มหน้าตาตื่นวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาหยุดยืนอยู่หน้าห้อง โดยมีเงาร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสีกรมท่าของนายตำรวจหนุ่มยศใหญ่ก้าวตามหลังเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ ศิลาผละออกจากร่างของวายุในเสี้ยววินาที สายตาคมกริบหันขวับไปมองผู้มาใหม่ทันที หัวใจกระหน่ำเต้นรัวด้วยความตระหนก—ความลับเรื่องเซฟเฮาส์ใต้ดิน... กำลังจะถูกเปิดโปงเร็วกว่าที่คาดไว้! --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของผมเสมอนะครับ
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับความลับของสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%