เสียงกระแทกของประตูรถหรูแบรนด์ยุโรปดังสนั่นหวั่นไหว ดึงดูดสายตาของพนักงานต้อนรับและแขกวีไอพีในโรงแรมห้าดาวใจกลางเมืองให้หันมามองเป็นตาเดียว รัญชนาไม่สนใจสายตาใครทั้งสิ้น ความโกรธเกรี้ยวที่สุมอกอยู่จนร้อนรุ่มไปหมดทำให้ปลายนิ้วเรียวสั่นเทา ลมหายใจเข้าออกหอบกระชั้นขณะที่สองเท้าสวมส้นสูงพุ่งตรงไปยังลิฟต์โดยสารราวกับพายุหมุน
ในหัวของเธอนึกถึงแต่ใบจิ้มลิ้มของลูกแฝด — น้องรันและน้องริณ — ดวงใจทั้งดวงที่เธออุ้มท้องฟูมฟักมาด้วยความยากลำบาก ทันทีที่ทราบข่าวจากปลายสายของคนสนิทว่าลูกๆ ทั้งสองคนถูกพาตัวมาอยู่กับใคร หัวใจของคนเป็นแม่ก็แทบหล่นวูบลงไปกองที่ตาตุ่ม ความหวาดกลัวระคนเกรี้ยวกราดตีรวนขึ้นมาจนหน้ามืด
*ภาคิน! ผู้ชายไร้ยางอายคนนั้นกล้าดียังไงถึงบังAชาญวิสัย ลักพาตัวเลือดเนื้อเชื้อไขของเธอมา!*
ติ๊ง!
ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นเพนต์เฮาส์ส่วนตัว รัญชนาไม่รอช้า เธอสาวเท้าก้าวฉับๆ ไปยังห้องชุดเป้าหมายโดยไม่ต้องกดกริ่ง มือบางบิดลูกบิดประตูที่ไม่ได้ล็อกไว้อย่างแรงจนมันกระแทกผนังห้องเสียงดังลั่น
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าเกือบทำให้แม่เสือสาวขาดใจตายตรงนั้น...
บนโซฟาหนังแท้ราคาแพง ภาคิน อดีตสามีผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพรมหรู ใบหน้าคมคายที่เคยเรียบเฉยไร้อารมณ์บัดนี้กลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มอบอุ่น ดวงตาคู่คมทอดมองเด็กแฝดชายหญิงวัยสามขวบที่กำลังหัวเราะคิกคักชอบใจขณะช่วยกันเอาสติกเกอร์รูปการ์ตูนแปะลงบนเสื้อสูทราคาหลักแสนของเขา
"คุณคินขา... ตรงนี้ต้องติดรูปดาวค่ะ ถึงจะเท่เหมือนกัปตันอเมริกา!" เสียงใสแจ๋วของน้องริณเอ่ยขึ้นพร้อมกับยื่นสติกเกอร์รูปดาวดวงโตให้ชายหนุ่ม
ภาคินรับมาด้วยความเต็มใจ เขายอมให้เด็กหญิงตัวน้อยแปะมันลงบนอกเสื้ออย่างว่าง่าย พลางหัวเราะในลำคอด้วยความเอ็นดูที่รัญชนาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิตการแต่งงานสามปีที่ผ่านมา
"พ่อคินเท่ที่สุดเลยครับ!" น้องรันส่งเสียงเชียร์พลางปรบมือแปะๆ
"หยุดเดี๋ยวนี้นะ!"
เสียงหวานทรงพลังที่ตวาดกร้าวขึ้นทำลายบรรยากาศอบอุ่นลงในพริบตา ร่างระหงของรัญชนาก้าวพรวดเข้ามาในห้อง รังสีความโกรธแผ่ซ่านรอบตัวจนอุณหภูมิในห้องราวกับลดฮวบลง
ภาคินชะงัก เงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตภรรยา แววตาไหววูบไปชั่วขณะเมื่อเห็นประกายไฟแห่งความเกลียดชังและหวาดระแวงในดวงตาคู่สวยที่เขาเคยรักและทำลายมันลงด้วยมือตัวเอง
"รัญ..." ภาคินพยายามจะเอ่ยชื่อเธอพร้อมกับลุกขึ้นยืน แต่รัญชนาไม่เปิดโอกาสให้เขาได้พูดอะไรทั้งสิ้น
"คุณทำบ้าอะไรของคุณภาคิน!" รัญชนาพุ่งเข้าไปกระชากลูกแฝดทั้งสองคนให้มาหลบอยู่ด้านหลังของเธอทันที สองมือบางสั่นเทาขณะโอบกอดร่างเล็กทั้งสองไว้แน่นด้วยความปกป้อง ดวงตากลมโตแดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจ "คุณไม่มีสิทธิ์! คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับลูกของฉัน!"
"รัญ ใจเย็นๆ ก่อน..." ภาคินก้าวเข้ามาหาด้วยท่าทีสุขุมขึ้น เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเชิงยอมจำนน พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเมื่อเห็นอาการตื่นตระหนกของอดีตภรรยา "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะลักพาตัวแก... แกแค่วิ่งเล่นซนอยู่ที่สวนสาธารณะ แล้วพี่บังเอิญเจอ..."
"โกหก!" รัญชนาตวาดสวนกลับทันควัน น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นคลหน่วยตาคู่สวย "คนอย่างคุณมีแผนการเสมอ! คุณต้องการอะไรกันแน่ภาคิน? อยากได้ยินฉันกราบกรานขอร้องคุณเหรอ? อยากเห็นฉันเจ็บปวดเจียนตายใช่ไหมถึงจะพอใจ!"
"แม่ขา..." น้องริณส่งเสียงเรียกด้วยความตกใจ มือเล็กๆ ดึงชายเสื้อของมารดาเบาๆ ดวงตาคู่โตใสแป๋วเต็มไปด้วยความหวาดกลัวเมื่อเห็นแม่โกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ "อย่าดุคุณอาเลยนะคะ คุณอาใจดีมากเลย ซื้อไอติมให้กินด้วย แถมยังพาเล่นสนุกด้วยค่ะ"
คำพูดไร้เดียงสาของลูกสาวเปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจรัญชนา เจ็บปวดจนพูดไม่ออก เธอย่อตัวลงสวมกอดลูกทั้งสองแน่นขึ้น ฝังใบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มของลูกเพื่อซ่อนหยาดน้ำตาที่ร่วงเผาะ
ภาคินมองภาพนั้น หัวใจของเขาบีบรัดเข้าหากันจนปวดหนึบ ความรู้สึกผิดบาปที่กัดกินวิญญาณมาตลอดหลายเดือนหลังจากการหย่าร้างพรั่งพรูขึ้นมาอีกครั้ง เขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งอย่างไม่ถือตัว เอื้อมมือไปหมายจะแตะไหล่บางที่กำลังสั่นไหวของรัญชนา
"รัญ... พี่ขอโทษ" เสียงทุ้มต่ำเอמהแผ่วเบา เต็มไปด้วยความสำนึกผิดอย่างสุดซึ้ง "พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ลูกกลัว พี่แค่อยาก... อยากอยู่ใกล้แก อยากทำหน้าที่พ่อที่เคยละเลยไป..."
"คุณไม่มีสิทธิ์เรียกตัวเองว่าพ่อ!" รัญชนาสะบัดตัวหลุดจากการแตะต้องของเขาอย่างรุนแรง เธอตวัดสายตากลับมามองเขาด้วยความเดือดดาล แววตาที่เต็มไปด้วยความหยิ่งทะนงและเด็ดเดี่ยว "วันที่คุณเซ็นใบหย่า วันที่คุณไล่ฉันออกจากชีวิตอย่างไร้เยื่อใย คุณตัดสิทธิ์นั้นไปตั้งนานแล้วภาคิน!"
"รัญ..."
"อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!" รัญชนาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง บังร่างของลูกแฝดไว้มิดชิด น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิททว่าเฉียบคมราวกับใบมีดโกนอาบยาพิษ "จำใส่สมองของคุณเอาไว้เลยนะภาคิน ต่อให้คุณจะรวยล้นฟ้า มีอำนาจล้นมือแค่ไหน แต่ผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณ ไม่มีวันได้แม้แต่เศษเสี้ยวความเป็นพ่อจากเด็กสองคนนี้เด็ดขาด!"
พูดจบ รัญมนาก็ก้มลงอุ้มลูกสาวขึ้นแนบอก จูงมือน้องรันให้เดินตามหลังอย่างเร่งรีบ เธอไม่แม้แต่จะชายหางตามองอดีตสามีที่คุกเข่าค้างอยู่บนพื้นห้องอีกเลยแม้แต่น้อย
ปัง!
เสียงประตูปิดลงตามแรงผลัก ส่งสัญญาณการตัดขาดเยื่อใยอย่างไร้เยื่อใยอีกครั้ง
ภาคินยังคงคุกเข่าอยู่ท่าเดิม นัยน์ตาคมกริบเหม่อมองไปยังบานประตูที่ปิดสนิท มือหนายกขึ้นกุมขมับเมื่อความจริงอันโหดร้ายตีแสกหน้าเข้าอย่างจัง เขาสูญเสียทุกอย่างไปแล้วจริงๆ... ความรัก ความไว้วางใจ และแม้แต่สิทธิ์ในสายเลือดของตนเอง
ทว่า ในขณะที่ความมืดมนกำลังกลืนกินหัวใจของชายหนุ่ม เสียงเคาะประตูก็เบาหวิวดังขึ้นจากด้านนอก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก...
ภาคินขมวดคิ้วอย่างสงสัย เขาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปเปิดประตูด้วยความหวังลมๆ แล้งๆ ว่ารัญชนาอาจจะเปลี่ยนใจกลับมา แต่ทว่า... เบื้องหน้ากลับไม่ใช่ร่างบางของอดีตภรรยา หากแต่เป็นชายชุดสูทสีดำสนิท ลูกน้องคนสนิทของเขาเอง สีหน้าของอีกฝ่ายซีดเผือดจนน่ากลัว ในมือถือซองเอกสารสีน้ำตาลยับยู่ยี่
"นายครับ..." เสียงของลูกน้องสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด "คือ... ผลตรวจ DNA ล่าสุด... และ... และเอกสารสำคัญอีกฉบับที่ผมเพิ่งไปสืบเจอมา... นายต้องอ่านมันเดี๋ยวนี้ครับ!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหยดน้ำตาและบทเรียนแห่งความรักนี้ไปกับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 23
แม่เสือสาวเดือดจัด
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!