แฟลชจากกล้องนับสิบตัวสาดกระหน่ำใส่ร่างสูงโปร่งของสถาปนิกชื่อดังราวกับพายุฝนกลางฤดูร้อน ศิลาไม่ได้กะพริบตาแม้แต่น้อย นัยน์ตาสีเข้มภายใต้กรอบแว่นสายตาราคาแพงกวาดมองฝูงชนและนักข่าวที่เบียดเสียดกันอยู่หน้าโครงการคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ล่าสุด—โปรเจกต์มาสเตอร์พีซที่เขาใช้เวลาออกแบบนานแรมปี แต่ในมือของนักเขียนอิสระร่างโปร่งที่ยืนถือไมโครโฟนอยู่ฝั่งตรงข้าม กลับไม่ได้ถือแฟ้มผลงานก่อสร้างทั่วไป หากแต่เป็นแผ่นกระดาษพิมพ์เขียวขนาดใหญ่ที่ถูกม้วนเก็บอย่างลวกๆ
"คุณศิลาครับ ทางเราตรวจสอบแบบแปลนโครงสร้างของอาคาร 'The Prism' ทั้งสามเฟสอย่างละเอียดแล้ว... และเราพบว่า เสาเข็มต้นที่แปดร้อยสี่สิบสองของชั้นใต้ดินชั้นที่สาม ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ในผังเมืองกรุงเทพมหานคร พ.ศ. สองพันห้าร้อยหกสิบห้า"
เสียงใสติดกวนประสาทของวายุดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมชั่วขณะ ทุกสายตาหันขวับกลับมามองหน้าเด็กหนุ่มผู้กล้าหาญ—หรือจะเรียกว่าบ้าบิ่นดี—ที่กล้าเอาไมค์จ่อปากสถาปนิกมือหนึ่งแห่งยุคกลางงานแถลงข่าวเปิดตัว
ศิลาชะงักไปนิดเดียว เสี้ยววินาทีนั้นคมกริบเสียจนแทบไม่มีใครสังเกตเห็น ยกเว้นตัววเองที่ยืนจ้องลึกเข้าไปในดวงตานิ่งสนิทคู่นั้น ปลายนิ้วเรียวยาวของศิลาเคาะลงกับโต๊ะแถลงข่าวเบาๆ เป็นจังหวะสามครั้ง ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะได้รูปจะขยับเปล่งเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย
"คุณวายุคิดว่าตัวเองเป็นใครครับ ถึงได้เอาเอกสารละเมิดลิขสิทธิ์และอ้างอิงข้อมูลผิดกฎหมายมาป่าวประกาศกลางงานเปิดตัวของผม" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง "ถ้าคุณเรียนสถาปัตยกรรมมาไม่ถึงขั้น หรืออ่านแปลนโครงสร้างไม่แตกฉานพอ ผมยินดีเปิดคอร์สสอนพิเศษให้คุณหลังไมค์... โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย"
เสียงฮือฮาดังขึ้นเบาๆ ในหมู่สื่อมวลชน วายุหัวumasหัวเราะในลำคอ ดวงตาสีน้ำตาลประกายความท้าทายวับวาม เขาไม่ได้ถอยหลังหนีแม้แต่เซนติเมตรเดียว กลับก้าวเท้าเข้าไปประชิดขอบเวทีจนระยะห่างระหว่างเขากับศิลาย่นย่อลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว
"ผมไม่ได้เรียนสถาปัตย์ครับคุณศิลา... แต่ผมอ่าน 'ความลับ' ออก" วายุโน้มตัวเข้าไปกระซิบผ่านไมโครโฟนที่เปิดเสียงก้องกังวานไปทั่วห้องโถง "เสาต้นนั้นไม่ได้มีไว้รับน้ำหนักตึก แต่มันมีไว้ 'ค้ำยัน' อะไรบางอย่างใต้ดินต่างหากล่ะ... สิ่งที่คุณพยายามซ่อนไว้ไม่ให้ใครขุดพบ"
บรรยากาศในห้องประชุมอุณหภูมิลดฮวบลงทันตาเห็น ศิลาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่ดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ความเยือกเย็นที่เคยสร้างเกราะกำบังไว้เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้นเมื่อถูกจี้เข้าจุดตาย ไดอะล็อกเชือดเฉือนระหว่างทั้งคู่ทำให้รี้ดเดอร์ทุกคนแทบหยุดหายใจ ความตึงเครียดพุ่งสูงปรี๊ดจนเสียงชัตเตอร์กล้องเงียบเสียงลงไปถนัดตา
สถาปนิกหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นน้ำหอมราคาแพงผสมผสานกับความกดดันรอบตัวทำให้สมองแล่นปรู๊ด ศิลาก้าวลงจากเวทีทีละก้าวอย่างใจเย็น จนกระทั่งมายืนหยุดเผชิญหน้ากับวายุในระยะประชิด ความสูงที่ไล่เลี่ยกันทำให้ปลายจมูกของทั้งคู่แทบจะชนกัน หากไม่มีแผ่นกระจกใสของแว่นตาคั่นกลางไว้
"ปากเก่งดีนี่ครับ..." ศิลาโน้มใบหน้าลงไปกระซิบข้างใบหูของคนอวดดี น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าจงใจกดให้ได้ยินกันแค่สองคน "แต่คนรู้มาก... มักอายุไม่ยืนหรอกนะครับ คุณวายุ"
วายุสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวปะทะเข้าที่ข้างแก้ม หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะประกายตาดุดันที่แฝงความคลั่งรักบางอย่างที่ศิลาจงใจซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความเยเย็นต่างหากที่ทำเอาเขาเกือบเสียหลัก
ในจังหวะที่วายุกำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยประโยคเจ็บแสบตามสไตล์ ประตูบานใหญ่ด้านหลังห้องประชุมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้พิธีรีตอง ร่างของชายชราในชุดสูทสีเข้มผู้มีอิทธิพลสูงสุดแห่งวงการอสังหาริมทรัพย์ก้าวเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดสี่คน สายตาดุดिตดดันกวาดมองมาที่ทั้งคู่ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ
"ศิลา... เลิกเล่นเกมกับเด็กนี่ได้แล้ว แปลนตึกนั่น... นายทำลายมันทิ้งซะ ก่อนที่ความลับเรื่อง 'เซฟเฮาส์' ใต้ดินจะหลุดออกไปให้คนอื่นรู้ทั้งหมด"
ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยความตื่นเต้นนะครับ น้อมรับทุกคอมเมนต์และพร้อมลุยต่อในตอนหน้าครับ!
เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับความลับของสถาปนิกหน้าตาย•ตอนที่ 1
อาคารที่ไม่มีในผังเมือง
ผลงานโดย แบล็กสมิธในตำนาน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แบล็กสมิธในตำนาน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ไม่มีจริงกับความลับของสถาปนิกหน้าตาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
