ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 21

การลักพาตัว (แบบละมุน)

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
“ถ้าคุณยังไม่เลิกเคาะประตู ฉันจะแจ้งความข้อหาบุกรุกนะคะ คุณภาคิน!” เสียงหวานที่เปี่ยมไปด้วยความเย็นชาดังก้องผ่านบานประตูไม้เนื้อแข็ง รัญชนาในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมยืนกำหมัดแน่นอยู่หลังประตู หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความโกรธแค้นที่ถูกเขารบกวนความสงบสุขที่เธอกว่าจะสร้างมันขึ้นมาได้นั้นยากเย็นเพียงใด แต่เมื่อไม่มีเสียงตอบรับกลับมาอีก มีเพียงความเงียบงันที่น่าขนลุก เธอจึงตัดสินใจแง้มประตูดูเพียงเล็กน้อย... ทว่าหน้าบ้านกลับว่างเปล่า ภาคินไม่ได้จากไปไหน เขาเพียงแค่หลบมุมอยู่ในรถหรูที่จอดอยู่ไกลออกไป สายตาคมกริบจับจ้องเพียงภาพผู้หญิงที่เขารักและทำร้ายอย่างแสนสาหัสด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความโหยหาที่กัดกินใจจนเขารู้สึกเหมือนคนตายทั้งเป็นผลักดันให้เขาเฝ้าติดตามเธออย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งเช้าวันต่อมา เขาเห็นเธอก้าวออกมาจากบ้านพร้อมกับเด็กน้อยสองคน รัญชนาจูงมือน้องรันและน้องริณมุ่งหน้าไปยังสนามเด็กเล่นใจกลางหมู่บ้าน ภาคินก้าวลงจากรถ สวมแว่นกันแดดสีเข้มพลางดึงหมวกแก๊ปต่ำลงปิดบังใบหน้าคมคายที่ใครๆ ต่างก็รู้จักดี เขาแอบมองภาพนั้นจากหลังพุ่มไม้สูง แสงแดดรำไรที่ตกกระทบใบหน้าจิ้มลิ้มของเด็กแฝดทำให้เขาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อเห็นเค้าโครงหน้าของเด็กน้อยที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด “พี่รันครับ ดูนั่นสิ! ลุงคนนั้นจ้องเรานานแล้วนะ” เด็กหญิงริณกระซิบพลางชี้มือไปทางภาคิน ภาคินสะดุ้งสุดตัว เขาเผลอก้าวออกมาจากมุมมืดโดยไม่ทันตั้งตัว ทำให้เด็กแฝดหันมามองเขาเต็มสองตา ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตพับแขนดูผิดที่ผิดทางเมื่อมาอยู่ท่ามกลางสนามเด็กเล่นสีสันสดใส เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาด้วยความรู้สึกที่ยากจะควบคุม “ว่าไงครับ... สาวน้อย” เขาพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูใจดีที่สุด ทั้งที่ในใจมันสั่นระรัวจนแทบจะทะลุออกมา “ลุงหน้าดุจังเลยค่ะ” น้องริณเอียงคอถามด้วยดวงตากลมโตใสซื่อ “ทำไมต้องใส่แว่นดำด้วยคะ แดดไม่ได้แรงขนาดนั้นสักหน่อย” คำทักทายนั้นทำเอาภาคินถึงกับพูดไม่ออก ความแข็งกร้าวที่เขาเคยใช้ฟาดฟันกับโลกธุรกิจดูมลายหายไปสิ้นเมื่อเผชิญกับสายตาไร้เดียงสาของเลือดเนื้อเชื้อไขของตัวเอง เขาค่อยๆ นั่งยองๆ ลงเพื่อให้ระดับสายตาเท่ากับเด็กทั้งสอง มือหนาที่เคยหยิบจับปากกาเซ็นเช็คหลักล้านสั่นเทาเล็กน้อยขณะเอื้อมไปหาเด็กชายรันที่ยืนกอดอกมองเขาอย่างไว้เชิง “ลุง... แค่หลงทางน่ะครับ” ภาคินตอบเสียงพร่า “แล้วพวกหนูชื่ออะไรกันครับ” “หนูชื่อริณ พี่ชายหนูชื่อรันค่ะ เราเป็นเด็กดี แม่บอกว่าห้ามคุยกับคนแปลกหน้า... แต่ลุงดูเหมือนคนที่ร้องไห้อยู่หน้าบ้านแม่เมื่อคืนเลยนะคะ” ประโยคนั้นของน้องริณเหมือนกระสุนที่ยิงทะลุหัวใจของภาคินจนเขารู้สึกจุกไปถึงลำคอ ความรักและความเอ็นดูที่พุ่งพล่านแทรกซึมผ่านดวงตาที่เคยเย็นชา เขาอยากจะคว้าเด็กทั้งสองมากอด แต่เขาก็รู้ดีว่าถ้าทำเช่นนั้น รัญชนาที่กำลังเดินถือถุงขนมกลับมาเห็นเข้า เขาคงไม่มีวันได้รับโอกาสอีกเลย “ลุง... ลุงแค่ทำของสำคัญหายครับ” ภาคินพึมพำ ดวงตาสีเข้มวูบไหว “และลุงก็กำลังตามหามันอยู่” “ของสำคัญเหรอคะ?” น้องรันถามพลางขมวดคิ้ว “มันมีชีวิตไหมคะ หรือเป็นแค่ของเล่น” “มันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตลุงเสียอีกครับ” ภาคินตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เขามองใบหน้าของลูกแฝดที่ถอดแบบเขามาเกือบทั้งหมด—ทั้งคิ้วเข้ม จมูกโด่ง และสายตาที่ดื้อรั้นนั้น—มันทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนตบหน้าด้วยความจริงที่เขาพยายามปฏิเสธมาตลอดเวลาที่ผ่านมา ในจังหวะนั้นเอง รัญชนาก็เดินกลับมาพร้อมรอยยิ้มที่มอบให้กับลูกๆ แต่เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นเห็นชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าลูกแฝดของเธอ รอยยิ้มนั้นก็หายวับไปราวกับถูกลบออกด้วยยางลบ เธอวางถุงขนมลงบนม้านั่งอย่างแรง ก่อนจะเดินตรงดิ่งเข้ามาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ “ถอยออกมาจากลูกฉัน เดี๋ยวนี้!” รัญชนาตวาดเสียงสั่น กางแขนออกปกป้องลูกทั้งสองไว้ข้างหลังทันที ภาคินค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขามองหน้าหญิงสาวที่เขารักสุดหัวใจด้วยสายตาที่เปราะบางที่สุดที่เธอเคยเห็น “รัน... ผมแค่...” “อย่ามาเรียกชื่อฉัน! และห้ามเข้าใกล้ลูกฉันอีก ถ้าฉันเห็นคุณมาวนเวียนแถวนี้แม้แต่ก้าวเดียว ฉันจะให้ทนายจัดการเรื่องกฎหมายทันที ไม่ต้องมาทำหน้าตาสำนึกผิด เพราะมันไม่ได้ผลกับฉันแล้ว!” เธอกระชากแขนลูกแฝดให้เดินตามไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ภาคินยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเด็กๆ คนอื่นในสวน เขาหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเสียใจถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ เขาแพ้ราบคาบ ไม่ใช่เพราะเธอไม่รักเขาแล้ว แต่เพราะเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รับความรักนั้นอีกต่อไป ทว่าในขณะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินจากไปด้วยความสิ้นหวัง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่ตกลงจากกระเป๋าเสื้อของน้องรันขณะที่เด็กชายเดินกระแทกตัวหนีเขาไปเมื่อครู่ มันคือเศษกระดาษใบเล็กๆ ที่พับไว้แน่น ภาคินตัดสินใจหยิบขึ้นมาดูด้วยหัวใจที่เต้นรัวแรงจนแทบหยุดหายใจ มือหนาค่อยๆ คลี่กระดาษแผ่นนั้นออกช้าๆ ลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันทีเมื่อเห็นสิ่งที่เขียนอยู่ข้างในด้วยลายมือของเด็กหัดเขียน... มันคือบันทึกข้อมูลส่วนตัวที่ระบุชื่อของเด็กทั้งสอง พร้อมกับเลขบัตรประชาชนและชื่อบิดาที่ถูกเว้นว่างไว้... แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่า คือรูปถ่ายเก่าๆ ที่ติดมาด้วย เป็นรูปของเขาและรัญชนาในวันแต่งงานที่ถูกตัดแยกออกเป็นสองส่วน และชื่อ 'พ่อ' ที่ถูกเขียนทับด้วยลายมือเด็กน้อยว่า... 'แดดดี้ที่หายไป' ภาคินทรุดเข่าลงกับพื้นสนามหญ้าในทันที ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้นพรั่งพรูออกมาเป็นหยดน้ำตาที่ลูกผู้ชายอย่างเขาไม่เคยเสียให้กับใครมาก่อน... ความลับที่เธอกอดเก็บไว้มันช่างหนักอึ้งเกินกว่าที่เขาจะจินตนาการถึงได้ ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับความเจ็บปวดและสายใยรักนี้ด้วยกันนะคะ ชฎาพรายไวน์แดงจะรีบมาต่อในตอนถัดไปอย่างแน่นอนค่ะ!
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%