เสียงกระดาษแผ่นบางที่ถูกโยดลงมากระแทกบนโต๊ะไม้เนื้อดีดังขึ้น ท่าางกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นอายความเย่อหยิ่งและดุดันที่รัญชนานึกคุ้นเคยมาตลอดหลายปีลอยอบอวลอยู่รอบตัว
รัญชนาช้อนสายตาขึ้นมองอดีตสามีด้วยแววตานิ่งสงบ เธอไม่ได้สะดุ้งสะเทือนกับความก้าวร้าวของเขาอีกต่อไปแล้ว หัวใจที่เคยถูกบดขยี้จนแหลقเหลวในอดีต ได้รับการเยียวยาและสร้างเกราะกำบังขึ้นมาใหม่จนแข็งแกร่งเกินกว่าที่ผู้ชายเห็นแก่ตัวคนนี้จะทำลายมันได้อีก
"อ่านดูสิรัญ... อ่านให้เต็มตา ว่าสิ่งที่เธอพยายามปิดบังมันคืออะไร"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือไปด้วยความขุ่นเคืองและแรงอารมณ์อันซับซ้อนเอ่ยลอดไรฟัน ภาคินจ้องมองใบหน้าหวานที่ฉายแววเยือกเย็นและห่างเหินเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมถึง แววตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใด กำลังสั่นไหวด้วยความเจ็บปวดและ—ความรู้สึกผิดที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในอก
รัญชนาก้มมองเอกสารที่แผ่หลาอยู่ตรงหน้า หัวกระดาษระบุชื่อสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และผลการตรวจพันธุศาสตร์อย่างชัดเจน ชื่อของเด็กชายรันและเด็กหญิงริณถูกพิมพ์เคียงคู่กับชื่อของภาคิน โดยมีเปอร์เซ็นต์ความเข้ากันสูงถึงเก้าสิบเก้าจุดเก้าเก้าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านั้นคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่ยืนยันว่า ต่อให้เธอจะปากแข็งปฏิเสธสักแค่ไหน ความจริงอันเป็นที่สุดก็ถูกเปิดเผยออกมาจนหมดสิ้นแล้ว
ไม่มีความตกใจฉายชัดบนใบหน้าของเธอ มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่หยيดหยันความโง่เขลาของเขาในอดีตและปัจจุบัน
"คุณลงทุนถึงขนาดไปแอบเก็บเส้นผมของลูกฉันมาเลยเหรอคะคุณภาคิน... ช่างพยายามและลงทุนสมกับเป็นนักธุรกิจใหญ่จริงๆ"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจเอ่ยขึ้น รัญชนาไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงนั่งไขว่ห้างอย่างสง่างาม มือเรียวบางยกชาขึ้นจิบอย่างใจ
ภาพความเย็นชาและท่าทีราวกับไม่สะทกสะท้านของอดีตภรรยา ยิ่งทำให้ภาคินรู้สึกเหมือนกำลังจะคลุ้มคลั่ง เขายันมือทั้งสองข้างลงกับโต๊ะโน้มตัวเข้าหาเธอ ดวงตาคมดุแดงก่ำด้วยความอัดอั้นตันใจ
"เธอรู้มาตลอด... เธอรู้ว่าเด็กสองคนนั้นเป็นลูกของฉัน แต่เธอกล้าดียังไงถึงปิดบังฉัน! กล้าดียังไงถึงพาเลือดเนื้อเชื้อไขของฉันไปซ่อนไว้ แล้วทำตัวเหมือนฉันเป็นคนแปลกหน้า!"
"แล้วตอนที่คุณขับไล่ไสส่งฉันออกไปจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใยล่ะคะ คุณจำได้ไหม?" รัญชนาวางถ้วยแบล็กทีลงช้าๆ เสียงกระทบกับจานรองดังกังวานบาดหู เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองสบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ตอนที่เราหย่ากัน คุณบอกว่าฉันมันก็แค่ผู้หญิงน่ารังเกียจ เป็นตัวภาระที่คุณไม่อยากแม้แต่จะชายตามอง... วันนั้น คุณเคยถามฉันสักคำไหมคะว่าฉันกำลังตั้งท้องอยู่หรือเปล่า?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงกลางใจของภาคิน เขาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ภาพในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงความรู้สึกจนแน่นหน้าอก ในวันที่เขาเซ็นใบหย่าและยื่นข้อเสนออันโหดร้ายให้เธอออกไปจากชีวิต เขาไม่เคยสนใจใยดีเธอเลยด้วยซ้ำ เขามัวแต่หลงเชื่อคำเป่าหูของลลินาและทิฐิอันโง่เขลาของตัวเอง จนมองข้ามความจริงที่ว่า ผู้หญิงที่เขากอดนอนทุกคืนกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่
"รัญ... ฉัน..." ภาคินพยายามจะเอ่ยแก้ตัว แต่เสียงของเขากลับแห้งผากและสั่นพร่า
"สายไปแล้วค่ะคุณภาคิน" รัญชนาตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด "เด็กสองคนนั้นคือนางฟ้าและเทวดาตัวน้อยที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตที่เคยพังทลายของฉัน พวกเขาเป็นลูกของ 'รัญชนา' คนนี้แต่เพียงผู้เดียว ส่วนคุณ... เป็นแค่ผู้ชายใจร้ายคนหนึ่งที่บังเอิญมีดีเอ็นเอตรงกันเท่านั้น อย่าได้หวังเลยค่ะว่าคุณจะมีสิทธิ์ในตัวลูกของฉัน"
"ฉันเป็นพ่อของพวกแกนะ!" ภาคินคำรามออกมาอย่างเหลืออด ความอดทนที่สั่งสมมาพังทลายลง เขายืดตัวขึ้นและก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความร้อนรน "ฉันมีสิทธิ์ตามกฎหมาย! รัญ... เธอไม่มีทางกีดกันฉันจากลูกได้หรอก!"
"กฎหมายเหรอคะ?" รัญชนาหัวเราะในลำคอ แววตาฉายประกายความเย้ยหยันอย่างชัดเจน "ลองฟ้องศาลดูสิคะ แล้วเรามาดูกันว่าผู้พิพากษาท่านจะตัดสินให้ผู้ชายที่เคยเซ็นใบหย่าละทิ้งภรรยาและลูกในท้อง ได้มีสิทธิ์มาอุ้มลูกสมใจอยากไหม หรือคุณอยากจะให้สังคมได้รับรู้ว่านักธุรกิจชื่อดังคนนี้เคยทำอะไรกับเราไว้บ้าง"
ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศอีกครั้ง ภาคินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงด้วยความจริงอันเจ็บปวด เขามองผู้หญิงตรงหน้า—ผู้หญิงที่ครั้งหนึ่งเคยร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขา แต่บัดนี้เธอกลับกล aายร่างเป็นพญาหงส์ผู้สง่างาม ที่พร้อมจะจิกตีและปกป้องลูกน้อยด้วยชีวิต
เขาก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างคนหมดแรง ความเย่อหยิ่งทระนงตนที่เคยมีมาตลอดชีวิตพังทลายไม่เป็นท่า
"รัญ... ฉันขอร้อง..." น้ำเสียงของอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่เปลี่ยนเป็นเว้าวอนอย่างน่าสมเพช "ฉันรู้ว่าฉันเลว ฉันรู้ว่าฉันทำลายครอบครัวของเราด้วยมือของตัวเอง แต่ขอโอกาสให้ฉันได้ไถ่บาป... ให้ฉันได้ทำหน้าที่พ่อเถอะนะ ฉันสัญญาว่าฉันจะชดเชยทุกอย่างให้พวกเธอ"
รัญชนาเบือนหน้าหนีความเว้าวอนนั้น หัวใจของเธอไม่ได้อ่อนยวบลงเลยแม้แต่น้อย ความเจ็บปวดในอดีตมันฝังลึกเกินกว่าจะลบเลือนด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ
"เก็บคำสัญญาของคุณไว้เถอะค่ะ เพราะมันไม่มีค่าอะไรสำหรับฉันอีกแล้ว"
เธอกำลังจะหันหลังเดินกลับเข้าไปด้านในบ้านเพื่อหนีพ้นจากบรรยากาศที่น่าอึดอัดนี้ แต่ทว่า—
เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ จากด้านนอก พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักของเด็กเล็กสองคนที่ดังขึ้น ทำให้ทั้งคู่ต้องชะงัก
"คุณแม่ขา! น้องรันกับน้องริณเก็บดอกไม้มาฝากคุณแม่ด้วยคับ/ค่ะ!"
เสียงใสแจ๋วของสองแสบตัวน้อยดังทะลุเข้ามา ก่อนที่ประตูห้องรับแขกจะถูกผลักเปิดออกด้วยฝีมือของเด็กชายรัน โดยมีน้องริณวิ่งตามเข้ามาติดๆ พร้อมกับช่อดอกไม้ป่าดอกเล็กๆ ในมือ
ภาคินหน้าถอดสี ลมหายใจของเขาติดขัดทันทีเมื่อเห็นเด็กแฝดชายหญิงหน้าตาน่ารักน่าชัง วัยสามขวบเศษ ที่มีเค้าโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาและรัญชนาอย่างไร้ที่ติ กำลังวิ่งเข้ามาภายในห้อง โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
เด็กทั้งสองหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของชายแปลกหน้ายืนอยู่ใกล้กับมารดา น้องรันขมวดคิ้วยุ่งอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอียงคอมองหน้าภาคินด้วยแววตาซุกซนตามประสาเด็กแสบ
"เอ๊ะ... คุณอาคนนี้ หน้าตาคุ้นๆ จังเลยแม่รัญ..."
เด็กชายตัวน้อยหันไปเอียงคอถามมารดาด้วยความสงสัยใสซื่อ ขณะที่ภาคินก้าวเท้าไม่ออก หัวใจเต้นระรัวราวกับกลองรัวด้วยความตื่นตระหนกและโหยหาอย่างรุนแรง เมื่อสบเข้ากับดวงตากลมโตคู่สวยที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางมาถึงตอนนี้นะคะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 24
หลักฐานมัดตัวแน่นหนา
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!