กลิ่นอายความเย็นเยียบของคราบน้ำตาบนพรมเปอร์เซียราคาแพงยังไม่ทันจางหาย ริมฝีปากหยักลึกที่สั่นระริกของภาคินก็ยังคงเปิดค้าง คล้ายต้องการกล่าวคำอ้อนวอนบางอย่างที่ติดอยู่แค่ลำคอ ร่างสูงใหญ่ที่เคยเย่อหยิ่งทระนงตนเหนือผู้ใด บัดนี้กลับทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดลงบนพื้นแทบเท้าของรัญชนา ดวงตาคู่คมที่เคยเต็มไปด้วยความเย็นชาและเหยียดหยาม บัดนี้แดงก่ำด้วยหยาดน้ำตาแห่งความสำนึกผิด เมื่อความจริงอันกระจ่างแจ้งกระแทกเข้ากลางใจ—เด็กชายตัวน้อยผู้มีรอยยิ้มและโครงหน้าถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน คือสายเลือดที่เขาเคยปัดไสและโง่เขลาเบาปัญญาขับไล่ไสส่งเมื่อสามปีก่อน
"รัญ..."
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเล็ดลอดออกมาจากไรฟัน สั่นสะท้อนความเจ็บปวดเจียนตายที่ชายชาติทหารอย่างเขาไม่เคยคาดคิดว่าจะต้องเผชิญ ภาคินยื่นมือหนาที่สั่นเทาออกไปหมายจะแตะชายกระโปรงของอดีตภรรยา ทว่ารัญชนาในยามนี้ไม่ใช่ผู้หญิงคนเดิมที่ยอมคุกเข่าอ้อนวอนขอความรักจากเขาอีกต่อไป
หญิงสาวก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างสง่างาม ดวงตากลมโตที่เคยฉาบด้วยความอ่อนแอ บัดนี้แข็งกร้าว เยชา และเต็มไปด้วยร่องรอยของการดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง เธอก้มมองอดีตสามีด้วยหางตา ราวกับสิ่งที่อยู่เบื้องล่างไม่ใช่ประมุขหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล หากแต่เป็นเพียงฝุ่นผงไร้ค่าที่เธอไม่แม้แต่จะชายปะทะสายตาให้เสียเวลา
"คุณไม่มีสิทธิ์เรียกชื่อฉันด้วยซ้ำค่ะ, คุณภาคิน" น้ำเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งน้ำแข็งขั้วโลกเอื้อnออกทีละคำ ชัดเจน บาดลึก และเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแทบแหลกสลาย "สามปีก่อน คุณเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอคะว่าเด็กคนนี้ไม่มีค่าพอจะอยู่ในสายตาของคุณ แล้ววันนี้... อะไรกันคะที่ทำให้คุณทำท่าเหมือนจะขาดใจตายอยู่ตรงนี้ แค่เพราะเห็นหน้าลูกชัดๆ อย่างนั้นเหรอคะ? น่าสมเพชจังนะคะ"
ประโยคเชือดเฉือนนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลฉกรรจ์ ภาคินเจ็บจนพูดไม่ออก ลมหายใจติดขัด หัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวว่าผู้หญิงตรงหน้าจะพรากสิทธิ์ความเป็นพ่อไปจากเขาชั่วกาลนาน ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงประตูห้องชุดวีไอพีที่ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท ก็ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบงันทั้งหมด
"พี่คินคะ!"
เสียงแหลมสูงที่คุ้นเคยพุ่งทะลุดังเข้ามา พร้อมกับร่างระหงของลลินาในชุดเดรสสั้นรัดรูปสีแดงเพลิงที่ก้าวฉับๆ เข้ามาในห้อง ดวงตาคู่คมกวาดมองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงระคนเคียดแค้น เมื่อเห็นภาคินกำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้ารัญชนา ภาพที่บาดตาบาดใจนั้นทำให้ความริษยาพุ่งปรีedจนแทบคลุ้มคลั่ง
ลลินากัดริมฝีปากจนห่อเลือด หล่อนอุตส่าห์สะรอยตามสืบจนรู้ว่าภาคินแอบตามรัญชนามาที่นี่ และคิดว่าเขาคงมาสะสางปัญหาเรื่องหย่าร้างแบบเด็ดขาด แต่ภาพที่เห็นกลับกลายเป็นว่าอดีตสามีผู้เย็นชาคนนั้นกำลังก้มหัวอ้อนวอนผู้หญิงที่หล่อนเกลียดเข้าไส้!
"นี่มันอะไรกันคะพี่คิน! ทำไมพี่ถึงมาคุกเข่าให้ผู้หญิงสารเลวคนนี้!" ลลินาปรี่เข้าไปกระชากแขนแกร่งของภาคินให้ลุกขึ้น ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังนี่มันมารยา! มันคงใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรสักอย่างเพื่อจับพี่ใช่ไหมคะ ปล่อยมันนะ! อย่าไปสนใจมัน!"
ภาคินปัดมือของลลินาออกอย่างไร้เยื่อใย แรงกระชากนั้นทำให้ลลินาเซถอยหลังเกือบก้นจ้ำเบ้า ดวงตาคมกริบของประมุขหนุ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมในชั่วพริบตา ความโกรธที่อัดอั้นจากเรื่องของลูกบวกกับความน่ารำคาญของผู้หญิงไร้ยางอายตรงหน้า ทำให้ความอดทนของเขาขาดผึ่ง
"ใครอนุญาตให้เธอเข้ามาที่นี่, ลลินา?" น้ำเสียงกดต่ำลอดไรฟัน เย็นเยียบจนน่ากลัว บรรยากาศรอบตัวภาคินแผ่รังสีอำมหิตออกมาจนลลินาถึงกับผวาถอยหลัง
"พี่คิน... ทำไมพูดกับลลินาแบบนี้ล่ะคะ ก็ลลินาเป็นห่วงพี่..." หล่อนพยายามบีบน้ำตา ทำท่าทางน่าสงสารตามเคย ทว่าในยามนี้มันช่างน่าสมเพชในสายตาของทุกคน
"ห่วงงั้นเหรอ?" ภาคินแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏบนมุมปากหยัก "เธอต่างหากที่คอยเสี้ยมคอยสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงฉันมาตลอดสามปี! ถ้าไม่ใช่เพราะความปากพล่อยและนิสัยต่ำทรามของเธอในอดีต ฉันกับรัญคงไม่ต้องหย่ากัน และฉันคงไม่ต้องมานั่งเสียใจจนแทบกระอักเลือดอยู่ตรงนี้!"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาจากปากของภาคินราวกับสายฟ้าฟาดกลางกระบาลลลินา ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อหู เขา... เขาจำนนต่อความจริงและปกป้องนังรัญชนาอย่างนั้นเหรอ!
ความแค้นที่สุมอกทำให้ลลินาขาดสติ หล่อนหันขวับไปมองรัญชนาที่ยืนกอดอกมองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยสายตานิ่งเฉย ราวกับกำลังชมละครสัตว์เรื่องหนึ่ง ความเยือกเย็นและท่าทีที่เหนือกว่าของรัญชนายิ่งเป็นเชื้อเพลิงชั้นดีที่เผาไหม้สติสัมปชัญญะของลลินาจนมอดไหม้
"นังสารเลว!" ลลินากรีดร้องสุดเสียง พุ่งเข้าใส่รัญชนาหมายจะใช้เล็บยาวๆ จิกข่วนใบหน้าสวยหวานที่หล่อนเกลียดชัง "แกมันนางมารร้าย! แย่งทุกอย่างไปจากฉัน ตายซะเถอะ!"
*เพี๊ยะ!*
เสียงตบฉาดใหญ่ดังสะเทือนไปทั่วห้อง ทว่าไม่ใช่ฝ่ามือของรัญชนาและไม่ใช่แรงของภาคิน หากแต่เป็นความรวดเร็วของสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ปกป้องลูกน้อย รัญชนาเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยก่อนจะซัดฝ่ามือกระทบแก้มเนียนของลลินาเต็มแรงจนหน้าหัน เลือดสีสดซึมออกจากมุมปากของนางอิจฉาตัวร้ายทันที
แต่ลลินายังไม่ยอมหยุด หล่อนพยายามจะพุ่งเข้ามาทำร้ายอีกรอบ คราวนี้เป้าหมายคือเด็กชายตัวน้อยที่ยืนหลบอยู่หลังมารดา—น้องรันที่ยืนมองตาแป๋ว
"อย่าแม้แต่จะแตะต้องลูกฉัน!"
เสียงตวาดก้องของภาคินดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงใหญ่ที่พุ่งเข้าไปคว้าต้นคอของลลินาไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงบีบมหาศาลที่กดลงบนลำคอระหงทำให้ลลินาสำลักลมหายใจ ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำด้วยความขาดอากาศหายใจ ดวงตาเบิกโพลงหวาดกลัวเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ไร้ซึ่งความปรานีใดๆ อีกต่อไป
"ถ้าเธอแตะต้องลูกฉันแม้แต่ปลายเล็บ..." ภาคินกระซิบชิดริมหูของลลินา น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่เหี้ยมเกรียมจนเลือดในกายเย็นเฉียบ "ฉันจะทำให้บริษัทของครอบครัวเธอพินาศย่อยยับจนไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินจะซุกหัวนอน ไสหัวไปให้พ้นหน้าฉันเดี๋ยวนี้!"
สิ้นคำประกาศิต ภาคินก็ผลักร่างของลลินาออกไปอย่างไร้ความปราณี จนหล่อนล้มกลิ้งไม่เป็นท่ากับพื้นห้อง ร่างบางสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและเจ็บใจสุดขีด หล่อนกวาดสายตาอาฆาตมาดร้ายมองรัญชนาและภาคินสลับกัน ก่อนจะตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีออกไปจากห้องอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งไว้เพียงเสียงสะอื้นฮักและบรรยากาศที่กลับมาเงียบงันอีกครั้ง
ห้องชุดกลับมาสู่ความเงียบสงบ รัญชนาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับอารมณ์ให้เข้าที่ เธอก้มลงลูบศีรษะบุตรชายทั้งสองที่ยืนเกาะชายผ้าซิ่นด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีที่ยังคงคุกเข่าอยู่บนพื้น ไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน
"จัดการเรื่องของคุณเสร็จแล้ว ก็เชิญออกไปจากห้องของฉันได้แล้วค่ะ, คุณภาคิน" รัญชนาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้เยื่อใย ไร้ความโกรธเกรี้ยว เหลือเพียงความว่างเปล่าที่น่ากลัวยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด
ภาคินเงยหน้าขึ้นมองอดีตภรรยา หยาดน้ำตาคลอหน่วยในดวงตาคมกริบ เขารู้ดีว่าความผิดบาปที่ตนก่อขึ้นในอดีตนั้นใหญ่หลวงนัก และไม่มีทางลบเลือนได้ง่ายๆ ด้วยคำขอโทษเพียงไม่กี่คำ แต่จะให้เขายอมแพ้และเดินจากไปโดยไม่พยายามคว้าครอบครัวของเขากลับคืนมา... ไม่มีทางเด็ดขาด!
"รัญ... พี่ขอโอกาส..." ภาคินเอ่ยเสียงสั่นเครือ พยายามจะคลานเข้าไปหา ทว่ารัญชนากลับถอยหลังก้าวหนึ่ง พร้อมกับส่งยิ้มหยันที่เย็นชาที่สุดให้เขา
"โอกาสเหรอคะ?" รัญชนาแค่นหัวเราะเบาๆ "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะฝันถึงมันหรอกค่ะ, คุณภาคิน... เพราะในชีวิตของฉันและลูกต่อจากนี้ คุณก็เป็นได้แค่คนแปลกหน้าคนหนึ่งเท่านั้น"
พูดจบ หญิงสาวก็จูงมือลูกแฝดทั้งสองเดินเลี่ยงผ่านร่างของอดีตสามีเข้าไปในห้องนอนส่วนตัว พร้อมกับผลักบานประตูไม้ปิดลงอย่างแรง เสียง *ปัง!* ดังสนั่นก้องกังวานในความรู้สึกของภาคิน ราวกับประตูนรกที่ปิดตายไม่ให้เขามีโอกาสแก้ตัวอีกตลอดกาล
ภาคินทรุดร่างลงนั่งพับเพียบกับพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง หัวใจเจ็บปวดร้าวราญจนแทบแตกสลาย เขายกมือขึ้นกุมขมับ พยายามคิดหาหนทางทุกวิถีทางที่จะทวงคืนหัวใจของผู้หญิงคนนี้กลับมา ทว่า ในวินาทีที่เขากำลังหมดหนทางและจมดิ่งอยู่ในความมืดมนนั้นเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความจากโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด ตั้งใจจะกดปิดเสียง แต่สายตาเจ้ากรรมกลับเหลือบไปเห็นชื่อผู้ส่งและรูปภาพแนบที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ... ภาพถ่ายใบเสร็จการตรวจพันธุกรรม (DNA) ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่ระบุผลตรงกันข้ามกับสิ่งที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ ณ วินาทีนี้อย่างสิ้นเชิง!
ดวงตาคมเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อข้อความใต้ภาพระบุข้อความสั้นๆ เอาไว้ว่า... *"ความจริงที่คุณยังไม่รู้ ลูกชายคนโตของคุณ... อาจไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของคุณคนเดียวหรอกนะ, คุณภาคิน"*
หัวใจของภาคินกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลังเมื่อตระหนักว่า... ปมปริศนาอันน่าสะพรึงกลัวกำลังจะพลิกผันชีวิตของเขาไปตลอดกาล!
---
*(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและอินไปกับความดราม่าเข้มข้นนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ)*
ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก•ตอนที่ 29
ศัตรูหัวใจปรากฏกาย
ผลงานโดย ชฎาพรายไวน์แดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชฎาพรายไวน์แดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ขอหย่าแล้ว อย่าหวังว่าจะได้อุ้มลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!