“ออกไปจากบ้านของฉัน... ก่อนที่ฉันจะเรียกตำรวจมาลากตัวคุณออกไป เหมือนที่คุณเคยทำกับฉันในวันที่คุณไล่ฉันออกไปจากชีวิตคุณอย่างไร้เยื่อใย”
เสียงของรัญชนาสั่นพร่าแต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด เธอไม่ได้ตะโกน แต่ทุกถ้อยคำที่พ่นออกมากลับเหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงบนหัวใจของภาคิน ชายหนุ่มผู้เคยถูกขนานนามว่า ‘สิงโตเจ้าสำราญ’ ผู้ไม่เคยสยบให้ใคร บัดนี้กลับทรุดกายลงคุกเข่ากับพื้นไม้ขัดมัน เสียงเข่ากระทบพื้นดังสนั่นสะท้อนความปวดร้าวที่เขากำลังเผชิญ
ภาคินก้มหน้าลงซบกับเรียวขาที่สวมใส่กระโปรงผ้าไหมของหญิงสาว มือหนาสั่นเทาระหว่างที่พยายามเอื้อมไปแตะชายกระโปรงของเธออย่างไม่กล้าหาญนัก น้ำตาหยดแรกร่วงหล่นลงบนหลังเท้าของรัญชนา ความร้อนผ่าวของมันทำเอาหัวใจที่เธออุตส่าห์สร้างกำแพงกั้นไว้ถึงกับสั่นคลอน
“รัญ... พี่ขอโทษ” น้ำเสียงของเขากระเส่าแหบพร่า มันไม่ใช่เสียงของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลที่คนทั้งวงการยำเกรง แต่มันคือเสียงของคนใกล้ตายที่เพิ่งตระหนักว่าได้ทำหัวใจตัวเองหล่นหายไปตลอดกาล “พี่มันโง่ พี่มันเลว พี่ทำลายทุกอย่างด้วยมือของพี่เอง... พี่ขอแค่โอกาส... แค่โอกาสที่จะได้ชดใช้ให้เธอ แม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของพี่ตอนนี้ พี่ก็ยอม”
รัญชนาหลับตาลงแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมา ภาพความทรงจำวันที่เธอต้องหอบหิ้วท้องลูกแฝดสองคนออกไปเผชิญโลกลำพัง ทั้งหิว ทั้งหนาว และเจ็บปวดเจียนตายย้อนกลับมาฉายชัดในหัว ราวกับภาพยนตร์สยองขวัญที่ไม่มีวันจบสิ้น
“โอกาสงั้นเหรอคะ?” เธอเค้นหัวเราะออกมาอย่างขมขื่น ก่อนจะก้มลงมองใบหน้าคมสันที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา “คุณรู้จักคำนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่คะภาคิน? ตอนที่ฉันร้องขอให้คุณฟังฉันบ้าง ตอนที่ฉันอ้อนวอนไม่ให้คุณหย่ากับฉัน... ตอนนั้นคุณอยู่ที่ไหน? คุณไปกอดรัดอยู่กับลลินา คุณดูถูกฉันว่าไม่มีค่าพอจะเป็นแม่ของลูกใคร... แล้ววันนี้คุณจะมาขอนั่งคุกเข่าเพื่ออะไร? เพื่อให้ฉันสมเพชคุณงั้นเหรอคะ?”
“ไม่... ไม่ใช่แบบนั้น” ภาคินเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นบัดนี้แดงก่ำด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง “พี่แค่... พี่เพิ่งรู้ตัวว่าในทุกค่ำคืนที่ผ่านมา พี่ไม่ได้นอนเลยสักคืน พี่ฝันถึงแต่เธอ... ฝันว่าเธอเดินจากไปพร้อมกับลูก พี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว พี่ถึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่พี่เคยโหยหาและพยายามคว้ามาตลอด คือเปลือกนอกที่จอมปลอม แต่หัวใจที่แท้จริงของพี่... มันอยู่ตรงหน้าพี่นี่ไง”
เขากระชับมือที่กอดขาเธอแน่นขึ้น ใบหน้าแนบชิดกับเรียวขาของเธออย่างคนหมดหนทาง รัญชนาตัวแข็งทื่อ ร่างกายของเธอตอบสนองต่อสัมผัสที่คุ้นเคยอย่างทรยศต่อจิตใจ ความทรงจำเรื่องบทรักเร่าร้อนบนเตียงในอดีตที่เขาเคยปรนเปรอเธอกับความเย็นชาที่เขาเคยทิ่มแทง มันผสมปนเปจนเธอรู้สึกปั่นป่วนไปหมด
“คุณไม่ได้รักฉัน ภาคิน” รัญชนาพยายามก้าวถอยหลัง แต่ภาคินกลับฉุดรั้งเธอไว้ เขาโน้มตัวขึ้นมาซบหน้าลงกับหน้าท้องแบนราบของเธอ สูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่เขารู้สึกเหมือนคนเสพติด “คุณแค่เสียดายของเล่นที่ว่าง่าย... และเมื่อของเล่นชิ้นนั้นกลายเป็นสิ่งที่สูงค่าเกินกว่าจะเอื้อม คุณก็แค่ต้องการจะแย่งชิงมันกลับคืนมาเพื่อสนองอีโก้ของคุณเท่านั้น!”
“ถ้ารักของพี่เป็นแค่เรื่องอีโก้ พี่คงไม่มานั่งร้องไห้เหมือนคนไม่มีศักดิ์ศรีแบบนี้หรอกรัญ!” เขาตะโกนสวนขึ้นมา เสียงนั้นสั่นเครือเต็มไปด้วยแรงอารมณ์ ก่อนที่มือหนาจะเลื่อนขึ้นมาโอบรอบเอวเธอไว้แน่น “พี่แค้นตัวเอง... แค้นจนอยากจะฆ่าตัวเองให้ตายที่ปล่อยให้เธอต้องลำบาก พี่ไม่ต้องการอะไรจากเธอเลย นอกจากขอแค่ให้พี่ได้พิสูจน์... ได้แก้ตัว ให้ลูกได้รู้จักพ่อที่แย่คนนี้สักครั้งได้ไหม?”
ประโยคสุดท้ายของเขาเหมือนระเบิดลูกใหญ่ที่ทำลายความเยือกเย็นของรัญชนา ร่างบางทรุดลงไปนั่งกับเก้าอี้นวมตัวใกล้ที่สุด มือที่เคยผลักไสเริ่มอ่อนแรงลง ความใจอ่อนที่เป็นศัตรูตัวฉกาจกำลังจะทำให้เธอแพ้พ่ายอีกครั้ง
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบถี่ของทั้งสองคน ภาคินยังคงคุกเข่าอยู่ที่เดิม ไม่ยอมลุกขึ้นราวกับจะรอคอยการตัดสินโทษจากเธอ สายตาของเขาที่มองขึ้นมานั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ผู้หญิงคนไหนเห็นก็ต้องสั่นคลอน รัญชนาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่นั้น พยายามหาเศษเสี้ยวของการหลอกลวง แต่เธอกลับพบเพียงความว่างเปล่าที่รอการเติมเต็ม
“คุณกลับไปเถอะค่ะ” รัญชนากล่าวด้วยเสียงแผ่วเบาที่พยายามสร้างความแข็งกร้าว “ถ้าคุณอยากจะไถ่บาป ก็อย่ามายุ่งกับชีวิตของฉันและลูกอีกเลย... นั่นคือสิ่งที่คุณควรทำให้ฉันมากที่สุด”
ภาคินลุกขึ้นช้าๆ ร่างสูงใหญ่ของเขาสั่นไหวเหมือนคนจะยืนไม่อยู่ เขาไม่ได้ดื้อดึงที่จะรั้งเธอไว้อีกต่อไป แต่กลับก้มหัวลงอย่างจำนน ก่อนจะเดินหันหลังออกจากห้องไปอย่างคนไร้วิญญาณ
ทว่า ในจังหวะที่เขากำลังจะก้าวพ้นประตูห้องรับแขก ประตูด้านหน้าของบ้านก็เปิดออกเสียก่อน ร่างเล็กป้อมสองร่างวิ่งกรูเข้ามาด้วยความร่าเริงตามประสาเด็กที่เพิ่งกลับจากโรงเรียน
“มี้ขา! วันนี้คุณครูบอกว่า...” เสียงใสของน้องรันชะงักลงเมื่อเห็นชายแปลกหน้ายืนขวางทางอยู่ ส่วนน้องริณที่วิ่งตามมาข้างหลังก็หยุดชะงักมองชายร่างสูงด้วยแววตาสงสัย
ภาคินยืนนิ่งสนิท ราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยของเด็กหญิงและเด็กชายที่ถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยนกำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่กะพริบตา ในมือของน้องรันถือกรอบรูปใบหนึ่งที่เขาสังเกตเห็นทันทีว่าเป็นรูปถ่ายของเขาในสมัยที่ยังเป็นวัยรุ่น... รูปเดียวกับที่รัญชนาเคยทำหายไปเมื่อหลายปีก่อน
เขาหันกลับมามองรัญชนาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ด้านหลัง ความตกใจในดวงตาของเธอคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ภาคินขยับยิ้มออกมาทั้งน้ำตา เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความปิติและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเด็กน้อยทั้งสอง
“ลูก... ลูกของพ่อ...”
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความรักที่แสนเจ็บปวดและแสนหวานนี้ไปด้วยกันนะคะ ชฎาพรายไวน์แดงจะพาไปพบจุดพีคของเรื่องในตอนหน้าค่ะ!
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 27
น้ำตาสิงโตเจ้าสำราญ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!