ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 25

จำนนด้วยหลักฐาน

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
"แม่จ๋า... ทำไมคุณลุงหน้าเหมือนหนูจังเลยล่ะคะ?" เสียงใสแจ๋วของน้องริณดังทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศในห้องรับแขกจนแทบหายใจไม่ออก ร่างเล็กป้อมในชุดเอี๊ยมสีชมพูเอียงคอมองชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่กำลังยืนตัวแข็งทื่ออยู่เบื้องหน้า ดวงตากลมโตใสแป๋วคู่นั้นกะพริบปริบๆ ไร้เดียงสา ทว่าทุกคำพูดของเด็กหญิงกลับเปรียบเสมือนลิ่มทองคำที่ตอกลงกลางใจของภาคินอย่างจัง เขาไม่อาจละสายตาไปจากเด็กหญิงตัวน้อยและพี่ชายฝาแฝดของเธอได้เลย ดวงตาคู่นั้น... จมูกโด่งรั้นนั่น... โครงหน้าที่ถอดแบบมาจากเขาราวกับส่องกระจกเงา เป็นหลักฐานชิ้นเอกที่ตะโกนใส่หน้าคนที่เคยโง่เขลาอย่างเขาว่า สามปีที่ผ่านมา เขาตาบอดสนิทเพียงใด ภาคินรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกะโหลกศีรษะ ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น หัวใจเต้นกระหน่ำรัวราวกองศึก ความตื่นตระหนก ความปีติยินดี และความเจ็บปวดรวดร้าวถาโถมเข้าใส่จนหน้ามืดวิงเวียน เขาอ้าปากพยายามจะเปล่งเสียงเรียกชื่อภรรยาเก่า ทว่าลำคอกลับตีบตัน มีเพียงเสียงหอบหายใจสะท้านเฮือกที่หลุดออกมาจากริมฝีปากที่สั่นเทา รัญชนาก้าวออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ร่างเพรียวระหงในชุดเดรสยาวสีเอิร์ธโทนดูสง่างามและเปี่ยมด้วยอำนาจอย่างที่ภาคินไม่เคยเห็นมาก่อน แววตาที่เธอมองเขานั้นว่างเปล่า เยชา และเต็มไปด้วยกำแพงน้ำแข็งที่พร้อมจะแช่แข็งคนที่บังอาจล้ำเส้นเข้ามา เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมที่ยอมก้มหน้ารับฟังคำดูถูกเหยียดหยามและร้องไห้สะอื้นในห้องนอนมืดๆ อีกต่อไปแล้ว รัญชนาทรุดกายลงนั่งย่อตัวลงกอดลูกแฝดไว้ในอ้อมแขนทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม สัมผัสอบอุ่นและกลิ่นหอมสะอาดของเด็กๆ ช่วยขับไล่ความหนาวเหน็บในใจเธอได้ชะงัก เธอลูบกลุ่มผมนุ่มนิ่มของน้องรันและน้องริณด้วยความรักล้นปรี่ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปาก "ไม่ต้องสงสัยหรอกค่ะลูก..." รัญชนาเอ่ยตอบลูกสาวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานนุ่มนวล ทว่าสายตาที่ทอดมองไปยังชายหนุ่มกลับคมกริบราวกับใบมีด "เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้า... ที่ไม่มีความหมายอะไรกับครอบครัวของเราเลยยังไงล่ะคะ" คำว่า 'คนแปลกหน้า' และ 'ไม่มีความหมาย' พุ่งเข้าเสียบทะลุกระดูกดำของภาคินจนเขาเซถอยหลังไปหนึ่งก้าว มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนสั่นเทาด้วยความเจ็บปวดที่ประเดประดอนเข้ามาในอก "รัญ..." ภาคินครางชื่อเธอออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า หัวใจปวดแปลบราวกับถูกบีบด้วยคีมเหล็ก "เด็กๆ... เด็กๆ คือ..." "ใช่ค่ะ" รัญชนาไม่รอให้เขาพูดจบ เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและแvвเจาะจง "พวกเขาคือลูกของฉัน... เด็กๆ เกิดมาจากความรักและความทุ่มเททั้งหมดที่ฉันมีให้กับความเป็นแม่ แต่ขอโทษด้วยนะคะคุณภาคิน... เด็กเหล่านี้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณเลยแม้แต่น้อย" "รัญ! เธอพูดอะไรออกมา!" ภาคินพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคุกเข่าลงตรงหน้าเธอเพื่อคว้ามือบางมาจับ แต่รัญชนาไวกว่า เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับดึงลูกแฝดทั้งสองให้มาอยู่ด้านหลัง ปกป้องพวกเขาด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ดุร้ายยิ่งกว่าเสือแม่ลูกอ่อน "ฉันพูดความจริงค่ะ!" รัญชนาตวาดกลับด้วยน้ำเสียงทรงพลัง แววตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ใต้ความเงียบงันมานานแรมปี "คุณลืมไปแล้วหรือไงคะ ว่าเป็นคนไล่ฉันออกจากบ้านค่ำคืนนั้น? เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอว่าผู้หญิงอย่างฉันมันน่ารังเกียจ และต่อให้ฉันตายต่อหน้า คุณก็จะไม่ชายตาแล!" ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้นย้อนกลับมาบาดแทงใจภาคินจนเลือดซิบ คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นออกไปราวกับคมหอกคมดาบ ย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจตัวเองในวันที่สายเกินแก้ "วันนั้นฉันอุ้มท้องลูกของคุณไปทั้งน้ำตา... ไปพร้อมกับความสิ้นหวังที่คุณมอบให้อย่างไม่ไยดี" เสียงของรัญชาสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความทรงจำอันเจ็บปวด แต่เธอก็กลืนก้อนสะอื้นนั้นลงคออย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ความอ่อนแอเล็ดลอดออกมาให้เขาเห็น "คุณเลือกที่จะเชื่อผู้หญิงสารเลวคนนั้น มากกว่าภรรยาที่นอนร่วมเตียง คุณเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นคนของฉันจนไม่เหลือชิ้นดี... แล้ววันนี้ คุณหน้าด้านทนกลับมาทวงสิทธิ์อะไรคะ?" "พี่... พี่ขอโทษ..." ภาคินพรั่งพรูคำว่าขอโทษออกมาซ้ำๆ น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดในวงการธุรกิจไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อายฟ้าดิน เขาคุกเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าเธอ ยอมลดทิฐิและศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีลงแทบเท้า "พี่มันโง่เอง... พี่มันตาบอดเองรัญ ได้โปรด... ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่พ่อ..." ภาพอดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กำลังคุกเข่าร้องไห้อ้อนวอนต่อหน้าเธอ ช่างเป็นภาพที่สะใจและสมเพชในคราวเดียวกัน "พ่อเหรอคะ?" รัญชนาหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงเยียบเย็นจนภาคินหนาวสะท้าน "คำนี้มันราคาถูกเกินไปสำหรับคนอย่างคุณค่ะคุณภาคิน ตอนที่ฉันท้องไส้ลำบาก ตอนที่ฉันต้องอุ้มท้องหนีตายไปต่างประเทศโดยไม่มีใครเหลียวแล คุณอยู่ที่ไหน? ตอนที่ลูกป่วยไข้จนฉันแทบขาดใจ คุณกำลังเสวยสุขอยู่กับใคร?" น้องรัน เด็กชายตัวน้อยขยับเข้ามาใกล้1ก้าว มือเล็กๆ เอื้อมไปดึงชายเสื้อของมารดาเบื้องหน้า พร้อมกับเอ่ยถามด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก "แม่จ๋า... ทำไมคุณลุงคนนี้ถึงร้องไห้ล่ะคะ? เขาเป็นคนไม่ดีเหรอคะแม่?" คำถามซื่อๆ ของลูกชายเปรียบเสมือนหมัดฮุกน็อคภาคินจนล้มทั้งยืน ร่างสูงทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น มือหนายกขึ้นกุมขมับ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยแรงสะอื้นไห้ เขารู้ซึ้งถึงคำว่า 'กรรมตามสนอง' อย่างแท้จริงในวินาทีนี้ "ใช่ค่ะลูก... เขาเป็นคนไม่ดี" รัญชนาก้มลงกระซิบตอบลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนก่อนจะช้อนตัวอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาแนบอก ส่วนมืออีกข้างจูงมือลูกชายไว้แน่น "เพราะฉะนั้น... เราไม่ต้องสนใจคนแปลกหน้าคนนี้หรอกนะคะ กลับบ้านของเรากันเถอะค่ะเด็กๆ" พูดจบ รัญมนาก็หันหลังให้เขาอย่างไร้เยื่อใย เธอเดินผ่านร่างของอดีตสามีที่คุกเข่าหมดสภาพโดยไม่แม้แต่จะเหลือบสายตากลัวเกรงหรืออาลัยอาวรณ์กลับมามองอีกเลย "รัญ! อย่าไป! ได้โปรด... อย่าพรากลูกไปจากพี่เลย!" ภาคินตะโกนไล่หลังด้วยเสียงอันแหบแห้ง มือหนาพยายามเอื้อมไปคว้าชายกระโปรงของเธอ แต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ความเจ็บปวดจากการสูญเสียครั้งก่อนยังไม่เท่ากับการต้องเห็นเธอนำเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาเดินจากไปต่อหน้าต่อตาในวันนี้ หัวใจของภาคินแตกสลายไม่มีชิ้นดี เขานั่งทรุดอยู่บนพื้นห้องอย่างไร้เรี่ยวแรง ปล่อยให้น้ำตาแห่งความเสียใจและสำนึกผิดไหลรินอย่างไร้ทิศทาง ทว่า... ในจังหวะที่รัญชนากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องรับแขกเพื่อออกไปยังรถยนต์ที่จอดรออยู่ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก พร้อมกับร่างสูงสง่าของชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามาขวางทางไว้ รัญชนาชะงักฝีเท้าลงโดยอัตโนมัติ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ เมื่อเห็นใบหน้าคมคายและรอยยิ้มอบอุ่นคุ้นเคยของชายผู้ที่เธอไม่ได้คาดคิดว่าจะปรากฏตัวขึ้นที่นี่ในเวลานี้ "รัญ... พี่มารับแล้วครับ" เสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยนเอמהขึ้น พร้อมกับมือหนาของชายคนนั้นที่ยื่นมาแตะที่ไหล่บางของเธออย่างสนิทสนม ขณะที่สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปที่ภาคินซึ่งนั่งหมดสภาพอยู่บนพื้นด้วยแววตาท้าทาย ภาคินที่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียง พลันเบิกตากว้างด้วยความโกรธเกรี้ยวและตกใจสุดขีด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ เมื่อจำได้แม่นว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร—ศัตรูหัวใจคนสำคัญที่คอยวนเวียนอยู่รอบตัวภรรยาเขามาตลอด! ************************************** *ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางอินไปกับความดราม่าสะใจในบทนี้นะคะ*
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%