ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 20

ความสงสัยที่พุ่งสูง

ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
เอกสารรายงานการเดินทางและประวัติการรักษาพยาบาลย้อนหลังเมื่อสามปีก่อน ถูกกางอยู่บนโต๊ะทำงานกระจกใสในห้องทำงานส่วนตัวของภาคิน ตัวเลข วันเวลา และชื่อสถานพยาบาลต่างประเทศ เรียงร้อยต่อกันราวกับภาพจิ๊กซอว์ที่ค่อยๆ ปรากฏภาพความจริงอันน่าตกตะลึงทีละน้อย ดวงตาคมกริบของนักธุรกิจหนุ่มผู้ไม่เคยพ่ายแพ้ต่อสิ่งใดกำลังกวาดมองตัวอักษรเหล่านั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัวราưกลองศึก รัญชนาหายตัวไปจากชีวิตเขาในเดือนพฤศจิกายน... และเด็กแฝดชายหญิงคู่นั้น เกิดในเดือนกรกฎาคมปีถัดมา เก้าเดือนพอดี คำนวณด้วยหลักตรรกะง่ายๆ และระยะเวลาตั้งครรภ์ทาง ธรรมชาติ มันคือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า ในวันที่เขาผลักไสไล่ส่งเธอออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ด้วยถ้อยคำดูถูกเหยียดหยาม ในวันที่เธอยืนร้องไห้จนแทบขาดใจโดยปราศจากความเห็นอกเห็นใจจากเขา รัญชนาไม่ได้ตัวคนเดียว... เธอกำลังตั้งครรภ์ทายาทสายเลือดของเขาอยู่ในท้องถึงสองคน "โง่... ฉันมันโง่สิ้นดี" ภาคินพึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ มือหนากำกระดาษในมือจนยับยู่ยี่ ภาพใบหน้าหวานหยาดเยิ้มที่เคยเงยขึ้นสบตาเขาด้วยความอ้อนวอนในอดีต ย้อนกลับมาตอกย้ำความผิดบาปในใจราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบซ้ำๆ ที่หน้าอกข้างซ้าย เขานึกถึงเด็กชายตัวน้อยแก้มป่องที่ชื่อ 'น้องรัน' และเด็กหญิงตากลมโตแกะรอยพิมพ์เดียวกันที่ชื่อ 'น้องริณ' เมื่อครั้งที่เขาบังเอิญไปพบพวกแกที่ร้านกาแฟ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ดวงตากลมโตคู่นั้น ที่ไม่ว่าจะมองมุมไหน มันก็คือสำเนาถูกต้องของเขาไม่มีผิดเพี้ยน เหตุใดในเวลานั้นเขาถึงมัวแต่ตาบอด มองไม่เห็นความจริงที่เด่นหรหลาอยู่ตรงหน้า มัวแต่หลงเชื่อคำเป่าหูของลลินา ผู้หญิงที่เขาเพิ่งตาสว่างว่ามีค่าไม่เท่าปลายเล็บของอดีตภรรยาด้วยซ้ำ ความรู้สึกผิดซัดสาดเข้ามาในอกราวกับคลื่นลมมรสุมที่โหมกระหน่ำ ภาคินไม่เคยคิดเลยว่า ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอ่อนแอและไม่มีทางยืนหยัดด้วยตัวเองได้ จะกล้าหาญถึงขนาดอุ้มท้องลูกแฝดหนีไปไกลถึงต่างประเทศ เลี้ยงดูพวกแกด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างสง่างาม โดยไม่เคยกลับมาเรียกร้องสิทธิ์หรือแม้แต่เงินสักบาทเดียวจากตระกูลอัครเดชากุล เสียงหัวใจที่เต้นระรัวสะท้อนก้องอยู่ในความเงียบงัน ภาคินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นไหวในกาย ความมั่นใจที่เคยมีแปดส่วนบัดนี้พุ่งทะยานขึ้นจนเต็มร้อย รัญชนา... เธอกล้ามากนะที่ซ่อนลูกของเขาไว้ แถมยังกล้าทำตัวหมางเมิน เยชา และทำราวกับเขาเป็นเพียงคนแปลกหน้าในวันที่บังเอิญพบกัน ในขณะเดียวกัน ณ คอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมือง รัญชนากำลังนั่งอยู่บนพรมปูพื้นห้องนั่งเล่น โดยมีลูกแฝดตัวแสบกำลังรุมล้อมอยู่รอบกาย บรรยากาศอบอวลไปด้วยเสียงหัวเราะคิกคักและความอบอุ่นบริสุทธิ์ที่เงินทองมากมายก็ซื้อไม่ได้ "คุณแม่ขา วันนี้พี่รันแย่งของเล่นหนูอีกแล้วค่ะ ฟ้องคุณแม่เลย!" น้องริณฟ้องเสียงใส แก้มป่องๆ พองลมด้วยความงอน รีบซบหน้าลงกับตักนุ่มของมารดาเพื่อหาแนวร่วม "เปล่าสักหน่อยครับคุณแม่ น้องริณต่างหากที่ไม่ยอมแบ่งให้รันเล่นก่อน" น้องรันรีบแก้ตัว ตาโตใสแป๋วช้อนมองมารดาอย่างออดอ้อน ไม่บอกก็รู้ว่าถอดแบบความเจ้าเล่ห์มาจากใคร รัญชนาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ มือเรียวเอื้อมไปลูบศีรษะเล็กของลูกทั้งสองคนด้วยความรักท่วมท้น ดวงตาคู่สวยทอประกายอ่อนโยนยามมองทายาทตัวน้อยทั้งสอง "เด็กๆ หยุดเถียงกันได้แล้วค่ะ คนเก่งของแม่ต้องรักกันสิคะ ไหน มาให้แม่หอมแก้วคนละทีซิ" รัญชนาเอ่ยเสียงนุ่มละมุน รวบตัวลูกแฝดเข้ามาสวมกอดไว้แน่น อ้อมแขนนี้คือเกราะป้องกันอันแข็งแกร่งที่สุด และหัวใจของเธอก็ถูกเติมเต็มจนล้นปรี่ด้วยดวงใจทั้งสองดวงนี้แล้ว เธอไม่ต้องการสิ่งใดอีก ไม่ต้องการแม้กระทั่งเงาของอดีตสามีผู้ใจร้ายคนนั้น รัญชนาไม่รู้เลยว่า ความลับที่เธอพยายามปกป้องด้วยชีวิต กำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า เมื่อภาพถ่ายและหลักฐานชิ้นสำคัญกำลังเดินทางมาถึงมือของคนที่เธอหวาดกลัวที่สุด ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นขัดจังหวะความสุขสงบภายในห้อง รัญชนาขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เนื่องจากเวลานี้เธอยังไม่ได้สั่งอาหารเดลิเวอรีหรือนัดหมายใครไว้ มือเรียวดันตัวลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย ก่อนจะก้าวเดินไปที่หน้าประตูเพื่อส่องดูตาแมว ทว่า ทันทีที่เห็นเงาร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่หลังบานประตู หัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดหลายปีกลับกระตุกวูบ รัญชนาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกลงไปกองที่ตาตุ่ม ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักว่า... คนๆ นั้นตามมาเจอที่นี่ได้อย่างไร! ภาคินยืนนิ่งอยู่หน้าประตู มือหนายังคงค้างอยู่ในท่าเคาะ เขารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ร้อนผ่าวและแววตาดุดันที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเงียบงัน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก แววตาของนักล่าผู้เจอเหยื่ออันโอชะส่องประกายวาวโรจน์ในความมืดสลัวของทางเดินคอนโด ในเมื่อความจริงปรากฏชัดแจ้งและหลักฐานอยู่ในมือแล้ว... อย่าหวังเลยว่าเขาจะปล่อยให้เธอกับลูกหนีหายไปจากชีวิตเขาได้อีกเป็นครั้งที่สอง! "เปิดประตูให้ผมหน่อยเถอะครับ... รัญชนา" เสียงทุ้มต่ำลอดผ่านบานประตูเข้ามา พร้อมกับเสียงเคาะซ้ำที่หนักแน่นและเด็ดเดี่ยวราวกับประกาศิตจากซาตานในร่างเทพบุตร ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปในห้วงอารมณ์อันเข้มข้นนี้กับชฎาพรายไวน์แดงนะคะ
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%