"ฉันเตือนคุณแล้วนะคะคุณภาคิน ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น หรือสถานที่ที่คุณจะมาทำตัวตามอำเภอใจได้เหมือนในอดีต"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมของรัญชนา ดังแทรกผ่านความเงียบของห้องรับแขกสไตล์โมเดิร์นภายในบ้านพักตากอากาศริมทะเลสาบ เธอไม่ได้หันกลับมามองผู้ชายที่ก้าวตามเข้ามาด้วยซ้ำ ดวงตาคู่สวยที่เคยไหวระริกด้วยหยาดน้ำตาในวันวาน บัดนี้กลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมพัด ทว่ากลับซ่อนประกายความแข็งกร้าวและเยชาไว้อย่างมิดชิด
ภาคินชะงักฝีเท้า ลมหายใจอุ่นร้อนสะดุดกึกในลำอก ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทเนื้อดีที่ถูกปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ความเย่อหยิ่งและมาดมั่นที่เคยค้ำคอเขามาตลอดหลายปี พังทลายลงไม่เป็นท่าต่อหน้าผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่า "ไม่มีวันไปไหนรอด" หากปราศจากเงาของเขา
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ ออกมาอีก รอยหยักลึกที่หว่างคิ้วบอกชัดว่าเขากำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความอึดอัดนี้ไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวเช่นเคย หากแต่เป็นความหน่วงหนับแปลกประหลาดที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ กลิ่นแป้งเด็กอ่อนจางๆ ลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นอายความอบอุ่นของครอบครัวที่เขาไม่เคยสัมผัสมาตลอดชีวิตอันโดดเดี่ยว
"ผม... แค่จะมาส่งของเล่นให้แก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก ภาคินเหลือบมองถุงกระดาษแบรนด์เนมในมือ ซึ่งบรรจุหุ่นยนต์บังคับวิทยุราคาแพงลิบลิ่วที่เขาตั้งใจเลือกซื้อให้เด็กแฝดด้วยตัวเองโดยไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงต้องใส่ใจขนาดนั้น
"เด็กๆ ไม่ต้องการของราคาแพงจากคุณหรอกค่ะ สิ่งที่พวกเขาต้องการ คือความสงบ... และการที่คุณถอยออกไปจากชีวิตของเราต่างหาก" รัญชนาหันกลับมาเผชิญหน้า ร่างระหงในชุดเดรสผ้าลินินสีครีมดูสง่างามและยากจะเอื้อมถึง เธอวางเอกสารในมือลงบนโต๊ะกระจกด้วยท่าทางมั่น
ทว่า ยังไม่ทันที่บทสนทนาอันเชือดเฉือนจะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งตึงตังดังมาจากโถงทางเดินชั้นบน พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคักสดใสที่ทำเอาหัวใจของภาคินกระตุกวูบ
"พี่รัน! อย่าวิ่งหนีริณนะ!"
พรวด!
ร่างป้อมกลมของเด็กหญิงตัวน้อยในชุดนอนลายกระต่ายวิ่งเลี้ยวโค้งเข้ามาในห้องรับแขก ก่อนจะเสียหลักสะดุดพรมปูพื้นอย่างแรง ร่างเล็กๆ กำลังจะล้มคว่ำหน้ากระแทกพื้นกระเบื้อง ทว่าด้วยสัญชาตญาณดิบที่เหนือกว่าความคิด ภาคินพุ่งตัวเข้าไปคว้าเอวเล็กนั้นไว้ได้ทันอย่างหวุดหวิด
"อุ๊ย!"
เด็กหญิงตัวน้อยอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตใสแป๋วแพรวพราวราวกับหยดน้ำค้างบนยอดหญ้า ช้อนขึ้นมองหน้า "คุณลุงใจร้าย" ที่ชอบทำหน้าดุใส่แม่ของเธอบ่อยๆ
ภาคินชะงักค้างไปทั้งร่าง ลมหายใจของเขาขาดห้วงเมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มอุ่นซ่านที่แนบอยู่บนฝ่ามือ ร่างเล็กๆ ในอ้อมแขนมีกลิ่นหอมสะอาดของแป้งเด็กฟุ้งกระจายเข้าจมูก ดวงตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลเบิกกว้างขึ้นทีละน้อย เมื่อได้พินิจพิเคราะห์ดวงหน้าจิ้มลิ้มระยะประชิด
ดวงตากลมโตคู่นั้น จมูกรั้นเชิดรั้น และโดยเฉพาะรอยยิ้มที่เผยให้เห็นฟันน้ำนมเรียงสวย... มันถอดแบบมาจากกระจกเงาที่สะท้อนเงาของเขาเองในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน!
"ริณ!" รัญชาร้องเสียงหลง หน้าซีดเผือดด้วยความตกใจ รีบก้าวเข้าไปกระชากลูกสาวตัวน้อยออกจากอ้อมแขนของอดีสามีอย่างแรงราวกับคนเสียสติ สัญชาตญาณความเป็นแม่พุ่งพล่านจนมือไม้สั่นเทา เธอรีบดึงร่างเล็กมาซ่อนไว้ข้างหลัง พร้อมกับแววตาวาวโรจน์ที่จ้องมองภาคินราวกับเสือแม่ลูกอ่อนที่พร้อมจะขย้ำศัตรู
"ถอยไปค่ะ! อย่ามาแตะต้องลูกฉัน!"
ภาคินไม่ได้ขัดขืน แรงดึงของรัญชนาทำให้เขาลุกขึ้นยืนช้าๆ ทว่าสมองของเขากลับขาวโพลนไปหมดแล้ว ภาพเด็กแฝดชายหญิงที่วิ่งเล่นหัวเราะกันในบ้าน ภาพความทรงจำย้อนกลับมาประเดประดอนในหัวราวกับภาพยนตร์สโลว์โมชั่น ความจริงที่เขาเคยสงสัยและปฏิเสธมาตลอด พรั่งพรูเข้ากระแทกหน้าอกจนจุกแน่น
เด็กสองคนนี้... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาอย่างนั้นหรือ?
เด็กผู้ชายที่หน้าตาบึ้งตึงใส่เขาตลอดเวลาเมื่อวันก่อน กับเด็กผู้หญิงตัวนุ่มนิ่มที่เพิ่งอยู่ในอ้อมแขนเมื่อครู่... เป็นลูกของเขากับรัญชนาอย่างนั้นหรือ?!
"รัญ..." เสียงของภาคินแหบพร่า ดวงตาคมกริบแดงก่ำขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกบางอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับหัวใจที่ด้านชาและเยือกเย็นมาตลอดชีวิต กำลังแผ่ซ่านความอุ่นวาบเข้ามาอย่างรุนแรง มันไม่ใช่ความโกรธ ไม่ใช่ความต้องการเอาชนะ แต่มันคือสายใยสายเลือดที่กำลังร่ำร้องหาเจ้าของร่างเล็กๆ สองคนที่หลบอยู่ด้านหลังมารดา
"อย่ามาเรียกชื่อฉัน!" รัญชนาตวาดเสียงสั่น เธอกอดลูกแฝดไว้แนบอกแน่น หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อคลอเบ้า แต่เธอรีบกะพริบไล่มันกลับลงไปอย่างเด็ดเดี่ยว "ความลับที่คุณไม่มีวันได้รู้... มันจบลงแล้วค่ะ คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะคิด!"
"รัญ... ฟังผมก่อน..." ภาคินก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ มือหนาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่อยู่ ความรู้สึกผิดมหาศาลถาโถมเข้าใส่จนหายใจไม่ออก ภาพที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งเธอในวันที่เธอกำลังตั้งครรภ์ ภาพที่เขาดูถูกเหยียดหยามความรักของเธอย้อนกลับมาบดขยี้หัวใจเขาจนแหลกเหลว นี่หรือคือสิ่งที่เขาทำลายลงด้วยมือของตัวเอง? นี่หรือคือพยานรักที่เขาเคยมองว่าเป็นแค่ภาระ?
"ปะป๊า..."
เสียงใสแจ๋วของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งวิ่งตามมาสมทบดังขึ้น ทำเอาทุกคนในห้องชะงักกึก น้องรันยืนกอดอกทำหน้ายู่เลียนแบบท่าทางของภาคินไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตากลมโตมองหน้าชายหนุ่มสลับกับมารดา ก่อนจะเอียงคอมองด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก
"ทำไมคุณลุงหน้าเหมือนหนูเลยล่ะฮะ?"
คำถามไร้เดียงสาของเด็กชายราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของภาคิน ร่างสูงยืนนิ่งงัน น้ำตาของผู้ชายที่หยิ่งทะนงที่สุดใน
Asia ค่อยๆ เอ่อคลอขึ้นมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ความอบอุ่นที่ไม่เคยสัมผัสซึมซับเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาทีละน้อย ราวกับไฟกองเล็กๆ ที่ถูกจุดขึ้นท่ามกลางความหนาวเหน็บอันยาวนาน
เขากำลังจะคุกเข่าลงเพื่อขอโอกาสจากลูกและอดีตภรรยา ทว่าทันใดนั้นเอง... เสียงรถยนต์หรูคันคุ้นเคยก็แล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าประตูบ้าน พร้อมกับการปรากฏตัวของแขกที่ไม่ได้รับเชิญ ซึ่งก้าวลงมาจากรถด้วยท่าทางเย่อหยิ่งและรอยยิ้มเยือกเย็นที่ชวนให้ขนลุก
รัญชนาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเห็นว่าใครก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้
"อุ๊ย... ดูท่าทางครอบครัวนี้จะอบอุ่นกันน่าดูเลยนะคะเนี่ย ขาดฉันมาร่วมแจมด้วยคน คงไม่ว่าอะไรใช่ไหมคะ... พี่คิน?"
เสียงแหลมสูงของลลินาเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มมุมปากที่ซ่อนพิษสงรอบตัวไว้เต็มเปี่ยม สายตาร้ายกาจกวาดมองเด็กแฝดทั้งสองคนสลับกับใบหน้าซีดเผือดของภาคินและรัญชนา
—--------
*ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมดื่มด่ำไปกับความเจ็บปวดและการค้นพบสายใยรักอันบริสุทธิ์นี้นะคะ ชฎาพรายไวน์แดงจะรีบพามาลุ้นระทึกต่อในตอนถัดไปอย่างแน่นอนค่ะ!*
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 22
พ่อลูกผูกพันโดยสัญชาตญาณ
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!