ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 26

จุดเริ่มต้นของหมาโบ้

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เสียงรองเท้าหนังราคาแพงที่ก้าวเข้ามาราวกับจังหวะหัวใจที่เต้นผิดปรกติของคนฟัง ทำให้รัญชนาไม่จำเป็นต้องเงยหน้าขึ้นมองเลยด้วยซ้ำว่าใครคือผู้มาเยือน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นฝนจางๆ ที่เธเคยคุ้นเคยและหลับตาจำได้ขึ้นใจ...กลิ่นของภาคิน เอกสารในมือของอดีตภรรหาสั่นน้อยๆ ก่อนที่เธอจะสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อกดความไหววูบในอกให้จมลงไป รัญชนายังคงนั่งสงบนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานในห้องชุดส่วนตัว แววตาคู่คมที่เคยฉาบความอ่อนแอไว้อย่างน่าสมเพชในอดีต บัดนี้กลับนิ่งสนิท ทอประกายเย็นชาและเย่อหยิ่งจนน่าใจหาย ราวกับเธอกำลังมองสิ่งแปลกปลอมที่ไม่มีค่าอะไรต่อความรู้สึกอีกต่อไปแล้ว "คุณเข้ามาในนี้ได้ยังไง ภาคิน" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ ไร้คลื่นอารมณ์ ราวกับกำลังสนทนากับคนแปลกหน้าที่บังเอิญเดินสวนกันบนท้องถนน กึก... ร่างสูงใหญ่ของคุณชายตระกูลดังหยุดยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงาน ภาคินในยามนี้ไม่มีมาดของนักธุรกิจหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและทรงอำนาจหลงเหลืออยู่เลยสักนิด เสื้อเชิ้ตสีเข้มยับยู่ยี่ เนคไทถูกปลดออกอย่างไร้ระเบียบ และที่สำคัญที่สุด...ดวงตาคมกริบที่เคยทอดมองเธอด้วยความเย็นชาและดูถูกเหยียดหยามมาตลอด บัดนี้กลับแดงก่ำ ไหวระริก และเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวรานที่ชายชาติทหารอย่างเขาไม่เคยคิดว่าจะต้องมีวันได้แสดงออกให้ใครเห็น ไม่มีคำแก้ตัวใดๆ หลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ฉับพลัน... ร่างสูงใหญ่ที่เคยค้ำฟ้าและถือดีในศักดิ์ศรีมาตลอดชีวิต ก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นพรมราคาแพงตรงหน้าเธออย่างไร้ศักดิ์ศรี เสียงหัวเข่ากระแทกพื้นดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องทำงาน เป็นเสียงที่กรีดแทงหัวใจของคนทำลายมันลงกับมือให้แหลกละเอียดคามือ รัญชนาชะงักไปเล็กน้อย เธอกลืนก้อนสะอื้นที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างไร้เหตุผลลงคออย่างยากลำบาก แล้วบังคับให้มุมปากยกยิ้มเยาะหยัน "ทำบ้าอะไรของคุณ ลุกขึ้นไปเดี๋ยวนี้ ภาคิน" เธอย้ำเสียงแข็ง พยายามซ่อนมือที่กำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คิดจะเล่นละครน้ำเน่าอะไรอีก ทิฐิของคุณมันหายไปไหนหมด หรือว่าธุรกิจกำลังจะเจ๊ง ถึงได้มาใช้มารยาตื้นๆ แบบนี้กับฉัน" "ผมไม่ได้เล่นละคร..." เสียงของเขาแหบพร่าและสั่นเครือจนแทบจำไม่ได้ มันไม่ใช่เสียงของประธานบริษัทผู้ทรงอิทธิพล แต่มันคือเสียงของสุนัขจนตรอกที่สูญเสียสิ่งมีค่าที่สุดในชีวิตไป "รัญ... ผมขอร้อง" มือใหญ่ที่สั่นเทาเอื้อมขึ้นมาหมายจะแตะลงบนชายกระโปรงของเธอ แต่รัญชนากลับขยับเก้าอี้ถอยหลังหนีราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ รังสีความเย็นชาที่แผ่ออกมาจากตัวเธอทำให้ภาคินชะงักค้างมือไว้อย่างน่าเวทนา "มองหน้าผมสิรัญ มองผมให้เต็มตา... ว่าผู้ชายที่เคยโง่เง่าคนนี้ มันสำนึกผิดมากแค่ไหน" หยาดน้ำใสๆ ไหลรินลงมาจากดวงตาคมเข้ม หยดลงบนหลังมือที่กำแน่นของเขาเอง ภาคินไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็นตั้งแต่เติบโตเป็นผู้ใหญ่ แต่ในวันนี้ ทิฐิ ความเย่อหยิ่ง และศักดิ์ศรีทุกลมหายใจของเขา ถูกเหยียบย่ำจนไม่เหลือชิ้นดีด้วยน้ำมือของความจริงที่ว่า เขากำลังจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล "ผมมันเลว... ผมมันตาบอด หูหนวก หลงเชื่อคำพูดของผู้หญิงสารเลวคนนั้นจนทำลายครอบครัวของเรา ทำลายหัวใจของคุณ... ผู้หญิงที่รักผมที่สุด" รัญชนาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยหยาดหยันและความเจ็บปวดที่สะสมมานานนับปี "เพิ่งรู้ตัวเหรอคะ?" เธอย้อนถาม เสียงหวานบาดลึก "วันที่ฉันอุ้มท้องลูก เดินหิ้วกระเป๋าออกจากบ้านหลังนั้นโดยที่คุณไล่ส่งอย่างกับหมูกับหมา วันที่คุณบอกว่าเด็กในท้องไม่ใช่ลูกของคุณ... วันนั้นทิฐิของคุณมันไปมุดอยู่ไหนล่ะ ภาคิน!" ทุกคำพูดของเธอเหมือนคมมีดที่กรีดลงบนแผลสด ภาคินหน้าซีดเผือด ลมหายใจติดขัดจนหน้าอกกระเพื่อมไหวอย่างรุนแรง เขาคุกเข่าซบร่างลงกับพื้นพรมตรงหน้าเรียวขาของเธอ ยอมจำนนต่อบาปกรรมที่ตัวเองก่อขึ้นอย่างไม่มีข้อแก้ตัว "ผมยอมรับความผิดทุกอย่าง... อยากให้ผมกราบเท้าคุณตรงนี้ไหมรัญ หรืออยากให้ผมเอาเลือดหัวออกเพื่อไถ่โทษ ผมทำได้ทุกอย่าง ขอแค่..." เสียงของเขาขาดห้วง ดวงตาคู่คมเงยขึ้นมองเธอด้วยความเวทนาและเว้าวอน "ขอโอกาสให้ผมได้แก้ตัว ได้ทำหน้าที่พ่อ... และได้รักคุณอีกสักครั้งเถอะนะ" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านของคนทั้งคู่ที่ยืนหยัดอยู่คนละฟากฝั่งของความเจ็บปวด รัญชนาก้มลงมองอดีตสามีผู้ยิ่งใหญ่ที่บัดนี้กำลังคุกเข่าแทบเท้าเธอ ดวงตากลมโตไหววูบไปชั่วขณะด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งสะใจ สมเพช และ... ความโหยหาที่ถูกกัก The ghost of the past กำลังกรีดร้องอยู่ในอก แต่ความจริงอันโหดร้ายในอดีตก็คือกำแพงเหล็กที่ไม่มีวันพังทลายลงได้ง่ายๆ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยคำว่าพ่อด้วยซ้ำ ภาคิน" รัญชนาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเขา น้ำเสียงเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง "ลูกของฉัน... เขาไม่มีพ่อแบบคุณ" พูดจบเธอก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สะบัดชายกระโปรงแล้วก้าวเดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้น ปล่อยให้ภาคินคุกเข่าอย่างไร้เรี่ยวแรงอยู่ลำพังท่ามกลางความมืดมิดของห้องทำงาน แต่ทว่า... ในวินาทีที่เธอกำลังจะก้าวพ้นประตูห้องนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเล็กจิ๋วของเด็กชายหญิงฝาแฝดวัยสามขวบที่วิ่งพรวดพราดเข้ามาในห้องโดยไม่สนใจสิ่งใด "คุณแม่ขา/คุณแม่ฮะ!" เสียงใสแจ๋วของน้องรันและน้องริณประสานกันดังลั่น ภาคินที่คุกเข่าอยู่บนพื้นสะดุ้งสุดตัว เขาหันขวับไปมองเด็กน้อยทั้งสองคนที่หน้าตาถอดแบบมาจากพิมพ์เดียวกันกับเขาอย่างไม่ผิดเพี้ยน โดยเฉพาะดวงตาคู่นั้น... ดวงตาที่กำลังมองตรงมาที่เขาด้วยความสงสัย เด็กหญิงริณเอียงคอมองชายแปลกหน้าที่กำลังร้องไห้คุกเข่าอยู่บนพื้น ก่อนจะหันไปดึงชายเสื้อรัญชนาแล้วเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของภาคินหยุดหมุนในทันที "คุณแม่ฮะ... ทำไมคุณลุงหน้าเหมือนคุณพ่อในรูปถ่ายที่หนูกับพี่รันแอบดูในห้องนอนเลยล่ะฮะ?" ________________________________________ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปพร้อมกับตัวละครนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ - ชฎาพรายไวน์แดง -
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%